ข่าว

'ชูวิทย์'เดินหน้าติดป้ายต้านคอร์รัปชั่น

'ชูวิทย์'เดินหน้าติดป้ายต้านคอร์รัปชั่น

20 ก.พ. 2556

'ชูวิทย์' เดินหน้าติดป้ายต้านคอร์รัปชั่นเมืองกรุง หลังฉุนโดน กทม.ปลดป้ายแฉปมโรงพักฉาว ด้าน 'หมอวรงค์' ท้า 'บุญทรง' ตรวจพิสูจน์ผ่ากองข้าวปลอมปน

                       20 ก.พ.56 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย แถลงข่าวที่รัฐสภา ถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่กทม. ปลดป้ายการคอร์รัปชั่นโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ 396 แห่งทั่วประเทศ ว่าตนจะไม่หยุดการรณรงค์เรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ขอให้กทม. ตรวจสอบป้ายหาเสียง และป้ายโฆษณาที่ผิดกฎหมาย หรือ ติดตั้งผิดระเบียบกทม. อาทิ ป้ายหาเสียงเลือกตั้งผู้สมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ที่ติดตั้งหน้าปากซอย บังมุมมองของผู้ขับขี่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุแล้วหลายราย, ป้ายของนักการเมืองที่ติดตั้งเพื่ออวยพรประชาชนเนื่องในวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ.2556 การติดตั้งป้ายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ว่าได้ขออนุญาตกทม. หรือไม่ ดังนั้นกรณีที่กทม.ปลดป้ายของตนสามารถทำได้ แต่ขอให้กวดขันป้ายที่ติดตั้งผิดระเบียบดังกล่าวด้วย

                       “ผมไม่หยุดติดป้ายรณรงค์ต้านคอร์รัปชั่น ผมเตรียมทำป้ายรณรงค์คอรัปชั่นติดตั้งทั่วกทม. แจกเสื้อยืด เข็มกลัด 1 แสนอัน ให้คนกทม. รวมถึงนักการเมือง และข้าราชการ กทม.ด้วย ถึงแม้ท่านจะปลดป้ายผมได้ แต่ผมไม่หยุดเรื่องนี้ การที่ผมออกมาทำเช่นนี้ ไม่ใช่การเล่นการเมือง ผมเป็นคนไม่มีพวก” นายชูวิทย์ กล่าว

                       นายชูวิทย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ด้วยว่าฐานะที่ตนเป็นคนกทม. ขอเรียกร้องไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ให้ประกาศนโยบายปราบการทุจริตคอรัปชั่นของกทม. อาทิ การตรวจสอบบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ที่พบว่าหลายโครงการของกทม. ได้ถูกว่าจ้างให้ทำงานโดยไม่มีการเปิดประมูล ซึ่งประเด็นดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายเลี่ยงประมูลชัดเจน การทำงานของสำนักเทศกิจต่อการกวดขัดและจัดระเบียบทางเท้า ที่ผ่านมาพบว่าทางเท้าหลายพื้นที่มีผู้ค้าหาบเร่ แผงลอยอยู่เต็มพื้นที่ ดังนั้นสันนิษฐานได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจเป็นแหล่งหากินของเจ้าหน้าที่เทศกิจ ก่อนที่ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าฯกทม. จะพ้นจากตำแห่ง ทราบว่าได้พาข้าราชการสังกัด กทม. ระดับสูง ไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศ อาทิ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี และล่าสุดนั้นพบว่าเตรียมเดินทางไปทัวร์ที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ในวันที่ 14 มี.ค. นี้ การก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำเจ้าพระยาที่พบว่ามีการเพิ่มระดับความสูง จนทำให้โครงการก่อสร้างทำไม่แล้วเสร็จ

                       นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า มีประเด็นสำคัญคือโครงการก่อสร้างอาคารศาลาว่าการกทม. 2 ที่เขตดินแดง ที่ใช้เวลาก่อสร้างมา 20 ปี เปลี่ยนผู้ว่าฯ กทม. ไป 5 สมัย แต่พบว่าการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งกรณีดังกล่าวหากเป็นเอกชน เรียกว่า โครงการที่เจ๊งแล้ว ดังนั้นขอให้ผู้สมัครเป็นผู้ว่าฯกทม. พูดในสิ่งที่คนกทม. อยากฟังบ้าง

 

'หมอวรงค์'ท้า'บุญทรง'ตรวจพิสูจน์ผ่ากองข้าว-จี้เปิดสัญญาจีทูจี

 

