
อนุฯนางเลิ้งยังไม่ฟันธง "แดงแท้-เทียม"ยิงชาวบ้าน
อนุฯนางเลิ้ง ยังไม่ฟันธง "แดงแท้-เทียม" ยิงชาวบ้าน อ้างรอผลสอบตร. ผบ.ตร.สั่ง"อดุลย์"ศึกษาใช้กระบองปราบม็อบ เพื่อไทยผุดคณะกรรมการการเมืองระวังเลือกตั้งซ่อมสกลนคร-ศรีสะเกษชี้พิสูจน์ฐานเสียงอีสานระหว่างเพื่อไทย-ภูมิใจไทยเตรียมตั้งส.ส.นั่งรองโฆษกช่วยง
(1 มิ.ย.) ที่รัฐสภา นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะอนุกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์บริเวณนางเลิ้ง แถลงภายหลังการประชุม ว่า จากการเชิญผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวมาให้ข้อมูล โดยทุกคนเล่าเหตุการณ์ตรงกันว่าถูกยิงในเวลาใกล้เคียง คือ 19.30 น.ถึง 20.00 น. โดยมีกลุ่มคนสวมผูกผ้าพันคอสีแดงขับรถจักรยานยนต์มาจากทางสะพานเทวกรรม ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง และได้มีการยิงชาวบ้านที่อยู่บริเวณแยกพะเนียง ซึ่งอาวุธที่ใช้ยิงชาวบ้านพบว่าเป็นอาวุธสงคราม ทั้งจากคาร์บิน เอ็ม 16 และ 16 ม.ม.
ทั้งนี้ทางคณะอนุกรรมการฯยังไม่อยากสรุปว่าเป็นฝีมือของคนเสื้อแดงแท้ หรือแดงเทียมเพื่อเข้ามาก่อเหตุหรือไม่ เพียงแต่เป็นข้อสันนิษฐานเท่านั้น จึงต้องมีการหาหลักฐานเพิ่มเติมโดยเฉพาะการรอผลสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.นางเลิ้งเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ในการประชุม วันที่ 3 มิ.ย.คณะอนุกรรมการจะเชิญพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น. 1 มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วย
ผบ.ตร.สั่ง"อดุลย์"ศึกษาใช้กระบองปราบม็อบ
พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กล่าวถึงการนัดเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง 27 มิ.ย. ว่า เป็นการเคลื่อไหวตามปกติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลยังคงใช้มาตรการเดิมดูแลผู้ชุมนุม ซึ่งขั้นตอนการเข้าไปดูแลผู้ชุมนุม มอบหมายให้ พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. ไปศึกษาให้เวลาประมาณ 1 เดือน ถึงขั้นตอนและอุปกรณ์ในการดูแลผู้ชุมนุมให้มีความพร้อม ซึ่งแต่เดิมตำรวจไม่มีการใช้กระบองในการควบคุมฝูงชน ซึ่งมีข้อวิพากษ์วิจารณ์พอสมควรว่าตำรวจมีความอ่อนแอเกินไปหรือไม่ แต่เราใช้นโยบายตำรวจยังคงไม่ใช้ความรุนแรง แต่ก็มีผลกระทบว่าหากใช้กระบองจะมีความรุนแรงหรือไม่ จึงให้ไปศึกษาว่าหากมีการใช้กระบองในการควบคุมฝูงชนจะใช้อย่างไร จัดหาอย่างไร เพราะแต่เดิมเราไม่ได้เป็นคนจัดหา ส่วนกระบองที่ใช้เป็นอย่างไรต้องศึกษาอาจเป็นกระบองยาง รวมทั้งเวลาตีจะต้องตีส่วนไหน เช่น ขา อย่างไรก็ตามจะยึดหลักสากล และคำสั่งศาลปกครอง
ส่วนกรณีที่ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปช.) เดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่ตำรวจเร่งดำเนินคดีกับกลุ่มเสื้อแดง ในขณะที่คดีของกลุ่มพันธมิตรฯ ล่าช้า พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน หากคดีใดที่หลักฐานพยานครบก็สามารถสรุปคดีได้เร็ว ส่วนคดีไหนที่หลักฐานไม่ครบก็สรุปคดีช้า คิดว่าพนักงานสอบสวนทุกท่านให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งตนก็ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้ทำคดีอย่างโปร่งใสเป็นธรรมที่สุด
เพื่อไทย”ผุดกรรมการการเมืองสู้เลือกซ่อม
เมื่อเวลา 09.00 น. มีการประชุมคณะกรรมการการเมือง โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานในการประชุม นอกจากนี้ ยังมีกรรมการบริหารพรรค ประธานภาคแต่ละภาค ส.ส.พรรคจากภาคต่าง ๆ และอดีตแกนนำพรรคที่เชี่ยวชาญการเลือกตั้งเข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้คณะกรรมการการเมืองจะมีการประชุมทุกวันอังคาร ตั้งแต่เวลา 09.00 น.
