ข่าว

ฝรั่งหัวใจธรรมะ ดีใจเป็นส่วนหนึ่งของไทย

ฝรั่งหัวใจธรรมะ ดีใจเป็นส่วนหนึ่งของไทย

21 ก.พ. 2556

ฝรั่งหัวใจธรรมะ ดีใจสุดเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไทย : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // สุชาติ สูงเรือง

               วันเวลาในช่วงพักผ่อนสบายๆ ของครอบครัว "วาซเซ็นออฟ" ว๊อง หรือ โจโจ้ อดีตวิศวกรโยธา ชาวฝรั่งเศส วัย 65 ปี มักควง "ขจรพจน์" หรือ บี ภรรยาชาวจังหวัดอำนาจเจริญ ในวัย 54 ปี ไปท่องเที่ยวตามวัดวาอารามเสมอ เป็นสิ่งบันเทิงที่เป็นอาหารตาและอาหารสมองสำหรับฝรั่งหัวใจธรรมะคนนี้

               กว่าจะมีครอบครัวที่เข้าใจกัน ดูแลกันและกันเช่นนี้ ทั้งสองคนต่างผ่านชีวิตคู่ล้มเหลวมาแล้ว

               ย้อนกลับไปเมื่อปี 2538 "บี" ในวัยสามสิบเศษๆ ชีวิตที่กำลังไปได้ด้วยดี กลับต้องสะดุดเมื่อครอบครัวล่มสลาย ต้องแยกทางเดินกับสามีที่เป็นคนไทย เธอรับดูแลลูกคนเดียวที่เป็นเสมือนของขวัญแห่งความรักที่เธอต้องการจดจำตลอดไป แต่สิ่งอื่นที่ผ่านมา บีต้องการลืมให้หมด จึงเลือกที่จะเดินหนีจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ด้วยการไปทำงานกับพี่สาวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เมืองที่มีคนต่างชาติพลุกพล่าน แต่ละวันเดินสวนกับชาวต่างชาติประหนึ่งว่าอยู่เมืองนอก

               ร้านอาหารที่บีทำงานอยู่ก็เช่นกัน มีชาวต่างชาติมาเป็นลูกค้ามากมาย รวมทั้งโจโจ้ ที่เลือกใช้เวลาหยุดพักร้อน 1 เดือน มาท่องเที่ยวในเมืองไทย และเมื่อมาพบบี พูดคุยกันไม่กี่ประโยคก็รู้สึกถูกชะตา ตลอดพักร้อนครั้งนั้น โจโจ้แวะเวียนมาหาบีทุกวัน พยายามใช้ภาษากายบอกรัก ซื้อขนมมาให้อยู่เสมอ ความจริงใจที่ฝ่ายชายแสดงออกทำให้บีเกิดความไว้ใจ ยอมพูดคุยคบหาไปไหนมาไหนด้วย

               ก่อนเดินทางกลับฝรั่งเศส 1 วัน โจโจ้พาบีมาเดินเล่นที่หาดทราย ตัดสินใจบอกความในใจสารภาพรักในวันนั้น หากตกลงก็จะสานเดินหน้าต่อ แต่หากไม่ก็จะเก็บความรู้สึกดีๆ ครั้งนี้ไว้

               "ผมบอกเขาว่ารักตั้งแต่แรกพบ พรุ่งนี้จะเดินทางกลับแล้ว หากไม่ได้คำตอบก็จะค้างคาใจ ถ้าตกลงผมพร้อมจะส่งเสียเลี้ยงดูไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยยาก และสวรรค์ก็เป็นใจ เขาตอบรับรัก ผมสัญญาว่า อีก 3 เดือนจะกลับมา"

               สามเดือนผ่านไป โจโจ้กลับมาตามสัญญา พร้อมเพื่อนสนิทและคนในครอบครัว ทุกคนตั้งใจมาดูหน้าสะใภ้ชาวไทย ญาติคนหนึ่งกระซิบบอกบีว่า วันนี้ญาติผู้ใหญ่ของโจโจ้มาดูเจ้าสาว เมื่อได้พบและพูดคุยด้วย รู้สึกถูกใจ ยินดีมากที่จะได้ไปเป็นลูกสะใภ้ 

               "วันนั้นเจ้าของร้านอนุญาตให้ปิดร้านฉลองกันยกใหญ่ เมื่อตกลงตามที่คุยกันก็มีการพูดคุยถึงวันแต่งงาน โดยทางฝ่ายโจโจ้ตกลงขอทำพิธีแต่งในปี 2542 ช่วงเดือนมกราคม"

                เมื่อถึงเวลาตามที่นัดหมาย การเข้าพิธีแต่งงานแบบชาวบ้านของไทยก็เริ่ม โดยโจโจ้และพ่อแม่ให้สินสอด 2 แสนบาท ทองคำน้ำหนัก 3 บาท 1 เส้น หลังดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ครึ่งเดือน เจ้าบ่าวก็เดินทางกลับไปทำงานที่บ้านเกิด ส่งเงินมาให้ภรรยาใช้เดือนละ 7 หมื่นบาท

