
บังคับ'โอนบ้าน'ปม..ฆ่าน้องสะใภ้
บังคับ'โอนบ้าน'ปม..ฆ่าน้องสะใภ้ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
การคลี่คลายคดีฆาตกรรม นางนงลักษณ์ เฉลยจรรยา อ๊าซฟาก อายุ 46 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของร้านอาหารไทยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังถูกคนร้ายฆาตกรรมภายในบ้านพักในหมู่บ้านอารียะวิลล่า ในเขตรับผิดชอบของ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ชุดสืบสวนตั้งข้อสงสัยว่า พี่ชายของสามี ซึ่งเป็นชาวปากีสถาน น่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ!!
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.สมนึก จันทร์เกตุ ผกก.สภ.หนองปรือ พ.ต.ท.คงศักดิ์ บุญสื่อสุวรรณ รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ต.สิริบัญชา ขอบใจ สว.สส. พร้อมชุดสืบสวนประชุมแนวทางการสืบสวนสอบสวน
เบื้องต้นชุดสืบสวนเชิญ นางมาลี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี พี่สาวของนางนงลักษณ์ ซึ่งเป็นผู้พบศพน้องสาว ให้ปากคำว่าน้องสาวแต่งงานกับ นายโมฮัมหมัด อ๊าซฟาก สามีชาวปากีสถาน มานานหลายปีแล้ว และมีลูกด้วยกัน 1 คน ปกติทั้งคู่ทำธุรกิจร้านอาหารไทยในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นานครั้งถึงเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา น้องสาวกับนายโมฮัมหมัด กลับมาพักผ่อนที่ประเทศไทย แล้วพักอาศัยอยู่บ้านหลังเกิดเหตุที่ซื้อไว้ แต่ภายหลังนายโมฮัมหมัดเดินทางกลับไปก่อน ส่วนน้องสาวมีกำหนดเดินทางกลับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
"น้องสาวกลับมาพักอาศัยอยู่ที่เมืองพัทยา ก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์มือถือโดยตลอด น้องสาวเคยเล่าให้ฟังว่า มีปัญหาเรื่องทรัพย์สินทั้งรถยนต์และบ้านกับนายโยเซฟ พี่ชายของสามี ถึงขั้นมีปากเสียงกัน จนกระทั่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาน้องสาวเงียบหายนานกว่า 1 สัปดาห์ รู้สึกเป็นห่วง จึงรีบเดินทางมาหาที่บ้านพัก เมื่อถึงบ้านพักของน้องสาวก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา แต่ประตูบ้านและประตูรั้วถูกล็อกจากด้านนอก ด้วยความสงสัยและเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย จึงร้องขอให้พลเมืองดีช่วยงัดประตูเข้าไป พบว่าน้องสาวเสียชีวิตแล้ว" นางมาลี กล่าว
การให้ปากคำของพี่สาวนางนงลักษณ์ ชุดสืบสวนออกหาข้อมูลในละแวกที่เกิดเหตุ ได้ข้อมูลจากพยานแวดล้อมว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ ที่ผ่านมา เห็นชายชาวตะวันออกกลาง 2 คน สวมชุดดาวะห์ สีขาว ขับรถจักรยานยนต์คนละคัน มาจอดที่หน้าบ้านที่เกิดเหตุ แล้วเห็นนางนงลักษณ์เดินออกมาทักทายพูดคุยและพาเข้าไปในบ้าน จึงคาดว่าน่าจะรู้จักกัน หลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นนางนงลักษณ์อีก จนกระทั่งทราบว่าเสียชีวิตเพราะถูกฆาตกรรม
ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตจากการให้ปากคำของพี่สาวนางนงลักษณ์ และพยานแวดล้อม สันนิษฐานว่า ผู้ต้อสงสัยในคดีฆาตกรรมคือพี่ชายสามีของนางนงลักษณ์ ชุดสืบสวนพยายามตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทราบว่า พี่ชายสามีของนางนงลักษณ์ คือ นายมูฮัมหมัด โยเซฟ อายุ 47 ปี สัญชาติปากีสถาน เดินทางเข้ามาประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แล้วเดินทางออกนอกประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิในวันเดียวกัน
"ค่อนข้างผิดสังเกต ตรงที่บินเข้าออกประเทศไทยภายในวันเดียว ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่า ผู้ต้องสงสัยน่าจะเป็นนายมูฮัมหมัด โยเซฟ นอกจากนี้การคำนวณระยะเวลาการเสียชีวิตของนางนงลักษณ์ ย้อนกลับไปหลังจากที่รับแจ้งเหตุก็น่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนมูลเหตุจูงใจน่าจะมีความขัดแย้งกันเรื่องทรัพย์สิน คือ บ้านพักในหมู่บ้านอารียะวิลล่า ที่นายมูฮัมหมัดต้องการนำไปจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อให้ตัวเองมีสิทธิครอบครอง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอผลการชันสูตรศพและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขออำนาจศาลเพื่อออกหมายจับ" พ.ต.อ.สมนึก กล่าว
สำหรับคดีฆาตกรรมนางนงลักษณ์ พนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ รับแจ้งเหตุเมื่อช่วงสายวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งบ้านของนางนงลักษณ์มีลักษณะเป็นบ้านพักชั้นเดียว ปลูกอยู่ในเนื้อที่กว่า 50 ตารางวา ภายในบ้านพบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้แชมป์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ก-9119 ชลบุรี จอดอยู่ ส่วนภายในห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว พบศพนางนงลักษณ์นอนหงายอยู่ในลักษณะหัวและลำตัวอยู่ในห้องน้ำ ส่วนขาข้างซ้ายโผล่ออกมา สวมเสื้อแขนยาวลายสกอต กางเกงยีนขายาวสีดำ สภาพศพขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นเน่า บริเวณศีรษะมีร่องรอยคล้ายถูกของแข็งทุบเป็นแผลฉกรรจ์ มีไม้ถูกพื้นวางบนลำตัว คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 วัน การตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า ภายในห้องนอนพบมีร่องรอยการต่อสู้จนข้าวของกระจัดกระจาย และพบคราบเลือดเปรอะเปื้อนอยู่บริเวณผ้าปูที่นอนสีขาวและรีโมทโทรทัศน์
........
(หมายเหตุ : บังคับ'โอนบ้าน'ปม..ฆ่าน้องสะใภ้ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



