ข่าว

'จูดี้'ชูนโยบายแก้หนี้ใน-นอกระบบ

'จูดี้'ชูนโยบายแก้หนี้ใน-นอกระบบ

21 ก.พ. 2556

"พงศพัศ" ชู นโยบาย แก้หนี้ใน-นอกระบบ เน้นเลื่อนวิทยฐานะ ครูกทม. ไม่เอาความคนติดสติ๊กเกอร์เผาบ้านเผาเมือง ยันให้อภัยทุกคน ลั่นหาเสียงจนวินาที สุดท้าย

          วันที่ 21 ก.พ.56  เมื่อเวลา 08.30 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางร่วมเวทีแสดงวิสัยทัศน์และนโยบาย การประชุมโครงการ "ปฎิรูประบบการจัดสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร" ร่วมกับผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.อีกกว่า 10 คน โดยมีตัวแทนครูและบุคลากรครูภายใต้สังกัดกทม.สพฐ.กศน.ทั้ง 50 เขตร่วมรับฟังจำนวนมาก
 
          ซึ่งตัวแทนครู เสนอให้มีการสร้างโรงพยาบาลในการดูแลครู การพิจารณาวิทยฐานะต่างๆของครูให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด โดยพล.ต.อ.พงศพัศ  กล่าวว่า ตนมารับฟังปัญหาของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะได้รับการร้องเรียนจากครูเรื่องปัญหาหนี้สินทั้งในและนอกระบบ จึงเห็นว่าเรื่องหนี้ครูเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไข โดยมีแนวคิดปรับหลักเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะของครูและบุคลากร ประมาณ1,000 คน ให้ตรงกับหลักเกณฑ์และหลักสูตรในการสอนเพื่อปรับเงินวิทยฐานะให้ถึงขั้นสูงสุด ซึ่งขณะนี้มีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะเห็นว่าเงินเพิ่ม 3,000-9,000 บาทนั้น ที่จะเพิ่มขึ้นตามวิทยฐานะนั้นแม้จะไม่มากแต่จะช่วยแบ่งเบาภาระให้ครูได้ นอกจากนั้นยังมีแนวคิดจัดให้มีรถโรงเรียนรับ-ส่งครูเพื่อให้ความสะดวกสบายมากขึ้น รวมทั้งกองทุนครูเป็นทุนสำรองเพื่อให้ครูใช้จ่ายใกล้เกษียณและเรื่อจัดการหนี้ทั้งในและนอกระบบของครูอีกด้วย





"พงศพัศ" ไม่เอาความคนติดสติ๊กเกอร์"เผาบ้านเผาเมือง"

          พล.ต.อ.พงศพัศ  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พหลโยธิน จับกุมชาย ซึ่งนำสติ๊ก มีข้อความ "เผาบ้านเผาเมือง" มาติดที่ป้ายหาเสียงนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า  ทางพรรคได้แจ้งให้ตนทราบเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ก.พ. ว่าสน.พหลโยธิน พบตัวผุู้กระทำการแล้ว ส่วนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้นเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมายและผู้บริหารพรรค แต่ส่วนตัวให้อภัยจากใจจริง และไม่คิดจะดำเนินคดี เพราะคิดว่าน้องคนดังกล่าวทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์  ทั้งนี้อยากขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ไม่ให้ร้ายกันและให้ต่อสู้กันที่นโยบาย เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ตนไม่คิดร้าย ไม่ดำเนินคดีใดๆ และพูดจากใจจริงว่าไม่เอาเรื่อง
 
          อย่างไรก็ตาม ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ตนจะลงพื้นที่ทุกวันไปจนถึงนาทีสุดท้าย เวลา 18.00น.วันที่ 2 มี.ค.เพื่อพบปะประชาชนและสอบถามปัญหาต่างๆ ที่ต้องการให้เราแก้ไขเพื่อนำมาประมวลและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่อไป
         
          พล.ต.อ.พงศพัศ  ยังกล่าวถึงกรณีโพลสำนักต่างๆ ที่มีคะแนนนำผู้สมัครคนอื่น ว่า ตนไม่ยึดติดโพล เนื่องจากการทำโพลถือเป็นการดำเนินการตามหลักสากลที่ทุกประเทศดำเนินการ แต่ต้องเคารพสถาบันที่ดำเนินการ ตลอดจนความเห็นของประชาชนที่สะท้อนผ่านโพลออกมา หากส่วนใดที่ขาดอยู่ก็ต้องเสริมเข้าไป
         
          เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าโค้งสุดท้ายจะมีวิธีการใส่ร้ายแบบใหม่ๆ เพื่อตัดคะแนน พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมี หากผู้สมัครไม่ทำคงไม่มีใครกล้าทำ  สำหรับตนหากใครจะทำหรือใส่ร้ายก็ให้อภัย เพื่อให้เห็นถึงการเล่นการเมืองมิติใหม่ที่สู้กันที่นโยบายมากกว่าและเรื่องการฟ้องร้องหากตนในฐานะผู้สมัครไม่ฟ้องร้องทางพรรคก็คงไม่มีการฟ้องร้องเช่นกัน 
 
          เมื่อถามถึงกรณีภาพตัดต่อบุคลที่มีชื่อเสียงสนับสนุนผู้สมัครหมายเลข 9 พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า  ตนคงไม่ไปชี้แจง กกต.หรือหน่วยงานใด เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำ และเชื่อว่าหน่วยงานนั้นคงตรวจสอบได้