
ปล้นเพชร!กว่าพันล้านในเบลเยียม
ตำรวจเบลเยียมไล่ล่ากลุ่มโจร 8 คนที่ปฏิบัติการปล้นเพชรมูลค่ากว่าพันล้านบาทไปจากเครื่องบินที่จอดอยู่ในสนามบินนานาชาติบรัสเซลส์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคาร (19 ก.พ.) ตำรวจเบลเยียมกำลังไล่ล่ากลุ่มโจร 8 คนที่ติดอาวุธปล้นเพชรมูลค่ารวมประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,500 ล้านบาท) จากเครื่องบินสายการบินเฮลเวทิคลำหนึ่งที่จอดอยู่ในสนามบินนานาชาติบรัสเซลส์ ที่รอเดินทางไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อันยา บิจเนนส์ โฆษกอัยการเบลเยียมเปิดเผยว่า กลุ่มชายทั้งหมดมีอาวุธและสวมหน้ากากปกปิดใบหน้า ได้อาศัยรถยนต์ 2 คัน บุกเข้าไปยังลานจอดเครื่องบินที่สนามบินนานาชาาติในกรุงบรัสเซลส์โดยได้เจาะช่องกำแพงสนามบินเพื่อเข้าไป ปฏิบัติการทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการปล้นและอาศัยความมืดในการหลบหนีออกไปทางรูกำแพงเดิม
แคโรไลน์ เดอ วูลฟ์ เจ้าหน้าที่บริษัทแอนท์เวิร์ป เวิลด์ ศูนย์การค้าเพชรระบุว่า การปล้นครั้งนี้กลุ่มโจรได้ทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่ากว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถือเป็นการปล้นที่มีมูลค่ามหาศาล
ด้านโฆษกสนามบินเปิดเผยว่า กลุ่มโจรได้ขับรถผ่านทางรูที่เจาะขึ้นมาไปยังเครื่องบินของสายการบินสวิสที่กำลังจะออกจากหลุมจอด ก่อนจะใช้ปืนข่มขู่เจ้าหน้าที่ให้เปิดช่องเซฟบนเครื่องบินก่อนที่จะฉกเอาเพชรมูลค่ามหาศาลออกไป โดยไม่ได้ยิงปืนแม้แต่นัดเดียว
ในเวลาต่อมาตำรวจพบรถยนต์คันหนึ่งถูกไฟไหม้จอดอยู่ใกล้กับสนามบิน ซึ่งตำรวจเร่งเข้าไปค้นหาหลักฐานในรถคัน
โฆษกสนามบินระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับสนามบินได้ดำเนินการตามข้อบังคับการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดที่สุด และไม่เปิดเผยว่าบริเวณใดที่เป็นจุดเสี่ยงที่สุดต่อการปล้นในสนามบินแห่งนี้
เครื่องบินโดยสารลำดังกล่าวต้องยกเลิกเที่ยวบินไปยังสวิตเซอร์แลนด์ ภายหลังจากการเกิดเหตุปล้นเพชรพันล้าน ขณะที่สายการบินอื่น เช่น สวิส แอร์ และสายการบินพันธมิตรอย่างลุฟท์ฮันซา แห่งประเทศเยอรมนี ต่างปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นเรื่องของการสอบสวนตามกฎหมาย
ด้านผู้เชี่ยวชาญการขนส่งอธิบายว่าการขนส่งทางเครื่องบินมีต้นทุนการประกันภัยต่ำมาก เนื่องจากบริษัทประกันภัยถือว่าเครื่องบินเป็นพาหนะที่มีความปลอดภัยสูงสุดเพราะเมื่อเครื่องบินขึ้นไปบนอากาศแล้วก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการปล้นสินค้าบนเครื่อง นอกจากนั้นเครื่องบินยังอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีการควบคุมอย่างแน่นหนาในสนามบิน ทำให้การปล้นสินค้าบนเครื่องบินเป็นไปได้ยากขึ้นไปอีก



