
ตร.ปรับทัพ...รับ'เสรีอาเซียน'
ตร.ปรับทัพ...รับ 'เสรีอาเซียน' : สัมภาษณ์พิเศษ : พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ
นับถอยหลังไม่ถึง 2 ปี 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนจะเดินทางไปมาหาสู่กันอย่างเสรี เมื่อเข้าสู่ยุคประชาคมอาเซียน... ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า ในโลกไร้พรมแดน ย่อมเปิดโอกาสให้คนดีและคนไม่ดีเคลื่อนย้ายเข้า-ออกประเทศชาติสมาชิกได้อย่างอิสระ ภารกิจหนักจึงมาตกอยู่ที่ "ตำรวจ" จะกวดขันควบคุมคนไม่ดีที่อาจจะเข้ามาก่อเหตุในเมืองไทยได้อย่างไร ?
พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) ฐานะรองประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิบัติเพื่อเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 มีแผนยุทธศาสตร์อย่างไร ให้ตำรวจไทยมีความพร้อมในการรับมือสารพัดปัญหาที่จะถาโถมเข้ามาในยุคพรมแดนอิสระ !!
- มีการปรับโครงสร้างตำรวจเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างไร
หลังจากที่รัฐบาลประกาศชัดเจนว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็สนองนโยบายตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเตรียมความพร้อม ล่าสุดมีคณะทำงานอยู่ 2 ชุดคือ คณะกรรมการอำนวยการเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 ที่มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เป็นประธาน และประกอบด้วยรองผบ.ตรทุกคน ทำหน้าที่ในเชิงนโยบาย และ คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิบัติเพื่อเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 มี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผบ.ตร เป็นประธาน และผมเป็นรองประธาน ได้กำหนดยุทธศาสตร์ออกมาแล้ว มีการจัดทำยุทธศาสตร์และภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ 10 ภารกิจ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยนำกฎบัตรอาเซียน และนโยบายรัฐบาล เช่น การท่องเที่ยว ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหายาเสพติด ปัญหาความมั่นคง เป็นต้น
ตอนนี้ ดำเนินการในยุทธศาสตร์ที่ 1 คือ การบริการจัดการชายแดนและแก้ไขปัญหาภัยคุกคามทุกรูปแบบเพื่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากเปิดประชาคมอาเซียนนั้นมันไม่มีพรมแดน จึงมีการเคลื่อนย้ายคน และทรัพย์โดยเสรี, ยุทธศาสตร์ที่ 2 การท่องเที่ยว การบริการและการลงทุน, ยุทธศาสตร์ที่ 3 การป้องกันและปราบปรามทั้งในและนอกอาเซียน และยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการบริหารจัดการและพัฒนาองค์กร เช่น พัฒนาขีดความสามารถด้านภาษาที่ต้องดำเนินการ ทุกหลักสูตรจะเน้นเรื่องภาษาเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังต้องต้องมีโครงการเร่งด่วนที่สำคัญเพิ่มขึ้น 10 โครงการ
- โครงการเร่งด่วนที่สำคัญมีอะไรบ้าง
โครงการสำคัญเร่งด่วน (Flagship Project) ที่ได้รับความเห็นชอบจากผบ.ตร และรองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณ ประจำปี 2557 ตอนนี้มี 1.โครงการทดแทนระบบสารสนเทศและพัฒนาศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2.โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศสถานีตำรวจ (CRIMES) ระยะที่ 2 และศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน 3.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของตำรวจตระเวนชายแดน 4.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษา การสื่อสารและการปฏิบัติงานสำหรับตำรวจไทยสู่ประชาคมอาเซียน 5.โครงการเพิ่มขีดความสามารถทางการท่องเที่ยวเข้าสู่รายได้ 2 ล้านล้านบาท 6.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน 7.โครงการจัดหาครุภัณฑ์ อาวุธยุทโธปกรณ์เครื่องมือพิเศษและอาคารที่พักอาศัยสำหรับข้าราชการชั้นประทวนใหม่ 8.โครงการเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ คอมพิวเตอร์เอกลักษณ์บุคคลและการจัดเก็บข้อมูล 9.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนและอำนวยความสะดวกด้านจราจร และ 10.โครงการจัดส่งข้าราชการตำรวจทำหน้าที่ประสานงานกิจการตำรวจ เพื่อป้องกันปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ
- การปรับโครงสร้างตำรวจมีปัญหาและอุปสรรคอย่างไร
ข้อจำกัดที่สำคัญคือปัจจุบันเราต้องดูแลประชาชนชาวไทยเป็นหลัก 60 ล้านคน รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ประมาณ 20 ล้านคน รวมเป็น 80 ล้านคน แต่เมื่อประชาคมอาเซียนเปิดก็จะมีการแปรสภาพเป็นอาเซียนพีเพิล ต้องมีคนเพิ่มมากขึ้นอีกประมาณ 10 ล้านคน เหลือเวลาอีกปีกว่า ซึ่งเป็นข้อจำกัด เมื่อจำนวนคนที่เราต้องดูแลฐานมันกว้างขึ้น เช่นเดียวกับพรมแดนในเรื่องของอาชญากรรมที่จะแฝงเข้ามาในรูปแบบของการลงทุน และนักท่องเที่ยวด้วย
