
โจรใจบาปงัด!ตู้บริจาค'หลวงพ่อคูณ'
มือดีงัด!ตู้บริจาคเงิน'หลวงพ่อคูณ'ที่ตั้งภายในโรงพยาบาลมหาราช โดยตรวจสอบไม่พบร่องรอยงัดแงะ แต่มีเงินในตู้หายไปจำนวนมาก
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 พ.ต.ท.จำนงค์ สายป้อง พนักงานสอบสวน สภ.เมือง อ.เมือง นครราชสีมา รับแจ้งเหตุโจรกรรมเงินในตู้บริจาค โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลัง
ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุอยู่ที่ชั้น 2 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 9 ชั้น ที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าลิฟท์โดยสาร หมายเลข 2 ระหว่างห้องสวนหัวใจ และห้องฝ่ายแผนงาน และสารสนเทศ ศูนย์ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง พบร่องรอยการโจรกรรมเงินภายในตู้บริจาคเงิน ความสูง 150 ซม. กว้าง 50 ซม. รอบด้านติดภาพ พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อำเภอด่านขุนทด นครราชสีมา พร้อมแบบจำลองอาคารฯ และข้อความเชิญชวนร่วมบริจาคเงินสมทบทุนสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อาคารรักษาพยาบาล และศูนย์ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยฝาตู้ด้านหลังถูกเปิดออก แต่ไม่ปรากฏร่องรอยงัดแงะแต่อย่างใด ตรวจสอบพบเงินธนบัตรใบละ 20 บาท และเหรียญที่คงเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ต่อมา พ.ต.ท สถาพร ทองจำรูญ รอง ผกก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่วิทยาการ ได้มาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่ปรากฏลายนิ้วมือแฝงหลายจุด พร้อมภาพที่บันทึกได้จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
ด้าน พ.ต.ท อนันต์ พิมพ์เจริญ รอง ผกก.สืบสวน สภ.เมือง ฯ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนางสุนีย์ หอมจะบก อายุ 54 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่530/4 ถนนเบญจรงค์ ซอย 6 ตำบลในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พยานแวดล้อม แม่บ้านประจำเวร และเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์คนแรก ระบุตำแหน่งที่ตั้งตู้บริจาคเงิน ได้ถูกเปลี่ยนแปลง จึงเกิดความสงสัยเข้าไปตรวจสอบ พบร่องรอยการโจรกรรม รวมทั้งพยานที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ ให้การเพิ่มเติมธนบัตรฉบับละ 100 ,500 และ 1 พันบาท หากประเมินน่าจะหลายพันบาทได้สูญหายไปด้วย
“การโจรกรรมครั้งนี้ ไม่พบร่องรอยการงัดแงะแต่อย่างใด ซึ่งต้องตอบโจทย์ทำไมคนร้ายไม่นำเงินที่อยู่ในตู้ไปให้หมด โดยทิ้งไว้เฉพาะธนบัตรฉบับละ 20 บาท เพื่ออำพรางมิให้ทราบเหตุร้าย และจุดที่ตั้งตู้บริจาคอยู่ในช่วงมุมอับของรัศมีการจับภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่สำคัญตู้บริจาคในลักษณะนี้ ได้ถูกนำไปติดตั้งทั่วพื้นที่ภายในโรงพยาบาล ฯ รวม 50 ตู้ แต่คนร้ายเน้นเจาะจงเฉพาะตู้นี้ ซึ่งมื่อประกอบเหตุแล้ว ไม่ได้ขยับตู้ไปตั้งที่จุดเดิม ทำให้แม่บ้าน พบเห็นสิ่งผิดปกติ อย่างไรก็ตามสถานที่เกิดเหตุเป็นอาคารสาธารณะ ในแต่ละวันจึงมีผู้คนพลุกพล่านใช้บริการมากหน้าหลายตา ซึ่งตนได้สั่งการชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย น่าจะมีข่าวดีในเร็วๆนี้ ” รอง ผกก.สืบสวน กล่าว



