ข่าว

เชื่อ'เฉลิม'คิดรอบคอบตั้ง'วาดะห์'

เชื่อ'เฉลิม'คิดรอบคอบตั้ง'วาดะห์'

21 ก.พ. 2556

"สุกำพล" เชื่อ "เฉลิม"คิดรอบคอบตั้ง "วาดะห์" นั่งที่ปรึกษา คุยไฟใต้ดีวันดีคืน โวโจรใต้แห่มอบตัว สั่งทหารเร่งแจงม.21 วอนอย่ามองแคบบึ้มรายวันทำใต้แรง

          วันที่ 21 ก.พ.56  เมื่อเวลา 07.30 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.มล.ประสบชัย เกษมสันต์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผบ.ตร. ผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย และคณะนายทหารระดับสูงร่วมเดินทางลงตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการร้อยปืนเล็กที่ 2 (ร้อยปล.ที่2) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พร้อมตรวจเยี่ยมกองกำลังทหารพรานค่ายอิงคยุทธบริหารจังหวัดปัตตานี และชมการสาธิตการก่อเหตุด้วยระเบิดแสวงเครื่องของผู้ก่อเหตุรุนแรง
 
          พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวก่อนเดินทางถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งอดีตส.ส.กลุ่มวาดะห์ 9 คนเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า "เป็นสิทธิของร.ต.อ.เฉลิม ท่านคงคิดรอบคอบแล้ว ซึ่งการตั้งที่ปรึกษาเป็นสิทธิส่วนตัว ผมสามารถตั้งได้เหมือนกัน ส่วนที่มองว่า บางคนมีประวัติไม่ค่อยดีนั้น ผมถามว่า คดีจบหรือยัง และคดีจบแล้วเป็นอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม คงทราบแล้ว เรื่องนี้ต้องถามท่าน ส่วนเขาจะมาช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่ ผมไม่ทราบ เพราะไม่ได้เป็นที่ปรึกษาผม ต้องไปถามร.ต.อ.เฉลิม เรื่องนี้เป็นเรื่องของท่าน อย่าให้ผมแสดงความคิดเห็น ท่านก็มีมุมมองหนึ่ง ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันทั้งนั้น คือ อยากให้ภาคใต้ดีขึ้น แต่วิธีการหรือสไตล์อาจไม่เหมือนกัน"
 
          "สถานการณ์ภาคใต้ขณะนี้ดีขึ้น ต้องบอกว่า ดีวันดีคืน อีก 2-3 เดือนจะดีมากกว่านี้อีก ในปีนี้น่าจะดีมากๆ เพราะมีสิ่งบอกเหตุหลายอย่าง ขอให้ดูเอาเอง อย่ามองระเบิดรายวัน อย่ามองแคบ ขอให้มองให้ยาว หากลงไปคลุกคลีจะเห็นว่า ปัญหาภาคใต้ดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ก่อความไม่สงบมาติดต่อขอมอบตัวมากมาย แต่กลุ่มหัวแข็ง ยังไม่ยอมก็ยังมี ซึ่งเราจะค่อยๆรุกไป โดยผมจะลงไปคุยว่า กลุ่มที่ติดต่อมามอบตัวมีกลุ่มใดบ้าง ทั้งนี้ต้องให้หน่วยในพื้นที่เร่งประสัมพันธ์เกี่ยวกับมาตรา 21เเห่งพ.ร.บ.มั่นคง เพราะบางทีชาวบ้านอาจยังไม่เข้าใจ บางคนไปทำความผิดหลายพื้นที่ แต่กฎหมายที่ประกาศขณะนี้แต่ละพื้นที่ใช้กฎหมายคนละฉบับ คือ พ.ร.บ.ความมั่นคงใช้ใน 4 อำเภอ จ.สงขลา ส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าไปทำผิดทั้ง 2 พื้นที่จะต้องทำอย่างไร ซึ่งจะต้องไปหารือให้ได้ข้อสรุป เพื่อให้ผู้มามอบตัวมั่นใจและเข้าใจ ทั้งนี้หากพื้นที่ไหนที่สถานการณ์ดีขึ้นก็จะมีการปรับเปลี่ยนจากพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องหารือร่วมกันอีกครั้ง เพราะการประกาศใช้กฎหมายแต่ละฉบับมีเหตุผลในตัว เราต้องอธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจด้วย"รมว.กลาโหม กล่าว
 
          พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า นโยบายที่ใช้อยู่ขณะนี้ดีและถูกต้องทุกอย่าง เพียงแต่การปฏิบัติเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความอดทน ไม่ใช่มีระเบิด 1-2 วัน แล้วบอกว่า เหตุการณ์ร้ายแรง มันมีบ้างธรรมดา เหมือนชกเขาแรง เขาก็ชกกลับบ้างเป็นเรื่องธรรมดา บางครั้งต้องเข้าใจสถานการณ์และรูปแบบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่จะพูดทุกวันไม่ได้ ซึ่งเราเดินมาถูกทางแล้ว ผู้ดำเนินการเรื่องนี้ต้องมั่นคงและนิ่ง ไม่ไขว้เขว คิดว่า ถ้าเป็นไปได้เดือนหน้าจะนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ภาคใต้ จะได้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีที่ครม.มีแผนว่า จะไปประชุมครม.สัญจรในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างนั้น เป็นเพียงกำหนดการเบื้องต้นว่า จะลงไปในช่วงเดือนพ.ย. แต่ยังไม่ได้กำหนดพื้นที่ รายละเอียดชัดเจน ซึ่งนายกฯบอกว่า ถ้าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมเมื่อไรก็จะลงไป แต่ขณะยังไม่ได้กำหนดวัน เพื่อให้สิทธิกับภาคใต้ตอนล่างว่า พร้อมเมื่อไร และต้องดูสภาพอากาศด้วย เบื้องต้นได้คุยแล้ว่า ให้หาช่วงเวลาที่ดีสุด และจะประชุมที่ไหน อย่างไร
 
          เมื่อถามว่า จะร่วมลงภาคใต้พร้อมกับร.ต.อ.เฉลิม หลังจากการเลือกตั้งผู้ว่า ฯกทม.เสร็จสิ้น หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า "ถ้าท่านชวนไป ผมก็ไป เพราะผมมีปฏิทินลงภาคใต้ทุกเดือนอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นหน้าที่ของผมที่จะดูในระดับนโยบาย ส่วนผู้บัญชาการทหารบก เหมือนหัวหน้าระดับผู้ปฏิบัติโดยตรงดูในระดับลึกลงไป คือ ในส่วนของกองทัพบก และกอ.รมน. ซึ่งการทำงานในภาคใต้เรามีการประสานงานสอดคล้องกันตลอด เข้ากันได้ดี เป็นทีมเวิร์คที่ดีมาก เป็นตัวอย่างให้กับภาคอื่นได้เลย ใครบอกว่า ไทยเป็นทีมเวิร์คไม่เป็นให้ไปดูที่ภาคใต้ กอ.รมน.กับศอ.บต.ทำงานคู่กันตลอด ถือเป็นจุดแข็งของฝ่ายรัฐ ปัญหาที่ผ่านมาที่บอกว่า ขัดแย้งกับร.ต.อ.เฉลิม เรื่องเคอร์ฟิว เป็นเรื่องของความคิด ความจริงยังไม่ได้สั่งอะไรเลย แต่สื่อไปเสนอข่าวตั้ง 7 วัน ทำให้คนอ่านสับสน ที่สื่อเขียนไปกับข้อเท็จจริงในพื้นที่มันผิดกัน ทำให้คนเข้าใจผิด"