- ตำรวจไทยต้องปรับตัวอย่างไร
การเตรียมความพร้อมของข้าราชการตำรวจที่ต้องปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติให้มีทักษะภาษาอังกฤษ ในระดับที่สามารถติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติหรือกลุ่มประเทศประชาคมอาเซียนได้ และมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เพิ่มศักยภาพศูนย์รับแจ้งเหตุ เพื่อบริการนักท่องเที่ยวและบริการล่ามแปลพิเศษ จัดหาล่ามแปลและจัดอบรมประจำสถานีตำรวจท่องเที่ยวหรือจุดช่วยเหลือนักท่องเที่ยว การสร้างเสริมองค์ความรู้ เรื่องกฎหมาย ระเบียบ สนธิสัญญาระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงระหว่างกัน กฎหมายเกี่ยวกับการอำนวยความยุติธรรมทางอาญา กฎหมายจราจร ต้องมีทักษะด้านภาษาและความรู้ด้านต่างประเทศ จะรู้แค่ในประเทศไม่ได้แล้ว
ต้องยึดหลักแบบจำง่ายๆ คือ "K-A-S" ต้องมีความรู้ (knowledge), ทัศนคติ (Attitude), ทักษะ (Skill) ต้องพร้อมในเรื่องภาษา การบริการ และเครื่องไม้เครื่องมือ ในเบื้องต้นจุดเข้าเมือง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีด่าน ซึ่งรองรับการขนส่งสินค้าผ่านแดนและข้ามแดน ได้แก่ ด่านเชียงของ ด่านแม่สาย จ.เชียงราย, ด่านแม่สอด จ.ตาก, ด่านสะเดา ด่านปาดังเบซาร์ จ.สงขลา, ด่านหนองคาย จ.หนองคาย ด่านมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ด่านคลองลึก จ.สระแก้ว ด่านนครพนม จ.นครพนม และด่านน้ำพุร้อน จ.กาญจนบุรี หรือบริเวณอำเภอเมือง และจุดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวต้องพร้อมที่สุด ส่วนจะรับเพิ่มเป็นเรื่องของอนาคต การรับคนเพิ่มไม่ใช่ทำให้อาชญากรรมลดลง มันต้องอาศัยหลายปัจจัยต่อเนื่องกัน ไม่ใช่คนมากตำรวจต้องมากตาม แต่เครื่องไม้เครื่องมือ การบังคับกฎหมายต้องมีการบังคับใช้ให้จริงจัง
- รูปแบบอาชญากรรม หลังเปิดประชาคมอาเซียน
เราจะต้องให้ความสนใจทุกอาชญากรรม ไม่ใช่ห่วงประเทศใครประเทศมัน ทุกคนต้องเทน้ำหนักเท่ากันหมด จากการประชุมว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ต้องมีการเทน้ำหนัก วิธีบริหารจัดการ เช่น ค้ามนุษย์ตอนนี้จะทำยังไงบ้างระหว่างประเทศ หรือเรื่องยาเสพติด ก็เป็นเวทีที่ทำให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะห่วงอาชญากรรมแค่แต่ละประเทศไม่ได้ เมื่อเราไม่มีพรมแดน ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญในทุกเรื่องเท่ากัน
แต่ที่มีข้อเป็นห่วงคือ ในเรื่องสิทธิมนุษยชน ปัญหาชายแดนการเข้ามาแบบไม่ถูกกฎหมาย ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น รวมทั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทางเศรษฐกิจ ต้องมีแน่นอน และหน่วยที่จะมีบทบาทมากที่สุดในอนาคตคือ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจเศรษฐกิจ ตำรวจเทคโนโลยี ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค เพราะโดยหลักนักท่องเที่ยวถือเป็นผู้บริโภค เขาถูกฉ้อโกง ถูกโฆษณาเกินความเป็นจริง อาชญากรรมที่กระทบต่อระบบสากล และโดยเฉพาะอาชญากรรมที่ต้องเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ คือ อาชญากรรมที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ การค้ามนุษย์ในธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว อาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี การใช้ประเทศไทยเป็นที่ซ่อนตัวจากการกระทำความผิดและการฟอกเงิน เป็นต้น ซึ่งต้องการบูรณาการทรัพยากรมนุษย์และเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม รวมถึงความร่วมมือกับนานาประเทศจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
- ตอนนี้ ตำรวจไทยพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนเต็มร้อยหรือยัง
ในเชิงกลยุทธ์ เราดำเนินการไปได้กว่า 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ในเชิงการขับเคลื่อนยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้เราเกินครึ่งมาแล้ว ได้เน้นย้ำว่าเมื่อประชาคมอาเซียนเกิดแล้วอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง วันนี้ตำรวจทุกคนพยายามปรับตัวทั้งในส่วนของตัวเอง และองค์กรที่ตัวเองสังกัด ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาและเท่าทันอาชญากรรมที่สลับซับซ้อนมากขึ้น คือจะต้องดีกรีองศาที่กว้างและลึกมากขึ้น
...........................
(หมายเหตุ : ตร.ปรับทัพ...รับ 'เสรีอาเซียน' : สัมภาษณ์พิเศษ : พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) โดยพัฐอร พิจารณ์โสภณ)



