ข่าว

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : วัดนะครับ

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : วัดนะครับ

26 ก.พ. 2556

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : วัดนะครับ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

                         มีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่งที่คนไทยได้ยินจนคุ้นหูว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” ซึ่งมีความหมายว่าแม้เราจะไม่เชื่อถือในสิ่งที่คนอื่นเชื่อ แต่ก็จงอย่าไปลบหลู่ความเชื่อของเขาเหล่านั้นเป็นอันขาด ด้วยว่านอกจากจะทำให้เกิดความแตกแยกทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นมาแล้ว ความหมายอีกนัยหนึ่งคืออาจจะทำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้อื่นเชื่อถือ หันกลับมาทำร้ายที่เราไปลบหลู่ได้อีกด้วย

                         แต่ในฐานะชาวพุทธที่แม้จะไม่เคร่งครัดอะไรมากนัก ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะต้องออกมาเขียนเตือนในสิ่งที่กำลังจะทำให้ศาสนาพุทธถูกเข้าใจเบี่ยงเบนไป เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าประเทศไทยพยายามยกย่องตนเอง ให้ขึ้นมาเป็นเมืองหลวงของพุทธศาสนาในโลกนี้ แม้ว่าจะไม่ใช่ถิ่นกำเนิดของศาสนาพุทธก็ตาม แต่ด้วยความที่มีประชากรนับถือศาสนาพุทธมากที่สุดในโลก และมีวัดวาอารามในศาสนาพุทธมากที่สุดในโลก จึงทำให้เกิดความคิดดังกล่าวขึ้นมาหมู่คนไทยที่เป็นชาวพุทธ

                         ในขณะเดียวกัน ศาสนสถานที่แสดงความเป็นเมืองพุทธซึ่งก็คือวัดทั้งหลาย กลับมีความเปลี่ยนแปลงโดยปราศจากการควบคุมดูแลจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง แทนที่จะทำให้เป็นศาสนสถานที่ดีตามความเชื่อแห่งพุทธศาสนา กลับมีวัดจำนวนมากและกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน ที่ต้องการทำให้พื้นที่ภายในเขตวัดหรือภายในขอบขัณฑสีมา กลายเป็นแหล่งชุมนุมของเทพแห่งความเชื่อของทุกนิกายทุกศาสนา พร้อมทั้งใช้วิถีพุทธที่แปลกแปร่งสร้างความงมงายให้แก่คนไทย ที่ระบุว่าตัวตนของเขาเหล่านั้นคือพุทธศาสนิกชน

                         ปัจจุบันนี้วัดใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แทนที่จะแข่งกันทางด้านความเป็นวัดในพุทธศาสนาที่เป็นต้นตำรับ แต่กลับแข่งกันสร้างองค์เทพตามความเชื่อต่างศาสนาต่างนิกาย และใช้จุดขายด้วยคำว่า “องค์ใหญ่ที่สุดโลก” แม้ว่าบางแห่งจะมีขนาดย่อมกว่าที่สร้างประทับในวัดอื่นๆ ก็เลี่ยงบาลีด้วยการหันไปสร้างปางอื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความใหญ่ที่สุดในโลกให้ได้

                         บางวัดถึงขนาดที่สร้างเทพไว้ทุกนิกายทุกศาสนาเท่าที่มีในโลกนี้ ซึ่งหากไม่ใช่วัดในพุทธศาสนาหรือไม่ได้อยู่ในเขตขัณฑสีมาก็คงไม่กระไรนัก แต่นี่ประกาศกันโจ่งแจ้งว่าอยู่ในเขตวัด แต่กลับไร้เงาของหน่วยงานที่กำกับดูแลพุทธศาสนา ซึ่งบอกกันอยู่เสมอมาว่าเป็นศาสนาประจำชาติไทย และจะบอกว่าไม่รู้ก็คงไม่ได้เพราะมีการโฆษณาบอกกล่าวกันอย่างโจ๋งครึ่ม  

                         หรือจะบอกว่านี่คือความเสรีของประเทศที่ประกาศตนว่า เป็นเมืองหลวงแห่งพุทธศาสนาในโลกนี้ จึงให้ความเสรีแก่เทพทุกองค์ในทุกความเชื่อ สามารถสิงสถิตในศาสนสถานของตนเองเพื่อให้วัดนำมาหาผลประโยชน์ได้ ในขณะที่ศาสนาหรือลัทธิอื่นๆ นั้นยากที่จะยอมให้ศาสนาหรือลัทธิอื่น เอารูปปั้นที่คนต่างศาสนาต่างลัทธินับถือกราบไหว้บูชา ไปประดิษฐานในศาสนสถานของตนเองอย่างแน่นอน ถ้าอย่างนั้นแล้วเราจะมีหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลพุทธศาสนาให้อารยชนชาติอื่นไปทำไมกันก็ไม่รู้ถูกต้องไหมครับ

 

 

--------------------

(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : วัดนะครับ : โดย...พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ)