ข่าว

'เฟซบุ๊ก'ตุ๋นสาวไทยลวงโอนเงิน

'เฟซบุ๊ก'ตุ๋นสาวไทยลวงโอนเงิน

20 ก.พ. 2556

'เฟซบุ๊ก'ตุ๋นสาวไทย ลวงโอนเงินแลกของมีค่า : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

               อุทาหรณ์ "สาวไทย" ที่ชอบหาแฟนชาวต่างชาติผ่านเฟซบุ๊กอาจตกเป็นเหยื่อแก๊งต้มตุ๋น ซึ่งมาลวงหว่านเสน่ห์ออนไลน์ และเมื่อหญิงไทยตกหลุมรัก ก็จะออกอุบายว่า จะส่งสิ่งของที่มีค่ามาให้ อย่าง โทรศัพท์ไอโฟน 5, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก, แหวนทอง และสร้อยทอง แล้วก็จะมีหญิงชาวไทย อ้างว่าทำงานอยู่ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาเป็นคนแจ้งว่ามีพัสดุมาถึงแต่ต้องชำระค่าธรรมเนียมโดยผ่านทางธนาคารแห่งหนึ่ง 5 หมื่นบาท !!

               เมื่อ "เฟซบุ๊ก" กลายเป็นเครื่องมือของกลุ่มมิจฉาชีพชาวต่างชาติ ใช้หลอกลวงต้มตุ๋นเหยื่อ โดยเฉพาะสุภาพสตรีชาวไทยให้โอนเงินให้ โดยอ้างว่าสิ่งของที่ส่งมาให้ถูกหน่วยงานราชการไทยและหรือบริษัทเอกชนตรวจยึดไว้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ มีสุภาพสตรีตกเป็นเหยื่อหลายราย แต่มีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ที่กล้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับขบวนการหลวงลวงต้มตุ๋น อย่าง น.ส.นิภาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาว จ.สุรินทร์ เข้าร้องเรียนต่อ พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง รองผบก.สส.สตม. ว่าถูกกลุ่มชาวต่างชาติหลอกลวงว่าจะส่งสิ่งของที่มีค่ามาให้ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมโดยผ่านทางธนาคารแห่งหนึ่งถึง 5 หมื่นบาท ผู้เสียหายรายนี้ หลงเชื่อโอนเงินต่อเนื่องรวมเงินเกือบ 4 แสนบาท จากนั้นก็มีชาวต่างชาติและหญิงชาวต่างชาติอ้างว่าทำงานอยู่บริษัทส่งพัสดุชื่อดังแห่งหนึ่งให้ชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มอีกกว่า 4 หมื่นบาท

               เรื่องร้องเรียนดังกล่าว พ.ต.อ.ชาติชาย รายงานต่อ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. ทราบแล้วสั่งการให้ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชยวุฒิ จันทร์สมบูรณ์ ผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.พัชญ์กฤชโชค เกษมณี รองผกก.1 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.ธวัชชัย นรินรัตน์ สว.กก.1 บก.สส.สตม. และ ร.ต.ต.กิตติพันธ์ เอี่ยมจรูญ รองสว.กก.1 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวนตรวจสอบแล้วจับกุม

               การสืบสวนสอบสวนทราบว่า กลุ่มคนร้ายจะหาเหยื่อจากโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ เช่นเฟซบุ๊ก และยาฮู โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง โดยคนร้ายอ้างเป็นชายชาวยุโรป หรืออเมริกา มีฐานะการงานการเงินดี เริ่มเข้ามาทักทาย ทำความรู้จักสนิทสนมกันมากขึ้น

