
'ชูวิทย์'ยื่นเอาผิด'อดุลย์-เพรียวพันธ์-สุพร'
'ชูวิทย์' ยื่น 'ปปช.' เอาผิด 'อดุลย์-เพรียวพันธ์-สุพร' ฐานมีเอี่ยวทุจริตปมก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 หลัง
21 ก.พ.56 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือเลินเล่อต่อหน้าที่ กรณีการดำเนินการโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 หลัง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อราชการอย่างร้ายแรง โดยมีตัวแทนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ตกลงทำสัญญาจ้างให้บริษัทพีซีซี ดีเวลลอปเม้นท์ คอนสตรัคชัน จำกัด รับจ้างก่อสร้างอาคารสถานีตำรวจในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และศูนย์จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 396 แห่ง วงเงินค่าก่อสร้างกว่า 5.8 พันล้านบาท และมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 18 มิ.ย.55 แต่มีการขยายสัญญาต่อมาถึง 3 ครั้ง โดยอ้างปัญหาผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งนี้การต่อสัญญาครั้งที่ 2 และ 3 เป็นการขัดต่อมติ ครม. ที่กำหนดเงื่อนไขว่าหากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา และไม่เคยเข้ามาทำงานในสถานที่ก่อสร้างดังกล่าวโดยไม่มีเหตุอันควรจนกระทั่งเกิดเหตุอุทกภัย ผู้รับจ้างไม่อาจขอรับความช่วยเหลือได้ ซึ่งการต่อสัญญาครั้งที่ 3 จะครบกำหนดในวันที่ 14 มี.ค.นี้ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการก่อสร้างแต่อย่างใด ซึ่งผบ.ตร. สามารถพิจารณาใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ในกรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด แต่ ผบ.ตร.ก็ละเว้นไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ จนทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการอย่างร้ายแรง
นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับการบริหารราชการของ สตช. แทนนายกรัฐมนตรีและ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเมื่อครบสัญญากำหนดก่อสร้างแล้ว จะบอกเลิกสัญญาและฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายรวมทั้งจัดจ้างผู้รับจ้างก่อสร้างรายใหม่แยกเป็นรายภาคและดำเนินการก่อสร้างต่อให้แล้วเสร็จ ซึ่งหากมีการบอกเลิกสัญญาจริงก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะสร้างโรงพักทั้ง 396 แห่งให้แล้วเสร็จ ยิ่งเป็นการสร้างความเสียหายต่อระบบราชการอย่างร้ายแรง และทำให้เกิดความเสียหายต่องบประมาณของประเทศที่มาจากภาษีประชาชน ดังนั้นข้าราชการตำรวจที่ได้รับมอบหมายให้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบควบคุมการจ้างให้เป็นไปตามสัญญาดังกล่าวทุกนาย จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ จากการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือเลินเล่อต่อหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการอย่างร้ายแรง ทั้งทางวินัยและอาญา
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ตนขอแจ้งคำกล่าวโทษ ต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการไต่สวนชี้มูลความผิดทั้งทางอาญาและทางวินัยกับข้าราชการตำรวจผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับโครงการสร้างอาคารฯ จำนวน 396 แห่ง ประกอบด้วย พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. คณะกรรมการตรวจการจ้าง โครงการก่อสร้างอาคารฯ ทั้งหมดทุกนาย และผู้ควบคุมโครงการก่อสร้างอาคารทุกนาย



