
'ปลื้ม-ทับทิม'ปราศรัยช่วย'ชายหมู'
'ปลื้ม' ควง 'ทับทิม' ปราศรัยหาเสียงช่วย 'ชายหมู' ปชป. เปิดสโลแกนใหม่ 'ซื่อสัตย์ ไม่โกง' 'ชวน' เชื่อคนกรุงไม่เลือก'คนเผาเมือง' 'ปู'โชว์อึดช่วย'จูดี้'แห่หาเสียง
23ก.พ.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกทม. เสาชิงช้า เขตพระนคร หัวข้อ "ความจริงที่คนกรุงเทพต้องรู้" โดยมีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยจำนวนหลายร้อยคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงสูงอายุมาร่วมฟังการปราศรัยอย่างคึกคัก เพื่อช่วย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ปรากฏว่า นายสุรบถ หลีกภัย หรือน้องปลื้มลูกชายนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางทับทิม หลีกภัย พิธีกรรายการ VRZO ภรรยา ได้ขึ้นแสดงตัวบนเวที โดยนายสุรบถปราศรัยว่า ขอเชิญชวนวัยรุ่นที่มีอายุครบ 18 ปี ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยขอให้เลือกคนดี เป็นคนที่รับปากว่าจะทำอะไรแล้วทำได้ นักการเมืองเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่นำประเทศ แต่กลับมีนักการเมืองเป็นฟันเฟืองเพียงเล็กน้อยที่ไม่มีความหมายคือนักการเมืองคอรัปชั่น ดังนั้นอย่าปล่อยให้คนดีต้องอยู่คนเดียว
ปชป.เปิดสโลแกนหาเสียงใหม่"ซื่อสัตย์ ไม่โกง"
ขณะเดียวกันในการปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้เจ้าหน้าที่พรรคได้นำเสื้อยืดและเสื้อโปโล สกรีนหมายเลข 16 ที่ใช้ในการเลือกตั้งมาแจก ทั้งนี้มีการสกรีนข้อความเพิ่มเติม ด้านหลังเสื้อและหน้าอก ว่า "ซื่อสัตย์ ไม่โกง" พร้อมกับตอกย้ำกับคนกรุงว่า "อย่าเลือกผู้สมัครอิสระ" ซึ่งทีมงานหาเสียงยอมรับว่า สโลแกนดังกล่าวจะถูกใช้เป็นสโลแกนใหม่ในการรณรงค์หาเสียง โดยถือว่าเป็นการเปิดตัวในวันนี้
ด้านนายกษิต ภิรมย์ กล่าวยอมรับถึงสโลแกนดังกล่าวเป็นการตอกย้ำให้ประชาชนเห็นภาพลักษณ์การบริหารว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาและไม่มีภาพการโกงกิน ทั้งนี้การไม่ทุจริตถือเป็นนโยบายที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง หากมีการใช้สโลแกนนี้จะช่วยหนุนให้คนมาเลือกมากขึ้น
"ชวน"เชื่อคนกรุงไม่เลือก"คนเผาเมือง"
นายชวน ปราศรัยว่า วันนี้ตนพยายามโทรศัทพ์เชิญชวนนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมเวทีปราศรัยด้วย เพราะนายพิชัยเป็นผู้ใหญ่ มีบารมี และมีผู้ให้ความเคารพอยู่มาก แต่นายพิชัยติดภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ซึ่งเมื่อ 2 คืนที่ผ่านมา บรรดาผู้ใหญ่ของพรรคได้ไปพบปะหารือกันที่บ้านของนายโพธิพงษ์ ล่ำซ่ำ กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค เพราะแปลกใจข่าวที่บอกว่านายพิชัย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. แต่เมื่อนายพิชัยติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ จึงเข้าใจว่าข่าวที่ออกมานั้นคงสัมภาษณ์มาหลายวันแล้ว
ความจริงผู้ใหญ่ของพรรคช่วยกันหาเสียงอยู่ตลอด และนายพิชัยอาจจะเข้าใจผิด เนื่องจากเวลาตนและผู้ใหญ่คนอื่นๆ ลงไปหาเสียงก็ไม่ปรากฎเป็นข่าว ส่วนที่ปรากฎเป็นข่าวก็เพราะไปกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ดังนั้นขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจว่า ผู้ใหญ่และคนเก่าแก่ของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนออกมาช่วยหาเสียงเต็มที่
นายชวน กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งระดับประเทศและท้องถิ่นก็เป็นการเมืองทั้งสิ้น ซึ่งการเมืองท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองก็ได้ แต่มีคนพูดว่าหากเลือกบุคคลที่มาจากพรรคจะมีปัญหา ทั้งที่ตนอยากพูดว่าให้เลือกผู้ที่มาจากพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองได้คัดกรองบุคคลมาแล้ว หากมีการโกงพรรคการเมืองนั้นก็ต้องรับผิดชอบ หากไม่สังกัดพรรคการเมืองก็ไม่มีหลักประกันได้ ถ้ามีการโกงก็ลอยนวลคนเดียว ไม่มีใครตามไปล้างแค้น ดังนั้นความเป็นพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่จำเป็น นอกจากนี้ ตนทราบว่าหลายคนไม่กล้าแสดงออก เพราะหากบอกว่าไม่สนับสนุนพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทย จะกลัวเป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตามตำรวจมีคนดีและคนไม่ดี ได้ขอให้ตำรวจที่ดีอย่าปฏิบัติตามคำสั่งที่มิชอบ ถ้าหน่วยเลือกตั้งไหนที่ได้คะแนนน้อยไม่ต้องกลัวว่าผู้บังคับบัญชามาเล่นงาน เพราะถ้าใครไม่รักษากติกาขอให้มีอันเป็นไป
