ข่าว

ไทยติดที่2ค้างาช้างใหญ่ที่สุดของโลก

ไทยติดที่2ค้างาช้างใหญ่ที่สุดของโลก

22 ก.พ. 2556

'ผอ.ส่วนอนุรักษ์ฯ'ระบุไทยเป็นอันดับ 2 ศูนย์กลางค้างาช้างใหญ่ที่สุดของโลกรองจากจีน ด้าน'กรมอุทยานฯ'เรียกประชุมผู้ค้างาช้างภูเก็ต

               22 ก.พ.56 นายจงคล้าย วรพงศธร ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เปิดเผยในการประชุมผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการค้างาช้าง สัตว์ป่า และพืชป่า  ตามอนุสัญญาไซเตส (CITES) เพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม CITES CoP 16 ที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ว่า ประเทศไทยมีการค้างาช้างมาเป็นเวลานาน ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า  และพันธุ์พืช ไม่ได้เข้าไปยุ่งด้วย เพราะการค้าขายเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ควบคุม อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์จากงาช้างที่ขายต้องมาจากช้างบ้านหรือช้างเลี้ยงเท่านั้น แต่ก็ยังพบว่า มีการลักลอบนำจากป่ามาจำหน่าย เนื่องจากราคางาช้างในตลาดมืดราคาดีขายกิโลกรัมละกว่า 3.5-4 หมื่นบาท จึงเป็นมูลเหตุจูงใจให้ทำผิดกฎหมาย

                "ทั้งนี้ ไทยเป็น 1 ใน 177 ภาคีอนุสัญญาไซเตส (CITES) ซึ่งไซเตสเองก็ระบุว่า ไทยเป็นประเทศปลายทางหรือศูนย์กลางการค้างาช้างใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลกรองจากประเทศจีน อีกทั้ง การค้างาช้างในประเทศไทยไม่มีการควบคุมและไม่มีกรแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจากการประชุมของไซเตสช่วง 10 ปีที่ผ่านมาก็พบว่า ไทยยังมีการลักลอบนำงาช้างจากแอฟริกาเข้ามาเป็น จำนวนมาก การค้างาช้างในประเทศก็ไม่มีการควบคุม ขณะเดียวกันยังไม่มีการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม และยังไม่มีการปรัปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสัตว์" นายจงคล้าย กล่าว

                นายจงคล้าย กล่าวต่อว่า โดยไซเตส ได้จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มพื้นที่สีแดงหรือศูนย์กลางการค้างาช้างร่วมกับประเทศจีน ขณะที่มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และฮ่องกง อยู่ในกลุ่มประเทศสีน้ำเงินหรือเป็นประเทศทางผ่าน และเคนย่า ยูกันดา แทนซาเนีย แอฟริกา จัดอยู่ในกลุ่มประเทศสีเขียว หรือประเทศต้นทาง เนื่องจากมีช้างป่ามาก ทั้งนี้ จากสถิติการจับกุมการลักลอบนำงาช้างแอฟริกาจำหน่าย นั้นพบว่าประเทศจีนมีการดำเนินคดีกว่า 2,000 คดี ปริมาณกว่า 28,000 กิโลกรัม และประเทศไทยมีการจับกุม 53 คดี ลักลอบนำเข้าทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปริมาณ 10,000 กิโลกรัม โดยถือ เป็นมูลค่ามหาศาล เนื่องจากราคางาช้างในตลาดมืดจำหน่ายที่กิโลกรัมละกว่า 3.5-4 หมื่นบาท

                "ผมเป็นห่วงว่าหากไทยยังมีการลักลอบจำหน่ายงาช้างอยู่จะถูกภาคีไซเตสกีดกัน ไม่ทำการค้าด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์และพืชอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กล้วยไม้ ซึ่งไทยส่งออกไปทั่วโลกมูลค่าปีละหลายพันล้านบาท" นายจงคล้าย กล่าว

                นายจงคล้าย กล่าวต่อว่า สำหรับการประชุมผู้ประกอบการนี้ก็เพื่อป้องกันและปราบปรามการจับกุมผู้ลักลอบนำเข้างาช้างที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นการทำความเข้าใจผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับงาช้างให้เข้าใจ ถึงขั้นตอนการดำเนินการหากจะมีการค้าขายให้ถูกต้อง ทั้งยังเป็นการป้องกันและห้ามปรามการซื้อขายงาช้างจากแอฟริกา พร้อมทั้งกำชับให้ทราบว่าการขายผลิตภัณฑ์งาช้างให้นักท่องเที่ยวต่าง ชาติถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

                ด้านนายเสริมยศ สมมัน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 กล่าวว่า จากการตรวจสอบในพื้นที่เชียงใหม่ยังไม่พบกว่ามีการนำงาช้างแอฟริกามาจำหน่าย ในตลาดมืดเองก็ยังไม่มี ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ในส่วนของช้างเลี้ยงตามปางข้างต่างๆ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ก็ได้มีการขึ้นทะเบียนบัญชีช้าง มีการเก็บราย ละเอียดดีเอ็นเอพบว่ามีช้างทั้งหมด 465 เชือกในบัญชี 

