ข่าว

ส่งต่อชีวิตเมื่อสิ้นลมหายใจ

ส่งต่อชีวิตเมื่อสิ้นลมหายใจ

21 ก.พ. 2556

ส่งต่อชีวิตเมื่อสิ้นลมหายใจ

                     เมื่อถึงวันสุดท้ายของชีวิต ร่างอันไร้วิญญาณนี้ ยังคงทำประโยชน์ให้ใครได้อีกหลายคน บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จับมือกับ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย จัดโครงการ "เลท เดม ซี เลิฟ ปี 7" เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการให้อันยิ่งใหญ่ คือ การให้ชีวิตเพื่อนมนุษย์ พร้อมกันนี้ยังได้จัดทำภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง "บุญครั้งสุดท้าย" เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้ผู้ชมตระหนักถึงการให้ที่ยิ่งใหญ่ ผ่านการโทรหมายเลข 1666 เบอร์บอกบุญ เพื่อให้ครอบครัวโทรติดต่อแจ้งบริจาคอวัยวะและดวงตาของผู้ที่จากไป

                     รุ่งฟ้า เกียรติพจน์ ผู้ช่วยบริหารงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้อำนวยการด้านบริหารแบรนด์และการสื่อสารเพื่อสร้างแบรนด์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เบอร์บอกบุญจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยได้มีชีวิตใหม่ จากการปลูกถ่ายอวัยวะมากขึ้น เพราะจากผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมา แม้ว่าการรับรู้ในเรื่องการบริจาคอวัยวะและดวงตามีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประสบปัญหาเรื่องญาติของผู้บริจาค ไม่ทราบถึงความจำนงของผู้เสียชีวิต หรือไม่ทราบถึงเรื่องการบริจาคอวัยวะและดวงตา ที่ญาติสามารถบริจาคแทนผู้เสียชีวิตได้ เราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นคนในสังคม ตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ รวมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องการบริจาค เพราะคุณค่าของการบริจาคอวัยวะของหนึ่งชีวิตที่จากไป ไม่ใช่เป็นแค่เพียงการต่ออีกหนึ่งชีวิต แต่ยังส่งผลถึงความสุขและอนาคต ของอีกหลายชีวิตรอบข้างของผู้ที่ได้รับบริจาคด้วย

                     สุภาภรณ์ ธังศิริ คุณแม่ผู้บริจาคอวัยวะของลูกชาย กล่าวว่า ลูกเสียชีวิตเมื่ออายุ 16 ปี ขณะที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาล ด้วยภาวะเลือดออกในสมองมาก และสมองส่วนหน้าเริ่มตายแล้ว ส่วนแกนสมองและสมองส่วนหลังยังดีอยู่ อวัยวะต่างๆ ยังทำงาน ได้คุยกับหมอ จึงทราบว่าโอกาสในการรักษาให้หายมีน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย จึงตัดสินใจบริจาคอวัยวะของลูกชายเพื่อช่วยชีวิตผู้คนอื่น ซึ่งน้องได้ทำเรื่องบริจาคไว้ล่วงหน้า

                     "ครอบครัวเรามักคุยเรื่องบุญกุศลกันเสมอ ว่าร่างกายเป็นแค่ที่อยู่ของจิตเท่านั้น วันหนึ่งก็ต้องเน่าเปื่อยผุพังไป แต่สิ่งที่คงอยู่คือความดีงาม ญาติๆ ต่างก็บริจาคร่างกายเป็นอาจารย์ใหญ่ให้นักศึกษาแพทย์ รวมทั้งครอบครัวก็บริจาคกันทุกคน ญาติก็ยินดีที่เราบริจาคอวัยวะน้องครั้งนี้ ซึ่งสามารถต่อชีวิตคนอื่นในขณะที่อวัยวะยังใช้งานได้ อยากเชิญชวนพ่อแม่ที่อาจมีจุดหนึ่งที่ต้องตัดสินใจแบบนี้ อยากให้คิดให้ไวเพียงแต่คิดให้ดีก่อน อย่าเสียดายภายหลังกับสิ่งที่ทำ และนึกถึงว่าสิ่งที่สูญเสียไปกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น อย่างไหนจะมีคุณค่ามากกว่ากัน" สุภาภรณ์ กล่าว

                     ส่วนตัวแทนญาติของผู้บริจาคดวงตา วัชรินทร์ รักการ กล่าวว่า พี่ชายเสียชีวิตเมื่ออายุ 30 กว่า ตอนที่มีชีวิตอยู่ จะเป็นคนชอบทำบุญทำทานและช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ โดยจะพกบัตรบริจาคติดตัวตลอด และแจ้งญาติว่าได้ทำเรื่องบริจาคดวงตาไว้ เมื่อพี่ชายเสียชีวิตครอบครัวจึงรีบติดต่อทางสภากาชาดไทยทันที เพื่อนำดวงตาเขาไปช่วยคนอื่นให้สมอย่างที่เขาตั้งใจ หลังจากนั้นไม่กี่วันทางสภากาชาดก็แจ้งกลับมาว่า ดวงตาของพี่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์แล้ว ซึ่งทุกคนในครอบครัวรู้สึกภูมิใจในตัวพี่ชายมาก เพราะเราโชคดีแล้วที่เกิดมาครบ 32 หากสามารถช่วยคนอื่นไม่ว่าจะเป็นผู้พิการทางสายตา หรือผู้ที่สูญเสียดวงตาให้กลับมามองเห็นอย่างที่เราเห็นได้ ก็จะเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ครอบครัว เป็นผู้บริจาคดวงตาและอวัยวะเหมือนพี่ชาย อย่างน้อยเมื่อเราไม่มีชีวิตแล้ว ก็ยังทิ้งร่างไว้ช่วยผู้อื่นให้ได้มีชีวิตที่ดีขึ้นและอยู่รอดต่อไปได้

                     ถ้าใครสนใจต้องการแสดงความจำนง บริจาคอวัยวะและดวงตา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย โทร. 1666 และ 0-2256-4045-6 หรือ www.organdonate.in.th และศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย โทร. 0-2256-4039-40 หรือ www.eyebankthai.com