"ใครเผาบ้านเผาเมือง ไม่ควรได้รับนิรโทษกรรม หรือลดโทษให้ ใครอยากจะเลือกพวกที่รักษาหลักบ้านเมือง หรือไม่รักษาหลักบ้านเมืองให้ตัดสินใจกันเอง บ้านเมืองต้องมีรอยต่อ อย่าให้ใครมากินรวบ เพราะรอยต่อคือระบบการคานอำนาจ ความเป็นต่างพรรรคไม่เป็นอุปสรรค กลัวอย่างเดียวคือทรราชเพราะความคิดนี้เป็นของทรราชเท่านั้น ให้รู้ไปว่าประชาชนต้องการคนเผาบ้านเผาเมือง แต่ผมคิดว่าคนกรุงเทพฯฉลาดพอ"นายชวนกล่าว
"กรณ์"ย้ำ"เผาเมือง"แทงใจดำฝ่ายตรงข้าม
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ครั้งนี้ การที่ประชาชนยังตัดสินใจเลือกใครไม่ได้ คงไม่ใช่ที่ตัวบุคคลหรือนโยบาย แต่เป็นเพราะอำนาจของฝ่ายตรงข้าม ส่วนการที่พวกเขาไม่ให้พวกเราพูดเรื่องเผาบ้านเผาเมืองนั้น ก็เพราะเป็นเรื่องที่แทงใจดำทั้งที่เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่เขาก็คิดว่า คนกรุงเทพฯก็ลืม แต่วันนี้เราลืมไม่ได้ เพราะอนาคตเขาจะเอากรุงเทพฯเป็นตัวประกัน และเอากรุงเทพฯเป็นสมรภูมิอีกครั้ง แต่หากเลือกผู้สมัครของเขา เขาก็จะยิ้มเยาะว่า เห็นหรือไม่ว่า คนกทม.ขี้ลืม
"อภิสิทธิ์"แฉใช้"ฮ่องกง"ถกลับผู้ว่าฯ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า มีอะไรบันดาลใจให้หวยออก 09 ก็ไม่เป็นไร 09 เอาไว้เล่นหวย 16 เอาไว้เป็นผู้ว่าฯ และมีข่าวแว่วว่าสัปดาห์นี้จะมีการคุยที่ฮ่องกงเรื่องเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ถ้าคิดว่าอำนาจเงินชนะได้ อย่าขี้เหนียวให้จ่ายมา ถ้าคิดว่าเงินซื้อคนกรุงเทพฯ ได้ส่งมาเลย ถ้าคิดว่าอำนาจซื้อคนกรุงเทพฯ ได้ อย่ายั้ง ใช้มาเลยเต็มที่
"ปู"โชว์อึดช่วย"จูดี้"แห่หาเสียงวันเดียว11เขต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น .น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รมว.คมนาคม นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะและผู้มีอำนวยการการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง และพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นรถแห่ขอคะแนนเสียงพื้นที่กทม.ชั้นใน 4เขต เขตบางรัก เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม เขตสาทร หลังจากเมื่อช่วงครึ่งวันเช้าแห่หาเสียงใน 7 เขตพื้นที่ฝั่งธน รวมแล้ววันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ช่วยพล.ต.อ.พงศพัศหาเสียงมากถึง11 เขตภายในวันเดียว ก่อนที่จะมีภารกิจเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศเกาหลีและฮ่องกง ระหว่างวันที่24-26 ก.พ.
ทั้งนี้ขบวนแห่ของพรรคเพื่อไทยเริ่มจากอาคารหอการค้าไทย-จีน(ไทยซีซี) ถนนสาทร ต่อไปยังถนนเจริญกรุง สีลม และพระราม 4 เข้าไปในชุมชนบ่อนไก่ ภายในซอยปลูกจิตร และซอยโปโล ซึ่งมีชาวชุมชนออกมาให้กำลังใจอย่างคับคั่ง จากขบวนเคลื่อนมายังถนนวิทยุ สาทรใต้ สวนพลู นางลิ้นจี่ พระราม 3 ถนนสาธุประดิษฐ์ ถนนจันทน์ จนถึงแหล่งช้อปปิ้งเอเชียทีค ถนนเจริญกรุง เป็นจุดสุดท้ายในการแห่หาเสียง
"สุหฤท"ยันเดินหน้าไม่หวั่นปชป.ห้ามปชช.เลือกผู้สมัครอิสระ
นายสุหฤท สยามวาลา ผู้สมัครผู้ว่ากทม.หมายเลข 17 ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวบนเวทีว่า"ไม่ให้ประชาชนไปเลือกผู้สมัครอิสระ"ว่า ไม่เป็นไรเดินหน้าทำต่อไปแต่สิ่งที่สังคมต้องคิดคือ ทำไมพรรคการเมืองใหญ่ที่มีบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย ต้องพูดแบบนั้น ซึ่งตนก็อยากให้สู้กันที่กลยุทธและนโยบาย ไม่อยากเข้าไปอยู่ในวังวนของความขัดแย้ง



