
วาง'เฟอร์บี้แดง'แทน'พงศพัศ'เมินดีเบต
'ม.ศรีปทุม' จัดดีเบตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. 'พงศพัศ' ไม่ยอมเข้าร่วม ถูกวางเฟอร์บี้สีแดงแทน เนชั่นทีวีจัด'ผู้ว่าฯกทม.กับนโยบายพัฒนาที่อยู่-อาศัยคนเมือง'
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ก.พ. มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. โดยเชิญผู้สมัคร 4 คนประกอบด้วย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, นายโฆสิต สุวินิจจิต และ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เข้าร่วม แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลากลับมีผู้มาร่วมเพียง 3 คน ขาดเพียง พล.ต.อ.พงศพัศ ทำให้ผู้ที่จัดงานนำตุ๊กตาเฟอร์บี้สีแดง มาวางไว้แทนในตำแหน่งที่จัดให้ พล.ต.อ.พงศพัศนั่ง สร้างความประหลาดใจและความขบขันให้กับผู้ที่มาร่วมงาน
พท.ยัน'พงศพัศ'ไม่ได้เบี้ยวเวทีดีเบต
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองโฆษกศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม กล่าวว่า ตามที่องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยและติดตามนโยบายภาครัฐ มหาวิทยาลัยศรีปุทม ได้จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม และได้วางตุ๊กตาเฟอร์บี้ไว้แทนตำแหน่งที่นั่งของ พล.ต.อ.พงศพัศโดยอ้างว่าที่ทำเช่นนั้น เพราะผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยไม่ยอมเดินทางมาร่วมเวทีดีเบต ทั้ง ๆ ที่ เคยตอบตกลงไว้ก่อนแล้วนั้น พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่เป็นธรรมกับผู้สมัครของพรรค
ทั้งนี้นายภูมิธรรม เวชยชัย ผอ.ศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม ได้เคยตอบปฏิเสธคณะผู้จัดงานไปแล้วหลายครั้งว่าผู้สมัครของพรรคไม่สะดวกที่จะไปร่วมประชันวิสัยทัศน์ในวันและเวลาดังกล่าวได้ เนื่องจากในวันดังกล่าว พล.ต.อ.พงศพัศ มีคิวที่จะต้องไปพบกับคณะครู กทม กว่า 1,000 คน ที่หอประชุมคุรุสภา ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนถึง 14.00 น. จึงเกรงว่าจะไปร่วมงานไม่ทัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยเองก็รู้สึกเสียดาย เพราะเท่ากับว่า ผู้สมัครของพรรคก็จะเสียโอกาสในการนำเสนอนโยบายกับพี่น้องประชาชนไปอีก 1 เวที
"แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่า ผู้สมัครมีเวลาที่จำกัดคงไม่สามารถตอบรับคำเชิญของทุกฝ่ายที่แจ้งความต้องการเข้ามาที่พรรคได้ จึงขอยืนยันว่า พล.ต.อ.พงศพัศ ไม่ได้ผิดนัดกับคณะผู้จัดงานดีเบตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยรู้สึกไม่สบายใจที่องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ใช้ตัวการ์ตูนเฟอร์บี้มาทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นข่าว เพราะอาจทำให้สังคมเบื่อหน่ายการเลือกตั้ง ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง และอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยในเรื่องความเป็นกลาง เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตยในทางที่เสียหาย โดยสงสัยว่า ที่สร้างประเด็นข่าวเช่นนี้ เพื่อหวังให้กระทบคะแนนของผู้สมัครเบอร์ใดเบอร์หนึ่งใช่หรือไม่ รวมทั้ง กระแสข่าว เรื่องที่ผู้จัดงานมีแนวคิดที่จะถ่ายทอดการดีเบตผ่านทางสถานีบลูสกายชาแนล ทั้ง ๆ ที่ อาจทำให้ผู้สมัครบางคนได้เปรียบ เป็นต้น ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยอยากเห็นบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และอยากเห็นทุกฝ่าย ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเหมาะสม เป็นธรรมและมีความเป็นกลาง เพื่อให้ผลการเลือกตั้งเป็นไปตามความต้องการของคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง" ร.ท. หญิงสุณิสา กล่าว