               "คนร้ายพูดจาหว่านล้อมว่าหลงรัก อยากแต่งงานอยู่กินด้วย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อคนร้ายจะขอที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ เพื่อติดต่อคุยกัน จากนั้นคนร้ายจะทำทีส่งของมาให้ โดยอ้างว่าเป็นของขวัญ หรือเป็นทรัพย์สินที่ต่างประเทศส่งมาให้ เพื่อจะได้มาแต่งงานอยู่ด้วยกัน โดยส่งภาพใบส่งสินค้าระบุชื่อผู้รับและภาพสิ่งของมีค่าให้เหยื่อดูเป็นการยืนยัน จากนั้นกลุ่มคนร้ายชาวไทยจะโทรศัพท์ไปหาเหยื่อ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการไทย หรือเจ้าหน้าที่สถานทูต แจ้งให้เหยื่อชำระภาษี โดยครั้งแรกจะให้โอนเงินน้อยๆ จากนั้นจะเพิ่มวงเงินขึ้นเรื่อยๆ โดยอ้างว่าสินค้ามีราคาสูงหรือผิดกฎหมาย เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะโอนเงินให้ ทั้งที่ไม่เคยพบเจอคนร้ายมาก่อน" พ.ต.อ.ชาติชาย กล่าว

               ขั้นตอนการติดตามแก๊งคนร้ายแก๊งนี้ ชุดสืบสวนประสานงานกับธนาคารหลายแห่งทราบว่า มีผู้เสียหาย 18 รายตกเป็นเหยื่อสูญเงินกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งระหว่างขอความร่วมมือตรวจสอบ ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าคนร้ายกำลังตรวจสอบยอดเงิน แล้วมักกดเงินจากตู้เอทีเอ็มบริเวณฟู้ดแลนด์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาหัวหมาก

               ร.ต.ต.กิตติพันธ์, ร.ต.ต.สมควร สุพงษ์, ด.ต.ศักดิ์ศรี ท้าวหลาน และ ส.ต.อ.สุภสิทธิ์ ไวเกษตรกรณ์ ซึ่งคอยสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าวหลายวันได้เบาะแสเพิ่มเติมว่าคนร้ายกำลังกดเงินอยู่ที่ตู้เอทีเอ็ม จึงเข้าไปสังเกตการณ์พบหญิงคนหนึ่งรูปร่างท้วมเตี้ย กำลังกดเงินสดออกมา จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเชิญตัวมาสอบสวน

               การสอบสวนหญิงคนนี้ทราบชื่อภายหลังว่า นางอัญชิษฐา ประเสริฐศรี หรือแองจี้ อายุ 32 ปี รับสารภาพว่า ทำลักษณะนี้มากว่า 1 ปีแล้ว โดยจ้างให้บุคคลอื่นเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรองรับเงินสดที่เหยื่อโอนมา รวมถึงขอยืมบัญชีเพื่อนมาใช้ และชักชวนคนรู้จักที่เป็นชาวไนจีเรีย 2 คน มาร่วมแก๊งคอยลวงสาวไทยแล้วแบ่งเงินให้ 10 เปอร์เซ็นต์จากยอดเงินที่โอนเข้ามา

               ต่อมาชุดสืบสวนติดตามตัวนายชินอนชู เอ็มมานูเอล อีเซโอเก อายุ 32 ปี และนายชิดิ ลาวา เอ็นวา อายุ 40 ปี สัญชาติไนจีเรีย มาสอบสวน ให้การยอมรับว่ากระทำผิดจริง และระหว่างการสอบสวนผู้เสียหายหลายคนเข้าให้ข้อมูลแก่ชุดสืบสวน รวมถึงมีพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ส่งหมายจับนางอัญชิษฐา ประเสริฐศรี, นายชินอนชู เอ็มมานูเอล, นายชิดิ ลาวา เอ็นวา และ น.ส.เบ็ญจมาศ เงินมาก อายุ 32 ปี ผู้รับจ้างเปิดบัญชีในข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง

               พล.ต.ท.ภาณุ กล่าวว่า หัวหน้าแก๊งคนร้ายตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย หลังจากเหยื่อสาวชาวไทยหลงเชื่อ หัวหน้าแก๊งก็ติดต่อคนในแก๊งที่อยู่ในประเทศไทยให้โทรศัพท์คุยกับเหยื่ออ้างว่าถึงเมืองไทยแล้วถูกจับสินค้าที่นำเข้า ดังนั้นขอเตือนอย่าหลงเชื่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้นทำนองนี้


...........

(หมายเหตุ : 'เฟซบุ๊ก'ตุ๋นสาวไทย ลวงโอนเงินแลกของมีค่า : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)