
'อภิสิทธิ์'ไม่ค้านตั้ง'วาดะห์'แก้ไฟใต้
'อภิสิทธิ์' ไม่ค้านตั้ง 'กลุ่มวาดะห์' ช่วยแก้ไฟใต้ แนะรับฟังข้อมูลรอบด้าน จวก 'เฉลิม' อ้างลงพื้นที่หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ไม่เหมาะสม
19 ก.พ.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ลงนามตั้งกลุ่มวาดะห์ 9 คน มาเป็นที่ปรึกษาแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่า การตั้งที่ปรึกษาที่มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ให้ข้อมูลได้ในระดับหนึ่ง แต่อยากให้ฟังรอบด้าน ซึ่งคนเหล่านี้ก็เคยเป็นส.ส.ที่ให้ความเห็นได้
อย่างไรก็ตามเห็นว่าไม่ควรที่จะนำเอาเรื่องการเมืองมายุ่งกับงานด้านความมั่นคง เพราะปัญหาอย่างหนึ่งคือคนที่รับผิดชอบด้านนี้บางส่วนมีการเล่นการเมืองหรือทำงานโดยมีเป้าหมายทางการเมืองทำให้เป็นอุปสรรคอยู่ สิ่งสำคัญคือต้องตั้งหลักในเรื่องของนโยบายให้ถูกต้องและเดินอย่างมั่นคง แม้ว่าฝ่ายการเมืองจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เพียงแต่อย่าแก้ปัญหาโดยหวังผลในเรื่องของการเมือง หรือปฏิบัติผลักดันมาตรการต่างๆ เพียงแค่หวังผลทางการเมืองเท่านั้น ทั้งนี้ตนไม่ได้คิดว่ากลุ่มวาดะห์จะฟื้นตัวจากการเข้ามาเป็นที่ปรึกษาแก้ปัญหาภาคใต้หรือไม่ เพราะไม่เห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญ แต่ความสำคัญอยู่ที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ดีแค่ไหนอย่างไร
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากรัฐบาลจะใช้ มาตรา 21 ของ พ.ร.บ.ความมั่นคงจริงก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะรัฐบาลประชาธิปัตย์ได้เริ่มต้นเอาไว้ แต่หยุดชะงักไปเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล อย่างไรก็ตามการใช้กฎหมายดังกล่าวไม่ควรทำพร้อมกันทุกพื้นที่ ควรใช้ระบบการประเมินว่าพื้นที่ไหนที่สามารถเริ่มดำเนินการได้ ซึ่งรัฐบาลที่แล้วเริ่มจาก 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา และที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี นอกจากนี้จะต้องดูความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายด้วย เพราะว่าที่เขียนในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดอยู่ หากไปในทิศทางนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะสนับสนุน ซึ่งการที่ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่ารอให้มีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. เห็นว่าไม่เหมาะสมก่อนที่จะลงพื้นที่นั้นตนมองว่า เป็นการบ่ายเบี่ยง ในการลงพื้นที่ ทั้งที่นายกรัฐมนตรีท้วงติงแล้ว การอ้างเช่นนี้ไม่ใช่เหตุผลที่เหมาะสม เพราะการลงพื้นที่ก็ไปในเวลาราชการอยู่แล้ว หากว่างจากราชการจะไปหาเสียงก็ทำได้ไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนที่นายกฯยังไม่เปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบปัญหาภาคใต้จากร.ต.อ.เฉลิมเป็นคนอื่นเป็นเพราะสาเหตุใดนั้น ไม่ทราบ อาจเป็นเพราะยังมองไม่เห็นว่าจะมีคนอื่นหรือไม่ ซึ่งจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ จึงต้องดูที่ ร.ต.อ.เฉลิม ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน เพราะปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องการลงพื้นที่เท่านั้น แต่ถ้า ร.ต.อ.เฉลิมยังมีความเชื่อพื้นฐานว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากน้ำมันเถื่อน ขายของเถื่อน ก็คงแก้ไม่ได้ อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาปีครึ่งที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศทำให้การแก้ปัญหาภาคใต้ถดถอยลง เพราะการทำงานด้านนี้ต้องอาศัยความต่อเนื่องเนื่องจากต้องอาศัยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน นี้ จึงอยากให้รัฐบาลประกาศแนวทางให้ชัดและอย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา อีกทั้งต้องทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายในพื้นที่ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ทุกครั้งเมื่อเกิดความรุนแรงขึ้นรัฐบาลจะส่งคนไปเจรจากับทางมาเลเซีย