ข่าว

'ปู'ชี้ต้องขยันขึ้นหลังโพลล์ให้'พท.สูสีปชป.'

'ปู'ชี้ต้องขยันขึ้นหลังโพลล์ให้'พท.สูสีปชป.'

23 ก.พ. 2556

"ปู" ชี้ต้องขยันขึ้นหลังโพลล์ให้ "พท." สูสี "ปชป." มั่นใจคนกรุงมีวิจารณญาณเลือกผู้ว่าฯ ด้าน “จูดี้” จี้ผู้สมัครคนอื่นยึดพันธสัญญาหาเสียงอย่างสร้างสรรค์

          วันที่ 23 ก.พ.56 เมื่อเวลา 07.30น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วยพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ของพรรคเพื่อไทย ที่โซนพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยเริ่มต้นที่หมู่บ้านสินทวี เขตจอมทอง โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงแนวทางการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยว่า คงจะเน้นทุ่มเทพื้นที่ที่เรายังไม่มีโอกาสพบปะประชาชนในช่วงเวลาที่มีอยู่โดยจะมีการนำเสนอนโยบายและทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งโค้งสุดท้ายเชื่อว่าจะมีความเข้มข้น ส่วนที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศในช่วงโค้งสุดท้ายตนก็ไม่ได้หนักใจอะไร เพราะเป็นภารกิจของประเทศจึงขอไปทำงานก่อน ทั้งนี้เชื่อว่าพล.ต.อพงศพัศก็ลงดูแลพื้นที่ได้
   
          ส่วนกระแสข่าวการทุจริตในการหาเสียงเลือกตั้ง นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็อย่างที่มีกระแสข่าว ตนก็อยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรมโดยเฉพาะพื้นที่กทม. ถ้าสนับสนุนให้การเลือกตั้งสร้างสรรค์และเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยก็จะได้รับการยอมรับและเป็นเสน่ห์ของประชาธิปไตยด้วย และก็เชื่อว่าจะไม่กระทบกับผู้สมัครเพราะทำงานเต็มที่
   
          นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงการหาเสียงในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ว่า ฝั่งธนมีประชากรจำนวนมากซึ่งพรรคเพื่อไทยจะเน้นการแก้ปัญหาจราจรและเรื่องปัญหาอาชญากรรม ทั้งนี้การทำนโยบายจะมีการทำนโยบายในภาพรวมและเข้าใจปัญหารายพื้นที่ ในลักษณะที่ว่าความต้องการของฝั่งธนและฝั่งพระนครที่มีความแตกต่างกัน โดยจะประสานการทำงานอย่างไร้รอยต่อเพราะต้องมีการวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน
    
          “เพราะจะเห็นว่าถ้าเราต่างคนต่างทำสุดท้ายงานไม่ได้เดินสัมพันธ์กันคนที่ได้รับผลกระทบคือประชาชน โดยการทำงานต้องวางยุทธศาสตร์ร่วมกันภายใต้พ.ร.บ.กรุงเทพมหานครอยู่แล้ว แต่เรามองว่าการทำงานสัมพันธ์กันจะช่วยเอื้อผลลประโยชน์ให้คนกทม.”น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
   
          สำหรับกรณีที่โพลล์หลายสำนักระบุว่าคะแนนของพล.ต.อ.พงศพัศและม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์สูสีกันนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดีเพราะจะทำให้เราขยันมากขึ้นในโค้งสุดท้าย ทั้งนี้ผลโพลล์เป็นเรื่องของความคิดของประชาชนแต่สุดท้ายเราก็ยังมีเวลา ซึ่งทุกวันทุกเวลาทุกนาทีมีค่า และการตัดสินใจจะอยู่ที่ประชาชน เชื่อว่าช่วงโค้งสุดท้ายยังมีประชาชนบางกลุ่มที่ยังดูนโยบายในโค้งสุดท้าย
  
          เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์มีการนำเสนอสปอร์ตโฆษณาหาเสียงโดยนำเหตุการณ์เก่าๆ ที่อาจกระทบกับเพื่อไทย นายกฯ กล่าวว่า ไม่อยากจะวิจารณ์เพราะเป็นสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าเรานำเสนอข้อเท็จจริงในส่วนที่อยากจะเห็นการพัฒนาของกทม.ให้มีความเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าประชาชนจะมีวิจารณญาณในการเลือกใครสักคนที่จะมาทำงานร่วมกับรัฐบาล
  
          ด้านพล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ไม่ใช่โค้งแรกหรือโค้งสุดท้ายก็ตั้งใจลงพื้นที่พบปะประชาชนนำเสนอนโยบายจนวินาทีสุดท้ายตามที่กฎหมายกำหนดคือเวลา 18.00 น. ของวันที่ 2 มี.ค. แต่เรียนนายกฯว่าในช่วงที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศมีอะไรก็จะขอหารือและเชื่อว่าจะส่งกำลังใจกลับมา ทั้งนี้ในส่วนพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อนอย่างเช่นพื้นที่ฝั่งธนและกทม.ชั้นในจะทำอย่างไรนั้นทุกพื้นที่ที่เราลงไปเราก็รวบรวมปัญหาซึ่งในบางพื้นที่อาจจะมีบ้างแต่เป็นเรื่องปกติของการเมืองจึงคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่เราอาสาเข้ามา บางครั้งการลงพื้นที่เราก็เจอผู้สมัครคนอื่นเราก็จะดำรงเรื่องการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ คิดบวก จึงขอบคุณผู้สมัครทุกคนที่รักษาพันธะสัญญานี้อย่างดีและขอเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน
   
          “ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดี และผมบอกกับประชาชนทุกครั้งว่าเราจะรักษาสัญญาเราจะทำอย่างเต็มที่และจะทำให้เกิดขึ้นอย่างทันที”พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว




ตร.นอกเครื่องแบบห้ามชายสูงอายุร้องเรียนนายกฯ ที่นำทัพเพื่อไทยตะลุยหาเสียงฝั่งธน
  
          ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งที่ขบวนรถแห่ของพรรคเพื่อไทยมาถึงบ้านหลังหนึ่งในถนนพุทธบูชา เขตทุ่งครุ ปรากฏว่ามีผู้ชายสูงวัยอายุมากกว่า 60 ปี สวมเสื้อสีม่วง ยืนชูป้ายข้อความถึงนายกฯและพล.ต.อ.พงศพัศ ให้กับรถที่มีผู้สื่อข่าวนั่งอยู่ โดยข้อความเขียนด้วยลายมือว่า "ท่านนายกยิ่งลักษณ์หยุดคุยหน่อยมีของมอบให้ท่านนายกขวัญใจชาวบ้าน ขอรถขสมก. ให้เก็บขยะทุกๆ วัน ขอถังขยะ ขอเรือเก็บขยะ ขอไฟจราจรทางแยก" แต่ปรากฏว่าก่อนที่รถแห่จะมาถึงมีตำรวจนอกเครื่องแบบ 1 นาย เดินปรี่เข้ามาขอร้องๆ ไม่ให้ชูป้ายเพราะกลัวจะไม่เรียบร้อย และทำให้ทีมรปภ.ของนายกฯที่นั่งอยู่หน้ารถได้สะกิดตำรวจนายดังกล่าวเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร และผู้สื่อข่าวก็พากันบอกว่าให้ลุงบอกนายกฯไปเถอะไม่เห็นจะเสียหายอะไร แต่ตำรวจนายดังกล่าวก็ไม่ฟังและขอร้องพร้อมกับยกมือไหว้ให้ลุงคนดังกล่าวไม่ต้องชูป้าย ซึ่งชายสูงวัยได้หยิบพระเครื่องที่เตรียมมอบให้นายกฯ และกล่าวว่า ตนเป็นข้าราชการเก่าและรู้จัก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ  แต่ก็แต่ทั้งนี้ไม่ทันไรรถที่ผู้สื่อข่าวนั่งมาก็ได้เคลื่อนตัว จึงไม่ทราบว่าลุงคนดังกล่าวได้พูดคุยกับนายกฯรึไม่