
'ปู'บินเกาหลี-ฮ่องกง-ปัดนัดพบ'แม้ว'
'นายกฯ'ควง'ลูกชาย-ปึ้ง'ไปเกาหลี-ฮ่องกง ปัดนัดพบ'ทักษิณ' ยอมรับไม่วางใจผลเลือกตั้งหลังโพลล์สูสี ขยับประชุมครม.เป็นวันที่ 27 ก.พ.นี้'เฉลิม'ผงาดเป็น'นายกฯ'3 วัน
24 ก.พ.56 ผู้สื่อข่าวรายงานจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า เมื่อเวลา 06.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ด.ช. ศุภเสกข์ อมรฉัตร(ไปค์) บุตรชาย และคณะ อาทิ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว. ต่างประเทศ เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐเกาหลีในระหว่างวันที่ 24-25 ก.พ. เพื่อเข้าร่วมในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีตามคำเชิญของ มาดามปัก กึน-ฮเย และจากนั้นจะเดินทางต่อไปยังเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทันทีระหว่างวันที่ 25-26 ก.พ. ตามคำเชิญของผู้บริหารสูงสุด
โดยก่อนเดินทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่าไม่ได้มีการนัดพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะพี่ชาย ในการเดินทางไปเยือนเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อขอคำปรึกษาในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในช่วงโค้งสุดท้าย ทั้งนี้นายกฯ ระบุว่า มีกำหนดการเดินทางตามคำเชิญของผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และจะใช้โอกาสนี้เปิดแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนและย้ำความพร้อมของไทยที่จะเป็นจุดเชื่อมในภูมิภาค
ส่วนความกังวลในโค้งสุดท้ายในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวยอมรับว่า เป็นห่วงผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในส่วนของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย หลังจากมีผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนล่าสุดระบุว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนนิยมใกล้เคียงกับ พล.ต.อ.พงศพัศ ดังนั้นจึงไม่สามารถวางใจได้จนกว่าการเลือกตั้งจะประกาศอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันจะช่วยรณรงค์หาเสียงเท่าที่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากมีภารกิจในฐานะนายกรัฐมนตรีด้วย อย่างไรก็ตามขอให้ผู้สมัคร ทุกคนหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ เพื่อนำเสนอนโยบายที่ดีเป็นประโยชน์กับประชาชน พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียง ในวันที่ 3 มี.ค.นี้
สำหรับการเยือนสาธารณรัฐเกาหลีเป็นการตอบรับคำเชิญของมาดามปัก กึน-ฮเย เพื่อเป็นแขกในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของมาดามปัก กึน-ฮเย ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงการยอมรับในบทบาทของผู้นำสตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้แสดงความยินดีกับผู้นำสตรีคนแรกของเกาหลี พร้อมร่วมส่งเสริมและพัฒนาบทบาทสตรีในภูมิภาคในฐานะผู้นำสตรีด้วยกัน และย้ำถึงความพร้อมของไทยที่จะร่วมมือกับเกาหลีเพื่อประโยชน์ร่วมกันตามที่ได้ริเริ่มในช่วงของรัฐบาลประธานาธิบดีอี มยอง-บัก ที่ได้ยกระดับเป็น หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งมีการตั้งเป้ามูลค่าการค้าระหว่างกันให้ได้ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมถึงปีนี้ ถือเป็นปีที่ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สาธารณรัฐเกาหลีครบรอบ 55 ปี อีกด้วย อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจะถือโอกาสนี้ เชิญ มาดามปัก กึน-ฮเย มาร่วมการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤษภาคม 2556 เนื่องจากสาธารณรัฐเกาหลี นับเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งล่าสุด บริษัท K Water สาธารณรัฐเกาหลี เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ
สำหรับกำหนดการเยือนนั้นนายกฯจะเดินทางไปสาธารณรัฐเกาหลีในวันที่ 24-25 ก.พ. และเมื่อเดินทางถึงกรุงโซลจะมี นายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงโซล ให้การต้อนรับ และนายกฯมีภารกิจเข้าเยี่ยมคารวะนายอี มยอง-บัก ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ที่ทำเนียบประธานาธิบดี(Blue House) เนื่องจากนายอี มยอง-บัก กำลังจะหมดวาระหลังจากดำรงตำแหน่งมาครบ 5 ปีเต็ม และจากนั้นนายกฯจะเดินทางไปรับประทานอาหารค่ำที่บ้านพักประจำตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเกาหลี โดยมีนายคัง ชาง ฮี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติเกาหลีเป็นเจ้าภาพเลี้ยงคณะของนายกฯ เป็นอันเสร็จภารกิจในการเยือนวันแรก
จากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 25 ก.พ. นายกฯและคณะจะเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาเกาหลีเพื่อร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีคนใหม่ของ มาดามปัก กึน-ฮเย และร่วมรับประทานอาหารกลางวัน และถัดจากนั้นจะจากมีการหารือแบบทวิภาคีกับ มาดามปัก กึน-ฮเย ที่ทำเนียบประธานาธิบดี เป็นภารกิจสุดท้ายในการเยือนสาธารณรัฐเกาหลี ทั้งนี้ในวันเดียวกันในช่วงบ่ายนายกฯจะเดินทางด้วยเครื่องบินเที่ยวบินพิเศษของการบินไทยออกจากท่าอากาศยานทหารโซลแอร์เบส ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง เขตบริการพิเศษฮ่องกง เพื่อเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 25-26 ก.พ.
โดยทันทีที่เดินทางถึงฮ่องกงมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของฮ่องกงให้การต้อนรับ และในช่วงค่ำวันเดียวกันนายวิบูลย์ คูสกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่นายกฯและคณะ และจากนั้นในเช้าวันที่ 26 ก.พ. นายกฯมีภารกิจรับประทานอาหารเช้าร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของภาคธนาคาร ณ โรงแรมที่พัก และต่อจากนั้นจะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือกับนายเหลียง เจิ้นอิง ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง และมีพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ฮ่องกง และจากเวลาประมาณ 11.30น. นายกฯและคณะจะพบปะกับผู้แทนบริษัทท่องเที่ยวชั้นนำของฮ่องกงเป็นภารกิจสุดท้าย และต่อจากนั้นเวลาประมาณ 21.00น. นายกฯและคณะจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงกลับประเทศไทยและคาดว่าจะถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 22.45น.
ทั้งนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรีจะเลื่อนประชุมจากวันที่ 26 ก.พ. เป็นวันที่ 27 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากนายกรัฐมนตรีติดภารกิจดังกล่าว ส่วนในช่วงที่นายกฯปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศนั้นจะมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองนายกฯ ลำดับที่ 1 หรือ สร.2 จะทำหน้าที่ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี จนกว่านายกฯจะเดินทางกลับมา