โดยล่าสุดนายกรัฐมนตรีก็เตรียมที่จะเดินทางไปมาเลเซียด้วยตัวเอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าอยากให้ทบทวน และระมัดระวัง แม้ว่าเราจะต้องอาศัยความร่วมมือจากมาเลเซียในบางเรื่อง แต่การที่ไปพูดคุยในลักษณะซึ่งเหมือนกับจะปูทางไปสู่การให้เขามามีบทบาทในการเจรจาหรืออะไรต้องระมัดระวัง ซึ่งปัญหานี้เริ่มต้นมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นต้นคิดและคิดว่ามีความสัมพันธ์ที่จะไปดึงคนโน้นคนนี้เข้ามา จึงทำให้รัฐบาลไปเชื่อตรงนั้นมากเป็นเหตุให้รัฐบาลยังเดินในแนวทางนี้ ตนจึงอยากให้กำหนดนโยบายการแก้ปัญหาที่สอดคล้องกันทั้งในและต่างประเทศ
โวคนกทม.ตอบรับ 'สุขุมพันธุ์' ดี-ไม่หวั่นโพลล์ตามหลังคู่แข่ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี โดยจากการลงพื้นที่ได้รับการตอบรับดีทั้งนั้นซึ่ง ส.ส. ก็กระจายช่วยกันหาเสียงเต็มพื้นที่มีการแบ่งโซนกัน รวมถึง สก.สข.ก็แบ่งงานกันทุกอย่างไปได้ด้วยดีไม่มีปัญหา ขณะนี้นับวันนโยบายเริ่มขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงโค้งสุดท้าย นโยบายของผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคเพื่อไทยเริ่มคล้ายนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ โดยหลายเรื่องที่บอกว่าจะไม่ทำก็เริ่มบอกว่าจะทำ เช่น นโยบายเรื่องโมโนเรล อย่างไรก็ตามถือเป็นสิทธิ์ ที่ทุกคนสามารถประกาศได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดประโยชน์ต่อคนกทม. ส่วนเสียงที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า นโยบายการหาเสียงบางเรื่องไม่สามารถทำได้ นั้น พรรคมีความมั่นใจว่าทุกนโยบายทำได้ เพราะที่ผ่านมาในการพิจารณานโยบายมีหลายเรื่องที่ต้องตัดออกไปเนื่องจากไม่มั่นใจว่าจะมีงบประมาณมาดำเนินการหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนโพลสำรวจความนิยมของเอแบคโพลล์ล่าสุดที่ระบุว่า คะแนนของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ตามหลัง พล.ต.อ.พงศพัศมากนั้น พรรคยังไม่มีการประเมินเกี่ยวกับคงต้องไปดูรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร โดยในส่วนของพรรคก็ต้องให้ข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพราะต้องยอมรับว่าคนทำงานจะให้พอใจทั้งหมดคงไม่ได้ แต่ประชาชนก็เห็นความตั้งใจ และตนก็ยังมีความมั่นใจในตัว ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ เพราะเชื่อมั่นในการตัดสินใจของพี่น้องชาวกทม.
เมื่อถามขณะนี้เริ่มมีข่าวการซื้อเสียงแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องผู้ที่มีหลักฐานข้อมูลการทุจริต ในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ให้นำข้อมูลคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กทม.และขอให้ กกต. ตรวจสอบให้ชัดเจน ทั้งนี้ในช่วงสองสัปดาห์สุดท้ายพรรคจะเน้นหนักในการลงพื้นที่และนำเสนอนโยบายให้กระชับมากขึ้น
'อภิสิทธิ์'จี้รัฐทบทวนโครงการรับจำนำข้าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เหลือสภาพคล่องแค่ 2 หมื่นล้านบาทไม่เพียงพอต่อการทำโครงการรับจำนำข้าวนาปรังที่ต้องใช้เงินถึง 1.5 แสนล้านบาท ว่าปัญหาพื้นฐานคือตัวนโยบายและความจริงที่กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถระบายข้าวได้ จึงไม่มีเงินไปคืน ธกส.ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น
ประเด็นสำคัญ คือ เมื่อไหร่ รัฐบาลจะทบทวนโครงการนี้ ในเมื่อความเสียหายในทุกๆด้านปรากฏชัดมากขึ้น เพราะหากธกส.ไม่มีเงินก็ทำโครงการนี้ต่อไปไม่ได้ เนื่องจากสภาพคล่อง 1.9 แสนล้านบาท ของ ธกส.ที่มีอยู่ต้องใช้ในการดำเนินการปกติของธนาคารด้วย และตนไม่คิดว่าฝ่ายการเมืองจะบีบให้ ธกส. ต้องนำสภาพคล่องทั้งหมดที่มีมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเพื่อสนองนโยบาย เพราะหากฝ่ายการเมืองเข้าแทรกแซงให้ ธกส. ที่ขาดสภาพคล่องรับภาระดำเนินโครงการต่อ อาจส่งผลให้ธนาคารล่มซึ่งรัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (ก.น.ข.) ต้องลงมาจัดการปัญหานี้



