
'มท.1'หนุน'วาดะห์'ช่วยดับไฟใต้
'มท.1'หนุน'กลุ่มวาดะห์'ช่วยดับไฟใต้ ชี้ ไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าคนที่รู้งานภาคใต้ จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ชี้'อีสท์วอเตอร์'ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง แจงทูตแคนาดาปมโรฮิงญา
20 ก.พ.56 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งกลุ่มวาดะห์มาเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ว่า ตนขอบอกก่อนว่า ไม่ขอคิดแทน ร.ต.อ.เฉลิม หากต้องการทราบเหตุผลในการตั้งที่ปรึกษาควรไปถาม ร.ต.อ.เฉลิม ว่า คิดอย่างไรจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่า เป็นสิทธิของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่จะตั้งที่ปรึกษา เมื่อมองปัญหานี้ตนเห็นว่าไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะทุกคนที่รู้ เรื่องทางใต้และมีความปรารถนาดี สามารถเข้ามามีส่วนในการแก้ไขปัญหาได้ การที่ ร.ต.อ.เฉลิม เชิญกลุ่มวาดะห์มาระดมความคิดเห็นร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาไม่ถือเป็นเรื่องเสียหายแต่อย่างใด
ชี้ปม"อีสท์วอเตอร์"มหาดไทยไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง
นายจารุพงศ์ กล่าวถึงกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทำหนังสือถึงผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กรณีได้ทราบข้อมูลผู้บริหาร บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกร่วมกันทุจริตจัดซื้อที่ดินและจัดจ้างโดยมีการกำหนดราคาเกินจริง ว่า อีสท์วอเตอร์เป็นบริษัทมหาชนที่ กปภ.ถือหุ้นส่วนใหญ่ ร้อยละ 40 การเป็นเอกชนถือว่ามีอิสระ กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่กำกับกปภ. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น จึงไม่ใช่เรื่องที่กระทรวงมหาดไทยจะต้องรับผิดชอบโดยตรง เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นกรรมการบริหารของอีสท์วอเตอร์ได้แถลงแล้ว ขณะที่ กปภ.ได้แจ้งเรื่องที่ได้รับจาก สตง.มายังกระทรวงว่าเรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
เมื่อถามว่า ในหนังสือของ สตง.ได้ระบุชื่อของนักการเมืองพรรคการเมืองหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า อย่าทำให้เป็นเรื่องการเมือง หรือทำให้เป็นเรื่องที่จะต้องให้ความจริงปรากฏ เรื่องนี้เป็นพันธกิจหน้าที่ของบอร์ดของอีสท์วอเตอร์ซึ่งเป็นเอกชนจะต้องพิจารณา ตนไม่เห็นความจำเป็นที่จะเอาเรื่องนี้ไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ความจริงก็คือความจริง ซึ่งความจริงบางครั้งพูดไปก็ตายได้เหมือนกัน
แจงทูตแคนาดาปมช่วยเหลือโรฮิงญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฟิลิป คาลเวิร์ต เอกอัครราชทูตแคนนาดาประจำประเทศไทย เข้าพบนายจารุพงศ์เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสรับตำแหน่งและหารือถึงความสัมพันธ์ไทย-แคนนาดา โดยเอกอัครราชทูตแคนาดาได้ขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐบาลไทยเกี่ยวกับผู้อพยพตามแนวชายแดนไทย-พม่า รวมทั้งผู้อพยพชาวโรฮิงญา
นายจารุพงศ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เอกอัครราชทูตแคนาดาได้มาขอรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้อพยพชาวโรฮิงญา ซึ่งตนได้อธิบายว่า ข้อเท็จจริงคือ ชาวโรฮิงญา อพยพเข้ามาประมาณ 1,700 คน เป็นสตรีและเด็กประมาณ 100 คน สถานที่ที่พักพิงจึงไม่มีเพียงพอที่จะรับรองได้ทั้งหมด ก็เลยกระจายไปตามสถานที่ต่าง ๆ จุดละไม่เกิน 200 คน ซึ่งเราได้ดูแลเป็นอย่างดี แต่ก็บอกไปอีกว่าเราไม่มีนโยบายสร้างศูนย์พักพิงแห่งใหม่ เพราะมีปัญหาอยู่แล้วกับศูนย์พักพิงทั้ง 9 แห่ง ซึ่งตอนนี้มีผู้อพยพประมาณ 1 แสนคน โดยมีคนที่ลงทะเบียนถูกต้อง 50,000 คน ส่วนที่เหลือเป็นการแฝงเข้ามาอีก 50,000 คน ซึ่งเป็นเวลาสิบกว่าปีที่ประเทศโลกที่สามรับผู้อพยพต่อไปได้ส่วนหนึ่งคือประมาณ 20,000 คน จึงเป็นภาระของประเทศไทยที่ต้องดูแล จึงได้แจ้งต่อเอกอัครราชทูตแคนาดาว่าประเทศไทยต้องการเห็นมิตรประเทศพูดคุยกับประเทศพม่า เพื่อหาทางออกในการรับสถานภาพของคนเชื้อสายโรฮิงญาว่า พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของพม่า แต่ประเด็นนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับที่ชัดเจน



