ข่าว

เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้...เขาคุยเรื่องอะไรกัน

เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้...เขาคุยเรื่องอะไรกัน

21 ก.พ. 2556

เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้... เขาคุยเรื่องอะไรกัน : ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])

               เห็นตอนนี้พูดกันจังเรื่องกรุงเทพฯ จะเป็นเมืองหลักในอาเซียน ก็เลยอยากจะขอแจมด้วยสักหน่อย

               เพราะท่าจะไปกันใหญ่ ว่านโยบายหลักคือ ต้องพูดภาษาอังกฤษ

               ครับผม ตอนนี้สิงคโปร์ยังเจอปัญหาเลยครับ เพราะแรงงานใหม่ๆ จากจีนที่เข้ามาในสิงคโปร์ก็พูดไม่ได้ครับผม หรือจะมาแนวส่งนักข่าวไปเดินๆ ดมๆ ที่เมืองใหญ่ๆ ในเอเชียอาคเนย์

               ใครอยากทำอะไรก็ทำไปนะครับ ในฐานะที่สอนและวิจัยในเรื่องนี้ ก็จะขอแจมสักหน่อยว่าเรื่องสำคัญที่นักวิชาการด้านการพัฒนาเมืองในเอเชียอาคเนย์เขาถกเถียงเรื่องอะไรกันบ้าง

               จะขอเริ่มตรงที่ว่า นักวิชาการที่เขาสนใจเรื่องการพัฒนาเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เขาสนใจเรื่องเมืองในอดีต เขาเริ่มจากการทำความเข้าใจอิทธิพลของการเมืองและศาสนา ที่มีผลต่อรูปแบบของเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

               จากนั้นเขาก็จะมาศึกษาอิทธิพลของแนวคิดของพวกอาณานิคมที่มีต่อการเกิดเมืองใหม่ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ จาการ์ตา สิงคโปร์ หรือ กัวลาลัมเปอร์ (และตามมาด้วยแนวคิด "หลังอาณานิคม" ที่ศึกษาว่าปัจจุบันเรื่องราวการสร้างเมืองที่มียังมีลักษณะที่สวม หรือไปพ้น/ไม่พ้น แนวคิดของพวกอาณานิคม ซึ่งรวมทั้งการที่ยังคงแบ่งแยกและปกครอง หรือการที่ยังก้าวไม่พ้นจากลักษณะของการกีดกันหรือเหมารวมการเล่าเรื่องอัตลักษณ์ของตัวเอง)

               และถ้าย้อนกลับไปอีกนิด สิ่งที่เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญในการศึกษาเรื่องของการพัฒนาเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็คือ การค้นพบของนักภูมิศาสตร์ในช่วง 1960 ที่พบว่า เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในยุคหลังสงครามโลกเป็นต้นไป และโดยเฉพาะที่ได้รับเอกราชในช่วง 1940-1970 มีลักษณะที่เรียกว่าเมืองโตเดี่ยว (primate city)

               นั่นคือเมืองที่ดูดเอาทรัพยากรทุกอย่างมาไว้ในที่เดียว และบางส่วนก็นับเนื่องมาจากการเป็นอาณานิคมด้วย และที่สำคัญก็คือ เมื่อมีเมืองที่โตเดี่ยวที่ใหญ่กว่าเมืองลำดับสองอยู่มาก เกิดปัญหาอะไรขึ้นในเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วมาก

               คนจนจำนวนมากที่หลั่งไหลเข้ามาในเมือง เขาเข้ามาด้วยการที่มีงานรองรับ หรือเขาเข้ามาเพราะว่าชนบทพัฒนาไม่ดีพอ หรือว่า เขามาเพียงเพราะความคาดหวังที่เขาจะมีชีวิตที่ดีกว่า แต่สุดท้ายเขาก็ต้องจำยอมที่จะรับสภาพที่ไม่เหมือนที่เขาคาดหวังไว้

               นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่นักวิชาการในยุคนั้นเขาสนใจก็คือ บรรดาผู้นำในเมืองนั้น เขาพยายามเปลี่ยนแปลงเมือง เพื่อประโยชน์ของเขา ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับความคาดหวังของประชาชน

               ไม่นับความพยายามที่จะสถาปนาอำนาจนำในการสร้างความเป็นชาตินิยม ที่บางส่วนก็ย้อนกลับไปสู่อดีต หรือบางส่วนก็ฝรั่งจ๋า แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงที่มีคนยากคนจนจำนวนมากเขารอโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นในเมือง

               หน้าที่ของนักวิชาการที่สนใจเรื่องเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น จึงต้องทำหน้าที่ในการทำความเข้าใจโครงสร้างของชนชั้น และกลุ่มคนที่อยู่ในเมือง และดูว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเมืองนั้นใครได้และเสียประโยชน์กันบ้าง

               ในอีกทางหนึ่ง ก็ต้องเฝ้าระวังว่าชนชั้นนำในเมืองที่เป็นชนชั้นนำระดับชาติที่กระจุกตัวในเมืองนั้นจะสามารถครอบงำและครองจิตใจของคนยากไร้ได้ด้วยอุดมการณ์ชาตินิยม/ทันสมัยนิยมได้มากน้อยและยาวนานแค่ไหน และนี่คือลักษณะที่สำคัญของเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เขาค้นพบมาตั้งแต่ (คริสต)ทศวรรษ 1960

               นี่เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นบทเกริ่นนำนะครับ เดี๋ยวอังคารหน้า ผมจะมาเล่าให้เห็นข้อค้นพบในแง่การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระดับเมืองในวันนี้อีกทีนะครับ