ต่อมาในเวลา 14.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการการเมืองว่า ที่ประชุมได้มีการหารือกันใน 5 ประเด็นคือ 1.สถานการณ์การเมือง 2.การตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล 3.การกำหนดท่าทีและชี้แจงรวมถึงตอบโต้ทางการเมือง 4.นโยบายที่จะใช้ในการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดสกลนครและจังหวัดศรีสะเกษ และ5.การรณรงค์และยุทธศาสตร์ที่จะใช้ในการเลือกตั้ง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนครและจังหวัดศรีสะเกษนั้น คณะกรรมการการเมืองมีความเป็นห่วงว่า จะมีการใช้อำนาจรัฐหรือไม่ เช่น แกนนำของพรรคภูมิใจไทยที่ดูแลกระทรวงมหาดไทยได้เรียกประชุมนายอำเภอ และข้าราชการในพื้นที่ ดังนั้นจึงต้องระวังว่าอาจจะมีการโกงการเลือกตั้งซ่อมโดยเฉพาะการเลือกตั้งซ่อมล่วงหน้าหรือไม่ รวมทั้งจะต้องระวังว่าจะมีการเปลี่ยนหีบบัตรลงคะแนน การซื้อเสียง ข่มขู่หัวคะแนน และข้าราชการในพื้นที่ด้วยหรือไม่
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า พรรคได้จัดทีมแกนนำของพรรคลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครส.ส.หาเสียง โดยในจังหวัดสกลนครนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย จะเป็นหัวหน้าทีม พร้อมด้วยส.ส.ประมาณ 10 คนลงพื้นที่ในระหว่างวันที่ 3-8 มิ.ย. ซึ่งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มนปช. จะร่วมปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรคด้วย และจะมีความเข้มข้นมากกว่าการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพราะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ถือเป็นการพิสูจน์ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคภูมิใจไทยต้องการจะปักธงในพื้นที่ดังกล่าวให้ได้ ซึ่งจะเป็นผลทางจิตวิทยา เพราะในอนาคตนั้นการเลือกตั้งในภาคอีสานพรรคเพื่อไทยจะมีพรรคภูมิใจไทยเป็นคู่แข่งสำคัญ
นอกจากนี้ในการหารือเรื่องการกำหนดท่าทีและชี้แจง รวมถึงตอบโต้ทางการเมืองนั้น ที่ประชุมได้มีมติให้ตั้งรองโฆษกพรรคซึ่งเป็นส.ส.ขึ้นมาช่วยในการทำงานด้วย ทั้งนี้ รองโฆษกที่จะมีการตั้งขึ้นนั้น จะดูแลรับผิดชอบในแต่ละด้านที่พรรคดำเนินการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยเบื้องต้นมีส.ส.แสดงความประสงค์แล้วทั้งสิ้น 6 คน
นายพร้อมพงศ์ ยังกล่าวถึงนโยบายประกันราคาสินค้าพืชผลทางการเกษตรของรัฐบาลด้วยว่า สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการทำนโยบายให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและประเทศ จึงออกนโยบายแบบไม่ศึกษารายละเอียด ไม่มีความเป็นมืออาชีพ และขาดข้อมูลในการออกนโยบาย นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีเงินในการไปรับจำนำจึงต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีประกันราคาแทน ทำให้เกษตรกรไม่พอใจจนมีการปิดถนนและบุกไปประท้วงถึงกระทรวงพาณิชย์