               
กรมอุทยานฯเรียกประชุมผู้ค้างาช้างภูเก็ต  ให้ความรู้กฎหมาย-ปัญหาการค้าสัตว์ป่าไทย

                นายสุรุวุฒิ สุทธมุสิก หัวหน้าฝ่ายวิชาการและคุ้มครองสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) กล่าวว่า ด้วยประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ 16 หรือ ไซเตสค๊อป 16 ที่กำหนดให้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-14 มีนาคม 2556 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

                 นายสุรุวุฒิ  กล่าวต่อว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้จัดทำโครงการจัดประชุมผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการค้างาช้าง สัตว์ป่า และพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส เพื่อเตรียมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว ซึ่งมีบุคคลภายนอกเข้าร่วมประชุมในภาพรวม และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้อนุมัติโครงการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทุกแห่ง ดำเนินการประชุมผู้ประกอบการฯ ในพื้นที่รับผิดชอบ

                "เพื่อปฏิบัติตามนโยบายกรมอุทยานฯ รวมทั้งป้องกันการลักลอบค้างาช้าง สัตว์ป่า และพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตสในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า จึงประสานภาคส่วนต่างๆ จัดประชุมผู้ประกอบการ องค์กรพัฒนาเอกชน หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้างาช้าง สัตว์ป่า และพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส ควบคู่ไปกับการปราบปรามการค้าที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด  อีกทั้ง เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มีความรู้ ความเข้าใจถึงระเบียบกฎหมายเกี่ยวกับการค้างาช้าง สัตว์ป่าฯ ตลอดจนปัญหาการค้าสัตว์ป่าของประเทศไทย เพื่อรณรงค์และเสริมสร้างความร่วมมือในการค้างาช้าง สัตว์ป่า และพืชป่าที่ถูกกฎหมายเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศเจ้าภาพจัดการประชุมไซเตสค๊อป 16 รวมทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์การประชุมไซเตสค๊อป 16 ด้วย"นายสุรุวุฒิ กล่าว

                นายเมธี มีชัย ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ลักลอบค้างาช้าง สัตว์ป่า และพืชป่า เป็นปัญหาสำคัญที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อสารมวลชนบ่อยครั้ง ทั้งปัญหาการลักลอบนำเข้า ส่งออกเพื่อการค้าระหว่างประเทศ เช่น งาช้าง หนังเสือ เขาสัตว์ งู ลิ่น หมี ลิง นก เป็นต้น เป็นจำนวนมาก จนประเทศไทยถูกกล่าวหาว่าเป็นเส้นทางผ่านของการลักลอบขนสัตว์ป่า และพืชป่าไปยังประเทศอื่นๆ จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดด้านสัตว์ป่า ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบันได้มากกว่า 3,000 คดี ตรวจยึดของกลางได้มากกว่า 50,000 ตัว รวมทั้งซากสัตว์อีกจำนวนมาก

                "ประเทศไทยในฐานะสมาชิกประเทศภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ได้เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งมีชีวิตในโลก เพื่อประโยชน์แห่งมวลมนุษยชาติในอนาคต จึงได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมไซเตสค๊อป 16 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้มอบนโยบายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทุกแห่งจัดการประชุมผู้ประกอบการฯ ควบคู่ไปกับการปราบปรามการค้าที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด และประชาสัมพันธ์ รณรงค์ เสริมสร้างความร่วมมือในการค้างาช้าง สัตว์ป่า และพืชที่ถูกกฎหมาย เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมไซเตสค๊อป 16” นายเมธี กล่าว

                นายเมธี กล่าวต่อว่า การประชุมประกอบการฯ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้มีความรู้ ความเข้าใจถึงระเบียบ กฎหมายเกี่ยวกับการค้างาช้าง สัตว์ป่า และพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส ตลอดจนปัญหาการค้าสัตว์ป่าของประเทศไทย นอกจากนี้ยังจะได้เป็นการประชาสัมพันธ์การจัดประชุมไซเตสค๊อป 16 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ อันแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชป่าอย่างจริงจัง รวมทั้งเชิญชวนร่วมกันเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมไซเตสค๊อป 16 ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมจากประเทศสมาชิกตามสนธิสัญญาดังกล่าวประมาณ 2,000 คน ในระหว่างวันที่ 3-14 มีนาคม 2556 และผู้ร่วมประชุมบางส่วนอาจจะมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย และเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก อันจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจจากการประชุมและการท่องเที่ยว

 

..................................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)

 

...................................

ข่าวเกี่ยวข้อง

- 'ลีโอนาร์โด'จี้'ปู'ปราบค้างาช้างในไทย : http://www.komchadluek.net/detail/20130219/152214/ลีโอนาร์โดจี้ปูปราบค้างาช้างในไทย.html

- รบ.เต้นรับ'ลีโอนาร์โด'จี้ปราบค้างาช้าง : http://www.komchadluek.net/detail/20130220/152313/รบ.เต้นรับลีโอนาร์โดจี้ปราบค้างาช้าง.html

- 'ยิ่งลักษณ์'เมินตอบออกวิธีป้องค้างาช้าง : http://www.komchadluek.net/detail/20130221/152390/ยิ่งลักษณ์เมินตอบออกวิธีป้องค้างาช้าง.html