ข่าว

จับหนุ่มติดสติ๊กเกอร์'เผาเมือง'ป้ายพงศพัศ

จับหนุ่มติดสติ๊กเกอร์'เผาเมือง'ป้ายพงศพัศ

21 ก.พ. 2556

ตร.จับนักวิชาการด้านการศึกษา เดินติดสติ๊กเกอร์ "เผาบ้านเผาเมือง" บนป้ายหาเสียง "พงศพัศ"

           วันที่ 21 ก.พ.56 เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ ร.ต.ท.นิติธร พิมพ์คำ รอง สวป.สน.พหลโยธิน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจพื้นที่ เฝ้าระวังป้องกันเหตุช่วงการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระหว่างออกตรวจไปถึงบริเวณป้ายรถประจำทาง ปากซอยลาดพร้าว 45 ถ.ลาดพร้าว แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. พบเห็นชายกำลังทำอะไรบางอย่างที่ป้ายหาเสียงของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. สังกัดพรรคเพื่อไทย จึงเข้าตรวจสอบพบว่าชายดังกล่าวกำลังติดแผ่นสติ๊กเกอร์ซึ่งมีข้อความว่า "เราไม่เลือกผู้ว่าฯสร้างภาพ" ที่ป้ายหาเสียงดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทราบชื่อต่อมา คือนายหทัยวุฒิ สายทอง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่189/170 ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นนักวิชาการศึกษา 5 สำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.)กรุงเทพมหานคร เขต 2  และตรวจสอบภายในกระเป๋าสะพายยังพบแผ่นสติ๊กเกอร์ขนนาดต่างๆ มีข้อความ "เราไม่เลือกผู้ว่าฯสร้างภาพ ,เผาบ้านเผาเมือง และรูปพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมข้อความทักษิณติดคุก" อยู่ในกระเป๋าประมาณ 50 แผ่น เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.พหลโยธิน ต่อมาเวลา 22.00 น. นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายัง สน.พหลโยธิน เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าว
 
          สอบสวนนายหทัยวุฒิ ให้การว่า ตนเป็นนักวิชาการด้านการศึกษา ซึ่งสติ๊กเกอร์ดังกล่าวตนทำคนเดียว ไม่มีใครว่าจ้าง ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด โดยเพิ่งเริ่มทำได้ 4-5 วัน ใช้เวลาช่วงเย็นหลังเลิกงานนั่งทำข้อความและปริ้นซ์ใส่แผ่นสติ๊กเกอร์อยู่ที่ทำงาน และเพิ่งนำสติ๊กเกอร์มาติดที่ป้ายหาเสียงพรรคเพื่อไทยเวลาประมาณ 20.00 น. และติดไปเพียง 3 - 4 ป้ายก็มาถูกตำรวจจับ ที่ตนทำแบบนี้ตนก็รู้ว่าต้องผิดกฎหมาย แต่ตนมีความไม่ชอบพรรคเพื่อไทย และทักษิณ เป็นการส่วนตัว ตั้งแต่เป็นพรรคไทยรักไทยแล้ว จึงต้องการแสดงออกลักษณะนี้เพื่อให้คนได้รับรู้ ถ้าไม่ทำหรือไปติดที่อื่นก็จะไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น

         "ส่วนตัวแล้วผมไม่ได้รังเกียจ พล.ต.อ.พงศพัศ ผู้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ผมไม่ชอบพรรคเพื่อไทย ผมยืนยันเลยว่าผมทำคนเดียว ไม่ได้ใช้เวลาราชการทำข้อความและแผ่นสติ๊กเกอร์พวกนี้ แต่ผมใช้เวลาเลิกงานทำ ไม่ได้รับจ้างใคร หรือพรรคการเมืองไหน และเพิ่งมาตัดสินใจทำเป็นครั้งแรก ขนาดมีการชุมนุมม็อบต่างๆ ที่ผ่านมา ผมก็ไม่เคยเข้าร่วมการชุมนุมแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครั้งนี้ผมเหลืออดจึงต้องออกมาแสดงให้คนอื่นได้รับรู้ ซึ่งตั้งใจจะนำสติ๊กเกอร์ที่ทำขึ้นไปติดป้ายหาเสียงของผู้สมัครพรรคเพื่อไทยทุกป้าย แต่มาถูกจับก่อนเฉยๆ ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ส่งใครลงสมัครเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น" นายหทัยวุฒิ กล่าวย้ำ
 
          ด้านนายพร้อมพงษ์ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า ที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแน่นอน ตามมาตรา 57 โดยเป็นการใส่ร้ายป้ายสี อย่างไรก็ตามสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องหารือกับพล.ต.อ.พงศพัศ ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากเป็นผู้ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ว่าจะเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ด้วยตัวเอง หรือจะมอบหมายมอบอำนาจให้คนภายในพรรคมาดำเนินการแทน และส่วนตัวเชื่อว่านายหทัยวุฒิไม่น่าจะทำเรื่องนี้เพียงลำพังคนเดียว น่าจะมีขบวนการหรือมีผู้อยู่เบื้องหลัง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวน และสืบขยายผลให้แน่ชัด