               "ผมเคยผิดหวังกับครอบครัวที่แต่งงานกับสาวฝรั่งเศส อยู่กินกันไม่ได้ ตั้งใจจะขอมีเมียใหม่ โดยเลือกสาวไทยประเทศแรก และเมื่อเดินทางมาเที่ยวได้พบกับบี ได้พูดคุยกันไม่กี่ประโยคก็ชื่นชอบ เมื่อถามว่าจะพร้อมแต่งงานกับฝรั่งไหม เมื่อเขาตอบตกลงก็เลยเดินทางกลับบ้านไปบอกพ่อและแม่ ซึ่งก็ไม่ขัดข้อง ที่รักสาวไทยเพราะสาวไทยซื่อสัตย์ พูดจริง ไม่โกหก ที่สำคัญเอาใจเก่ง รักครอบครัว ประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย อยู่อย่างพอเพียง"

               เมื่อถึงช่วงเกษียณอายุจากงานประจำ โจโจ้เก็บข้าวของย้ายมาอยู่เมืองไทยกับภรรยาอย่างถาวร เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านบ้าง ไปดูแลครอบครัวพ่อแม่ทางโน้น

               เขามาอยู่เมืองไทยซาบซึ้งในรสพระธรรมมาก เริ่มจากภรรยาพาไปวัด ได้เห็นศาสนสถานที่คนไทยสร้างไว้ รู้สึกสงบ เยือกเย็น อิ่มบุญทุกครั้ง สบายใจที่ได้เห็น พึงพอใจในลวดลายวิจิตรศิลป์ที่ปรากฏบนฝาผนัง ชื่นชมในประเพณีไทย โดยเฉพาะวัดใน กทม.จะมีเรื่องราวต่างๆ ของศาสนสถานแห่งนั้นติดไว้ ตื่นเต้น ดีใจมาก เห็นด้วยที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยขึ้นป้ายประกาศไว้สำหรับอ่าน มันสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งเขาอ่านทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถ้าคำไหนแปลไม่ได้ก็ถามภรรยา

                "โชคดีเมียไทยพาเข้าวัดฟังธรรมะไม่เคยขาดพา เรียนรู้หัวใจศาสนาพุทธ คือ ทำดี ละชั่ว ทำใจให้บริสุทธิ์ ส่วนตัวอยากให้ฝรั่งเมียไทยหลายๆ คู่เข้าวัดศึกษาประเพณีไทย เข้าใจศาสนาไทย"

                จากจุดเริ่มต้นที่ไปวัดเฉพาะวันพระวันศีล ภรรยาก็พาไปร่วมกิจกรรมมากขึ้น อย่างบุญปริวาสกรรม วันที่ภิกษุยินยอมให้ภิกษุที่อาวุโสกว่าว่ากล่าวตักเตือน เมื่อได้ฟังคำอธิบายโจโจ้เข้าใจว่า ศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ จากที่เคยศึกษา และมีพระฝรั่งมาบวชที่วัดหนองป่าพง ต.หนองมะแซว อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ที่วัดถ้ำแสงเพชร ซึ่งเป็นวัดในสังกัดวัดหนองป่าพง สาขาวัดหลวงปู่ชา (ชา สุภัทโท) ช่วยให้การเรียนรู้หลักธรรม และกระตือรือร้นที่อยากพาไปวัด

                เมื่อสามีฝรั่งอยากไปวัด อยากไปศึกษาธรรมะ มันช่วยให้ตัวเองตัดสินใจอะไรต่างๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร เรื่องการแต่งตัว เขาง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เมื่ออยู่กับครอบครัว ซึ่งมีพ่อตา แม่ยาย โจโจ้เขาสงบ รู้ว่าอะไรควรพูด อะไรควรทำ กรณีไปร่วมงานคนข้างบ้าน เขาไม่เห็นด้วยที่เจ้าภาพเลี้ยงเหล้าเบียร์ตอนที่พระมาบ้าน ไม่เห็นด้วยที่เจ้าภาพเน้นเหล้าเบียร์ในงานบวชงานกฐิน เริ่มศึกษาพุทธศาสนาอย่างจริงจัง เขาบอกว่า ศาสนาพุทธก็คือวิทยาศาสตร์ ใครทำอะไรก็ได้รับผลอย่างนั้น เมื่อทำความดีก็จะได้รับความดีตอบ เขาจึงชื่นชอบคำสอนของศาสนาพุทธ และที่สำคัญเขาบอกว่า ชอบภรรยาไทยที่ไม่โกหก และรักษาศีลห้า

 

.......................................................

(ฝรั่งหัวใจธรรมะ ดีใจสุดเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวไทย : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เสาวลักษ์ คงภัคพูน // สุชาติ สูงเรือง)