                       วันเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมได้นำคลิปวิดีโอ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2555 ซึ่งเป็นภาพบันทึกการปลอมปนข้าวในโรงสีที่เข้าโครงการจำนำข้าว โดยนำข้าวเสื่อมสภาพไปเก็บปนกับข้าวดีมาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน โดย นพ.วงรค์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับตน ในกรณีที่นำข้าวสารเน่าไปแฉในสภาตามที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ระบุ มีเพียงแค่การไปลงบันทึกประจำวันเท่านั้น ทั้งนี้ในเรื่องดังกล่าวตนได้รับการแจ้งเพิ่มเติมว่า ข้าวหอมมะลิที่ใช้ข้าวเน่าไปปลอมปน ไม่ใช่มาจากโกดังสหพืชพล อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ และไม่ใช่ข้าวที่ตนนำมาแสดงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร รวมทั้งไม่ใช่ข้าวที่มาจาก อ.จอมพระ ตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง

                       อย่างไรก็ตามตนไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นสถานที่ใด เพราะอาจจะทำให้คนที่ทำผิดรู้ตัว ดังนั้นตนจึงขอท้านายบุญทรง เตยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ 4 ข้อ คือ นำสื่อมวลชนไปตรวจสอบโกดังรัฐบาล นำเซอเวเยอร์ที่ตรวจสอบคุณภาพข้าวอย่างมาตรฐานไปตรวจสอบ นำแล็ปที่ตรวจสอบดีเอ็นเอข้าวหอมมะลิไปด้วยเนื่องจากมีการปลอมปนจำนวนมาก และต้องมีการตรวจผ่าพิสูจน์กองข้าว ซึ่งตนพร้อมที่จะเดินทางไปด้วยไม่เกี่ยงวันเวลาจะรอหลังเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ก็ได้ นอกจากนี้ยังมีข้อน่าสังเกตว่ารัฐบาลประกาศขายข้าว 5.8 แสนตัน แต่ขายได้แค่ 6-7 % คือ 5 หมื่นตัน สาเหตุที่ทำให้ข้าวขายไม่ออกเพราะมีการปลอมปนมาก

                       นพ.วรงค์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องจีทูจีที่กระทรวงพาณิชย์บอกว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบไปแล้วนั้นแต่ไม่ยังไม่มีข้อสรุป กลับมีการขยายเวลาการตรวจสอบไปอีก 30 วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำสัญญาซื้อขายข้าวจากบริษัทจีเอสเอสจี ของจีน ซึ่งได้มีการมอบอำนาจโดยตรงให้”นายปาล์ม”เป็นผู้ดำเนินการ ก็ยังไม่ชัดเจน จึงขอให้นายบุญทรงนำเอกสารออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงใน 5 ประเด็นตนก็จะหยุดการตรวจสอบเรื่องนี้ทันทื คือ 1.นำสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศคือรัฐบาลไทยกับจีนออกมาโชว์สื่อมวลชน 2. ถ้าเป็นสัญญาการซื้อขายแบบจีทูจีเงินต้องเป็นของรัฐบาลจีนต้องเอาแอลซีจากรัฐบาลจีนมาแสดงต่อสื่อมวลชน 3 .นำหนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาลประเทศจีนที่มอบอำนาจให้นายปาล์ม มาแสดง 4. นำหนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาลจีนให้บ.จีเอสเอสจี และ 5. หนังสือมอบอำนาจของบ.จีเอสเอสจีที่ให้อำนาจกับนายปาล์มมาโชว์

                       “ทั้งนี้ผมได้รับข้อมูลจากนักเรียนที่ไปเรียนที่ประเทศจีน ระบุว่า บ.จีเอสเอสจี เป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ด้านกีฬายี่ห้อวิคตอรี่ เช่น  วอลเลย์บอล ฟุตบอล ซอฟบอล และยังขายอุปกรณ์ในครัวเรือนด้วย เช่น ช้อนส้อม ชุดกาแฟ เตาอบ โดยบริษัทดังกล่าวไม่มีการทำธุรกิจค้าข้าวเลยแต่กลับได้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้ซื้อข้าวจากรัฐบาลไทย ดังนั้นนายบุญทรงไม่ต้องเสียเวลาตรวจสอบไปอีก 90 วัน เพียงแต่นำเอกสาร 5 ฉบับมาแสดงได้ภายใน 7 วัน หากทำไม่ได้ก็เท่ากับว่า มีการโกงขายข้าวโดยการอ้างขายข้าวแบบจีทูจี “ นพ.วรงค์ กล่าว