
นครบาลชี้คนกรุงไม่ปลอดภัยคดีวิ่งชิงปล้นพุ่ง
นครบาล เผยสติถิอาชญากรรม5กลุ่มรอบ 4 เดือนคนกรุงไม่ปลอด ภัยคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์-ลักวิ่งชิงปล้น"พุ่งกระฉูด ส่วนยาเสพติด แนวโน้มลดลง ขณะที่ความผิดเกี่ยวกับอบายมุข-การพนัน เพิ่มขึ้นคดีอุกฉรรจ์สะเทือนขวัญ-คนฆ่ากันตายยังทรงตัว
(1มิ.ย.) แผนกสติถิกองบัญชาการตำรวจนครบาลรายงานผลการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและผลการจับกุมคดีที่เกิดขึ้นรอบ 4 เดือนในพื้นที่ กทม.88 สน.ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 เมษายน 2552 ที่ผ่านมาเปรียบเทียบการเกิดคดีในช่วงเดือนเดียวกันของปี 2551 ทั้งหมด 5 กลุ่มคดีประกอบด้วย 1.คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ 2.คดีที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ร่างกาย และเพศ 3.คดีที่เกี่ยวข้องกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์สินพี่น้องประชาชน 4. คดีที่น่าสนใจ และ คดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
พบว่า คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2552 เป็นช่วงระยะเวลาที่ พล.ต.ท. วรพงษ์ ชิวปรีชา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีคดีเกิดขึ้นทั้งหมด 316 คดี จับกุมได้ 141 คดี ผู้ต้องหา 216 คน คิดเป็น 45% มีคดีที่เกิดขึ้นมากที่สุดอันดับ 1 ข้อหาชิงทรัพย์จำนวน165 คดี จับกุมได้ 65 คดี ผู้ต้องหา 123 คน รองลงมาเป็นข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเกิดขึ้น 92 คดี จับกุมได้ 46 คดี ผู้ต้องหา 54 คน หากเปรียบเทียบกับเดือนมกราคมถึงเมษายนปี 2551 ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงที่ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พบว่ามีสติถิการเกิดคดีลดลงไม่มากนักเพียง17 คดี โดยเกิดขึ้นทั้งหมด 299 คดี จับกุมได้ 137 คดี ผู้ต้องหา 194 คน โดยข้อหาทั้ง 2 ยังคงเกิดขึ้นมากที่สุดและลองลงมาตามลำดับคิดเป็นอัตราเฉลี่ยร้อยละ45
คดีที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ร่างกายและเพศ ช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2552 เป็นช่วงระยะเวลาที่ พล.ต.ท. วรพงษ์ ชิวปรีชา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเกิดขึ้นทั้งหมด 1,691 คดี จับกุมได้ 615 คดี ผู้ต้องหา 780 คน คิดเป็น 60% เคยมีคดีที่เกิดขึ้นมากที่สุดอันดับ 1 ข้อหาทำร้ายร่างกายจำนวน 1,343 คดี จับกุมได้ 522 คดี ผู้ต้องหา 795 คน รองลงมาเป็นข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเกิดขึ้นทั้งหมด 140 คดี จับกุมได้ 21 คดี ผู้ต้องหา 31 คน หากเปรียบเทียบกับเดือนมกราคมถึงเมษายนปี2551ที่ผ่านมา พบว่ามีสติถิการเกิดคดีเพิ่มขึ้นกว่า 200 คดีโดยเกิดขึ้นทั้งหมด 1,917 คดี จับกุมได้ 677 คดี ผู้ต้องหา 871 คนโดยข้อหาทั้ง 2 ยังคงเกิดขึ้นมากที่สุดและลองลงมาตามลำดับคิดเป็นอัตราเฉลี่ยร้องละ60
คดีที่เกี่ยวข้องกับประทุษร้ายต่อทรัพย์สินพี่น้องประชาชนช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2552 เกิดขึ้นทั้งหมด 5,644 คดี จับกุมได้ 1,299 คดี ผู้ต้องหา 1,543 คน คิดเป็น 58% เคยมีคดีที่เกิดขึ้นมากที่สุดอันดับ 1 ข้อหาลักทรัพย์จำนวน 4,960 คดี จับกุมได้ 987 คดี ผู้ต้องหา 133คน รองลงมาเป็นข้อหา ทำให้เสียทรัพย์เกิดขึ้นทั้งหมด 221คดี จับกุมได้ 72คดี ผู้ต้องหา 81 คน หากเปรียบเทียบกับเดือนมกราคมถึงเมษายนปี 2551 ที่ผ่านมา พบว่ามีสติถิการเกิดคดีเพิ่มขึ้นกว่า 200 คดี โดยเกิดขึ้นทั้งหมด 5,816 คดี จับกุมได้ 1,608 คดี ผู้ต้องหา 1,957 คน โดยข้อหาทั้ง2ยังเกิดขึ้นมากที่สุดและลองลงมาตามลำดับคิดเป็นอัตราเฉลี่ยร้อยละ58
คดีที่น่าสนใจ ช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2552 เกิดขึ้นทั้งหมด 5,034 คดี จับกุมได้ 355 คดี ผู้ต้องหา 429 คน เคยมีคดีที่เกิดขึ้นมากที่สุดอันดับ1ข้อหาโจรกรรมจักรยานยนต์จำนวน 2,268 คดีจับกุมได้ 130 คดี ผู้ต้องหา 179 คน รองลงมาเป็นข้อหายักยอกเกิดขึ้นทั้งหมด 1,031 คดี จับกุมได้ 42 คดี ผู้ต้องหา 43 คน หากเปรียบเทียบกับเดือนมกราคมถึงเมษายนปี2551 ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พบว่ามีสติถิการเกิดใกล้เคียงกันลดลงเพียง 30 คดี โดยเกิดขึ้นทั้งหมด 4,920 คดี จับกุมได้ 407 คดี ผู้ต้องหา 536 คน โดยข้อหาทั้ง2ยังเกิดขึ้นมากที่สุดและลองลงมาตามลำดับ
คดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย ช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 เมษายน 2552 เป็นช่วงระยะเวลาที่พล.ต.ท. วรพงษ์ ชิวปรีชา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเกิดขึ้นทั้งหมด 29,138 คดี จับกุมได้ 29,123คน ผู้ต้องหา 33,252 คน คดีที่เกิดขึ้นมากที่สุดอันดับ1 ข้อหายาเสพติดจำนวน 18,922 คดี จับกุมได้ 18,913 คดี ผู้ต้องหา 19,179 คน อันดับ2 ข้อหาค้าประเวณีจำนวน 11,755คดี จับกุมได้ 11,752 คดี ผู้ต้องหา 11,831 คน และอันดับสุดท้ายคือข้อหาการพนันจำนวน 2,324 คดี จับกุมได้ 2,324 คดี ผู้ต้องหา 6,554 คน หากเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคมถึงเมษายนปี2551 ที่ผ่านมาพบว่ามีสติถิการเกิดลดลงไม่มากนักประมาณ 500 คดี โดยเกิดขึ้นทั้งหมด 28,749คดี จับกุมได้ 28,707 คดี ผู้ต้องหา 26,244 คน โดยข้อหาทั้ง 3 ยังเกิดมากที่สุดและลองลงมาตามลำดับ



