ข่าว

ปัญหาสารพัดของกทม.

ปัญหาสารพัดของกทม.

20 ก.พ. 2556

ปัญหาสารพัดของกทม. : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล

               มีคนจำนวนหนึ่งที่เชื่อว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม.สักกี่ครั้ง ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ของ กทม.ให้ลุล่วงหรือบรรเทาเบาบางลงได้ ไม่ว่าผู้สมัครแต่ละรายจะโฆษณาหาเสียงอย่างเลิศลอยเพียงใดตราบเท่าที่ กทม.ยังขาดความเป็นอิสระและการมีอำนาจอย่างเต็มที่

               กทม.มีพื้นที่ประมาณ 1.5 ล้าน ตร.กม. มีประชากรประมาณ 5.6 ล้านคน ซึ่งยังไม่รวมถึงพื้นที่และประชากรในเขตปริมณฑล กทม.เป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การเงินการธนาคาร การพาณิชย์ ศิลปวัฒนธรรม การเดินทางท่องเที่ยว และการสื่อสาร

               ปัญหาสำคัญอันดับแรกของ กทม. น่าจะได้แก่ "ปัญหาการจราจร" ขณะที่ถนนใน กทม.สามารถรองรับรถยนต์ได้ จำนวน 1.6 ล้านคัน แต่ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา รถยนต์ใน กทม.มีอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี หรือปีละ 2.4 แสนคัน จนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2555 รถยนต์ใน กทม.มีจำนวนทั้งสิ้น 7 ล้านคัน ซึ่งมากกว่าพื้นที่การจราจรถึง 4.4 เท่า ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงรถ ขสมก.อีก 16,209 คัน ที่ให้บริการใน 445 เส้นทาง และรถใหม่ตามโครงการรถคันแรก ใน กทม.กว่า 2 แสนคัน

               ปัญหาต่อไปได้แก่ "ปัญหาคุณภาพชีวิต" ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากปริมาณรถยนต์ ใน กทม. ซึ่งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ประมาณปีละ 25-26 ล้านตัน ขณะเดียวกับที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกหรือภาวะโลกร้อนขึ้นด้วย สำหรับพื้นที่สีเขียวซึ่งเป็นปอดของเมืองนั้น ปัจจุบัน กทม.มีพื้นที่สีเขียวในเขตต่างๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 23 ล้าน ตร.ม. หรือเท่ากับ 4.09 ตร.ม./คน ซึ่งต่ำกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ คือ 9 ตร.ม./คน

               ปัญหาที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากอีกเรื่องหนึ่ง คือ "ปัญหาอาชญากรรม" และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยที่ กทม.ประกอบด้วยชุมชนเป็นจำนวนมาก และในแต่ละชุมชนก็มีปัญหาภายในของตนไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่อยู่อาศัย การทำมาหากิน ความยากจน  การศึกษา และมาตรฐานในการดำรงชีวิต ที่นำไปสู่ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ รวมถึงปัญหายาเสพติด การค้าบริการทางเพศ และอาชญากรรม ซึ่งนับวันปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรงขึ้น

               เอากันแค่เบาะๆ เพียง 3 ปัญหานี้ ใครก็ตามที่เข้ามารับหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. ก็คงจะหืดขึ้นคอเลยล่ะครับ และการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเลยแม้แต่น้อย เพราะหลายๆ เรื่อง กทม.ไม่มีอำนาจในการจัดการได้ด้วยตนเอง หากต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น

               ดังนั้น การแก้ปัญหา กทม.ที่ได้ผลที่สุดทางหนึ่ง ก็น่าจะเป็นการให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ว่าฯ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาจราจร ที่ผู้ว่าฯ สามารถบริหารจัดการเรื่องระบบขนส่งมวลชนอย่างเต็มที่

               ทั้ง ขสมก. รถใต้ดิน รถไฟฟ้า และการคมนาคมของ กทม. เพื่อลดการใช้ถนนและรถส่วนตัว รวมทั้งลดมลภาวะหรือปัญหาอาชญากรรม ที่อาจจะมีการโอนเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนมาอยู่ในสังกัด กทม. ทำนองเดียวกับในสหรัฐ เป็นต้น

               ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานของผู้ว่าฯ กทม.สามารถรองรับความเติบโตของเมืองหลวง และความก้าวหน้าของโลกในปัจจุบันได้เต็มที่