
'ขาดไฟฟ้าพอรับได้'แต่อย่ารอให้วิกฤติ?
ชาวบ้านร้านตลาด : ขาดไฟฟ้าพอรับได้ แต่อย่ารอให้ถึงวิกฤติ? : โดย...ภาณุมาศ ทักษณา
กรณีผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศพม่าแจ้งมายังรัฐบาลว่าจะหยุดซ่อมบำรุงและหยุดส่งก๊าซเข้าระบบ ทำให้กระทบต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า 6,000 เมกะวัตต์ในเดือนเมษายนนี้ ผมถือว่าเป็นข่าวดีของเรานะครับ แม้ว่าในห้วงนั้นบางพื้นที่อาจไฟดับหรือมีไฟไม่พอใช้ และอาจส่งผลกระทบต่อโรงงานต่างๆ บ้างก็ตาม
ที่ผมบอกว่าเป็นข่าวดี เพราะนี่คือ “สัญญาณเตือน” ให้รัฐบาลไทย (ไม่จำเฉพาะรัฐบาลนี้) ได้ตระหนักว่า การยืมจมูกคนอื่นหายใจ เช่น ซื้อพลังงานจากต่างชาติมาใช้นั้นอันตรายเหลือเกิน คราวนี้เป็นการหยุดจ่ายเพราะแท่นขุดเจาะชำรุดต้องได้รับการซ่อมแซมเท่านั้น หากเป็นการหยุดจ่ายเพราะปัญหาการเมืองเมื่อไหร่ นั่นละคือข่าวร้าย
รัฐบาลเตรียมรับมือไว้อย่างไรผมจะไม่เขียนซ้ำนะครับ แต่ที่น่าวิตกก็คือ เมื่อดูจากคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วจะเห็นว่า รัฐบาลแทบจะไม่ให้ความสำคัญในด้านพลังงานเอาเสียเลย นายกรัฐมนตรี "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" รู้ดีว่าประเทศไทยเราต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณที่สูงมาก แต่พอถึงหัวข้อนโยบายพลังงาน กลับบอกอย่างขอไปทีว่า จะเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานโดยแสวงหาและพัฒนาแหล่งพลังงานและระบบไฟฟ้าจากในและต่างประเทศและส่งเสริมการผลิต การใช้ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกให้สามารถทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างน้อยร้อยละ 25 ภายใน 10 ปี...
ไม่มีความชัดเจนเลยว่าจะก่อให้เกิดการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากอะไร อย่างไร หรือเริ่มเมื่อไหร่
ผมจำได้ว่าสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี กระทรวงพลังงานได้วางแผนเพื่อรับมือการขาดแคลนพลังงานเอาไว้ค่อนข้างรัดกุม เช่น แสวงหาพื้นที่ที่จะสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งจากถ่านหิน และนิวเคลียร์ ถึงขั้นส่งเจ้าหน้าที่เดินสายไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่เป้าหมาย แต่ก็หงายท้องกลับมาเพราะถูกชาวบ้านต่อต้านกันทุกแห่ง ผมก็เคยคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพราะกังวลใจกับการก่อสร้างโรงงานที่อาจขาดมาตรฐาน เพราะการคอร์รัปชั่น และการขาดแคลนบุคลากรที่จะทำงานในโรงงานดังกล่าว แต่เมื่อตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานไฟฟ้า ผมจึงคล้อยตาม แต่ตั้งแง่ว่าหากจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จริงๆ ก็ควรจะไปหาเกาะกลางอ่าวไทยแทนการสร้างบนบก แต่แล้วเรื่องก็เงียบหายไป
วันนี้มีสัญญาณเตือนจากจมูกที่เรายืมเขาหายใจมาถึงแล้ว นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะแก้ปัญหาด้วยการให้รัฐมนตรีถอดสูทประชุม หรือเรียกร้องให้ชาวบ้านประหยัดไฟฟ้าเพียงชั่วครั้งชั่วคราวไม่ได้แล้วนะครับ รัฐบาลจะต้องออกมาตรการประหยัดไฟฟ้าอย่างถาวร และกำหนดนโยบายด้านพลังงานที่ชัดเจนกว่าที่แถลงไว้ครับ เป็นไปได้อย่างไร อุตส่าห์วางแผนพัฒนาประเทศเพื่อรองรับประชาคมอาเซียนไว้อย่างใหญ่โต แต่ดันลืมเรื่องพลังงานไฟฟ้าที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดไปเสียนี่...
ประชุมคณะรัฐมนตรีพรุ่งนี้คุยกันเป็นวาระเร่งด่วนซะเลยเป็นไงครับท่านนายกฯ จากนั้นก็ให้กระทรวงพลังงานไปปัดฝุ่นแผนงานต่างๆ แล้วเสนอเป็นวาระแห่งชาติในการประชุมวันอังคารหน้าเลยดีไหมครับ ที่ส้วมยังเป็นวาระแห่งชาติได้นี่ครับ
--------------------
(ชาวบ้านร้านตลาด : ขาดไฟฟ้าพอรับได้ แต่อย่ารอให้ถึงวิกฤติ? : โดย...ภาณุมาศ ทักษณา)