เนชั่นทีวีจัด'ผู้ว่าฯกทม.กับนโยบายพัฒนาที่อยู่-อาศัยคนเมือง'
ขณะที่สถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี จัดเวทีแสดงประชันวิสัยทัศน์ "วาระ กทม.2013" ของผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในหัวข้อเรื่อง " ผู้ว่าฯกทม. กับนโยบายพัฒนาที่อยู่-อาศัยคนเมือง โดยมีผู้รับเลือกตั้งผู้ว่าฯ เข้าร่วมประชันประกอบด้วย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ หมายเลข 16 กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาของการดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯของตน คือ การยกร่างผังเมืองรวมของกทม.ฉบับใหม่ เนื่องจากการยกร่างผังเมืองใหม่นั้นมีความคิดที่มีความหลากหลายอย่างมาก โดยเฉพาะการแสดงความคิดของประชาชนชาวกทม.จำนวนไม่น้อยที่ไม่ต้องการให้เพิ่มความแออัดของกทม.ให้มากเพิ่มขึ้น และต้องการให้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น อีกทั้งคนจนเมืองมีความต้องการพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ตนได้พยายามดำเนินการในช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯที่ผ่านมานั้น คือ การสร้างความสมดุลย์ระหว่างของด้านต่างๆให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตามในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับผู้ที่ยากจน หรือมีรายได้น้อยนั้น ตอนนี้มีทางมาบ้างแล้ว คือ การออกโฉนดชุมชนที่ได้เริ่มทำในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ นอกจากนี้ตนเห็นว่าอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าฯกทม.ยังมีอำนาจอีกจำนวนไม่น้อยกว่า 30 อย่างที่ยังไม่ได้ถุูกถ่ายโอนมาให้กทม.มาดูแล ซึ่งตนเชื่อว่าหากมีการถ่ายโอนอำนาจต่างๆ ตามพรบ.การกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ได้ ตนมั่้นใจว่าผู้ว่าฯกทม.จะสามารถบริหารงานต่างๆ ในกทม.ได้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวถึงการบริหารจัดการพื้นที่ตามบาทวิถีทางเท้าตามเส้นทางต่างๆ ของในกทม. ว่า เปัญหาการจัดระเยบยนบาทวิถรตามถนนต่างๆ นั้น ตนถือว่าเป็นปัญหา และเป็นเรื่งอที่ยุ่งมากมากในการดูแลแก้ไขปัญหา เนื่องจากที่ตนได้เข้ามาดูแลกทม.ก็ตรงกับช่วงที่ประเทศเรากำลังเข้าช่วงที่ประเทศมีปัญหาทางเศรษฐกิจประชาชนคนยากจนที่จะต้องทำค้าขายนั้นเราจำเป็นที่จะต้องอะลุ่มอะลวยกัน ประกอบกับจำนวนเจ้าหน้าที่เทศกิจที่มีหน้าที่ดูแลการจัดระเบียบพื้นที่บาทวิถีในจุดที่มีการผ่อนปรนให้มีการค้าขายได้นั้น ตนได้พยายามนำกฎหมายเข้าไปบังคับใช้ แต่ก็ติดปัญหา คือ อำนาจหน้าที่ในการดูจนผ่อนผันต่างๆ ของกทม.นั้นมีพ.ร.บ.ถึง 3 ที่ใช้บังคับที่มีอำนาจทับซ้อนกันจึงทำให้การบริหารจัดการมีความยุ่งยาก นอกจากนี้กทม.มีมากว่า 1.6 พันตารางกิโลเมตร มีจุดผ่อนมากกว่า 700 จุด มีพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในจุดผ่อนผันต่างๆกว่า 2 หมื่นราย แต่กทม.มีจ้าหน้าที่เทศกิจเพียง 3.1 พันคนเท่านั้น นอกจากนี้เจ้าหน้าที่เทศกิจดังกล่าวยังมีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นตามที่รัฐบาลร้องขอมา เช่น การดูแลจัดการจราจรบนท้องถนนต่างๆ ดูแลเรื่องความปลอดภัยตามจุดต่างๆในกทม. ปัญหาเรื่องนี้ตนเห็นว่าเมื่อถึงเวลาจุดหนึ่งจะต้องมีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ทุกฝ่ายยอมรับกันได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่การค้า และผู้ที่ใช้ทางเท้า และผู้ที่อาศัยตามตึกแถวริมถนนต่างๆ ซึ่งความคิดตนนั้นเห็นว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องดึงชุมชนต่างๆเข้ามามีส่วนรวมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
ส่วนการแก้ไขปัญหาขยะมูลในกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ที่ตนได้เข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าฯ ที่ผ่านมาจำนวนขยะมูลฝอยในพื้นากทม.มีจำนวนมากถึงวันละ 8.9 พันตัน และตัวเลขขยะในวันที่ตนจะใกล้พ้นตำแหน่งขยะในกทม.เหลือเพียง 8.4 พันตัน ซึ่งหมายความว่าจำนวนขยะของกทม.เริ่มมีการลดจำนวนลง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ตัวเลขของจำนวนขยะลดลงนั้น ส่วนหนึ่ง คือ การนำระบบคัดแยกขยะมาใช้ ซึ่งตนเห็นว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ทำให้มีการลดจำนวนขยะอย่างได้ผล ดังนั้นหากตนได้รับการเลือกตั้งกลับมาเข้ามาอีกครั้ง ตนขอยืนยันว่าตนจะเดินทางโครงการคตัดแยกขยะมูลฝอยในพื้นที่กทม.อย่างจริงจังต่อไป รวมทั้งจะดำเนินการให้มีการเก็บขยะตามตรอกซอกซอยเล็กในพื้นที่ทั่วกทม.ให้ได้วันละสองครั้งทุกวัน แต่ทั้งนี้จะต้องมีการขอความร่วมมือกับชุมชน และหมู่บ้านต่างๆ ที่จะต้องมีการคัดแยกขยะด้วย
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังกล่าวถึงการจัดปัญหาสายระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ที่แขวนรกรุรังที่ตามเสาไฟฟ้าต่างๆ ว่า หากตนได้กลับเข้ามาเป็นผู้ว่าฯกทม.อีกครั้ง ตนจะประสานบริษัทเอกชนที่เจาของสายเคเบิ้่ลต่างๆ ให้ดำเนินการเอาสายลงดิน ซึ่งหากทางบริษัทไม่ยอมดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ตนก็จะขอความร่วมมือไปยังสภากทม.ให้ออกข้อเทศบัญญัติบังคับให้บริาทเอกชนเจ้าของสายเคเบิ้ลนั้นดำเนินการนำลงดินทั้งหมด ส่วนสายไฟฟ้านั้นทางกทม.ไม่สามารถที่จะไปดำเนินการบังคับการไฟฟ้านครหลวงได้ เพราะหากจะให้มีการนำสายไฟฟ้าลงดินนั้น ทางกทม.จะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่สูงพอสมควร อย่างไรก็ตามในเวลานี้ทางกทม.ได้ดำเนินการเอาสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลต่างๆให้นำเอาลงดินในถนนบางสาย เช่น ถนนสีลม และจะมีการดำเนินการในถนนเยาวราชในอนาคตอันใกล้นี้
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายต่างๆ ของตน เช่น นโยบายการแก้ไขปัญหาการจราจร ด้วยการก่อสร้างรถราง และนโยบายการสร้างอุโมงค์ระบายเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้น ทุกนโยบายของตนนั้นจะไม่สร้างผลกระทบให้ประชาชนด้วยการไล่รื้่อที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างแน่นอน ซึ่งหากจะมีผลกระทบต่อประชาชนก็จะพยายามให้กระทบน้อยที่สุด ซึ่งตนไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอนว่าหากมีนโยบายใดๆ ก็ตามขึ้นมาแล้วไปสร้างผลกระทบต่อประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรและไม่น่าดำเนินการอย่างยิ่ง เช่น นโยบายสร้างระบบขนส่งแบบ และสร้างเส้นทางรถโมโนเรลนั้น พื้นที่จุดก่อสร้างส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สาธารณะ หรือให้ใช้พื้นที่ของทางราชการ ส่วนการสร้างอุโมงค์ยักษ์ในระบายน้ำอีก 3 จุด ส่วนใหญ่อุโมงค์ทั้งหมดจะอยู่ในคลองที่มีการกำหนดเอาไว้ โดยจะไม่มีการเวณคืนที่ดินและจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนแต่อย่างใดเรื่องนี้ตนขอยืนยัน และอยากจะชี้แจงข้อเท็จจริงนี้ด้วย เนื่องจากเรื่องดังกล่าวนี้ได้มีการปล่อยข่าวลือว่านโยบายต่างๆ ของตนนั้นได้สร้่างผลกระทบให้ประชาชนชาวกทม. ซึ่งตนขอปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริงตามที่มีการปล่อยออกมาแต่อย่างใด



