ข่าว

งามหน้า...ตลาดงาช้างโลก?

งามหน้า...ตลาดงาช้างโลก?

20 ก.พ. 2556

คมชัดลึกจัดถก งามหน้า...ตลาดงาช้างโลก?

             การเป็นเจ้าภาพการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส)ครั้งที่ 16 และเป็นครั้งที่ 2 ของประเทศไทย กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่กลายเป็นแหล่งค้างาช้างเถื่อนเป็นอันดับ 2 ของโลก กลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง "คม ชัด ลึก" จัดเสวนาตอน งามหน้า...ตลาดงาช้างโลก?

              น.ส.จันทน์ปาย องค์ศิริวิทยา ผู้จัดการงานรณรงค์ต่อต้านการค้าสัตว์ป่า (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) กล่าวว่า ตอนนี้ต่างชาติกำลังจับตามองไทยในเรื่องการจริงจังต่อการแก้ปัญหาค้างาช้าง แต่ที่ผ่านมาไทยไม่เคยมีมาตรการอะไรในการแก้ไขปัญหา หลายสิบปีเราพูดเพียงว่าจะทำ แต่ไม่เคยบอกว่าจะทำเมื่อใด ส่วนการเป็นเจ้าภาพประชุมไซเตสเห็นว่า รัฐบาลควรจะออกมาประกาศในเรื่องกฎหมายการปราบปรามการค้างาช้างให้โลกรับรู้ นอกจากนี้อยากรณรงค์ไม่ให้ใครซื้อผลิตภัณฑ์งาช้าง เพราะฆ่าช้างเอางามันโหดร้ายมาก ส่วนตลาดค้างาช้างมีมูลค่ามหาศาล ต้นทางอยู่ที่แอฟริกา จากนั้นมาทางฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยถือเป็นตลาดงาช้างค่อนข้างใหญ่

              น.ส.โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง กล่าวว่า ขอขอบคุณดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ ที่ให้ความสำคัญในเรื่องช้าง แต่ที่เสียใจคือ รัฐบาลไทยไม่เคยให้ความจริงจังในการแก้ปัญหา ทุกครั้งในการประชุมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องพยายามบ่ายเบี่ยงให้หาหลักฐานมาแสดงว่า ไทยเป็นแหล่งค้างาช้างอันดับ 2 ของโลก ซึ่งเรื่องนี้รับไม่ได้ เพราะความเป็นจริงมันเห็นชัดอยู่ เราควรปิดป่า เพื่อไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสัตว์ นอกจากนี้ควรปรับปรุงเรื่องตั๋วรูปพรรณของช้างให้ชัดเจน เพราะจะได้ป้องกันการนำช้างมาสวม ส่วนการประชุมไซเตส รัฐบาลไทยควรใช้เวทีนี้ออกมาแสดงเจตนารมณ์ในการแก้ไขอย่างชัดเจน ส่วนตัวอยากฟังเสียงชัดๆ ในการแก้ปัญหาของไทย จึงขอพึ่งนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้

              รศ.ดร.สมโภชน์ ศรีโกสามาตร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า หลายอย่างที่พูดคุยเหมือนกับการฉายหนังซ้ำ ปัจจุบันไทยกำลังเป็นสนามการค้าสัตว์ป่าเกือบทุกชนิด และสถานการณ์ดังกล่าวยังลามไปถึงภูมิภาคเอเชียด้วย ส่วนการประชุมไซเตสนั้น ไทยควรใช้เวทีนี้ออกมาประกาศเรื่องปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่เราควรทำมาในช่วงหลายปี ส่วนแนวทางการแก้ไขเราควรแก้เรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดให้มากขึ้น เพราะวันนี้เราต้องยอมรับว่า การปราบปรามขบวนการค้างาช้างเป็นเรื่องยาก เพราะมีเครือข่ายโยงใยมากมาย ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้