
'ชวนนท์'จี้'ธาริต'ขอโทษ'อภิสิทธิ์-สุเทพ'
'ปชป.' จี้ 'ธาริต' ขอโทษ 'อภิสิทธิ์-สุเทพ' กล่าวหาเอี่ยวทุจริตสร้างโรงพัก เชื่อมีตั้งธงเล่นงาน ด้าน 'ถาวร' จวก 'เฉลิม' เห็นชีวิตคนใต้สำคัญน้อยกว่าลต.ผู้ว่าฯกทม.
19 ก.พ.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช. )ว่า นายธาริต ยังไม่หยุดที่จะดำเนินการตรวจสอบความเสียหายการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนและที่พักข้าราชการตำรวจ 396 แห่ง โดยยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วยที่จะต้องเอาคนผิดมาลงโทษ แต่นายธาริตกลับมีเป้าหมายชัดเจนที่จะโยงปัญหานี้ไปยังรัฐบาลประชาธิปัตย์ให้ได้ เพราะทำเรื่องนี้ให้เป็นการเมือง เพื่อใส่ร้ายฝ่ายตรงข้าม โดยดูได้ชัดเจนจากการที่นายธาริตพยายามโยงให้เป็นเรื่องของรัฐบาลชุดก่อนทั้งข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจำ
เช่น เชิญ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ และพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีต ผบ.ตร. ให้ข้อมูลแต่กรณีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.คนปัจจุบัน นายธาริต กลับไปเข้าพบด้วยความนอบน้อมและใช้คำว่า ผบ.ตร.กรุณาให้ความร่วมมือ เป็นการปฏิบัติแบบสองมาตรฐานทำให้ดีเอสไอหมดศักดิ์ศรี หมดค่าในสายตาประชาชนคนไทย และวันนี้เมื่อทั้ง พล.ต.อ.พัชรวาทและพล.ต.อ.ปทีป ยืนยันชัดเจนว่าโครงการนี้เป็นข้อเสนอจาก สตช.ทั้งสิ้น นายธาริตยังมีความเป็นลูกผู้ชายที่จะเอ่ยปากขอโทษ นายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ ที่สร้างความเสื่อมเสียหรือไม่ เพราะกล่าวหามาหลายสัปดาห์ แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าบุคคลทั้งสองไม่เกี่ยวข้อง นายธาริตกลับไม่เคยรับผิดชอบด้วยการขอขมาอดีตผู้บังคับบัญชาของตัวเอง
'ชวนนท์' บี้ 'บุญทรง' แจงระบายข้าวจีทูจี
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากการที่กระทรวงพาณิชย์สั่งการให้มีการตรวจสอบการขายข้าวแบบจีทูจี ว่ามีจริงหรือไม่ หรือเป็นการระบายแบบจีทูเจี๊ยะ หรือ โกสทูโกส คือ ผีต่อผี ไปเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.55 โดยให้ตรวจสอบย้อนหลังสามปีให้เสร็จภายใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้ล่วงเลยมาถึงวันที่ 19 ก.พ.56 แล้ว เท่ากับใช้เวลาล่วงเลยมากว่า 2 เดือนครึ่ง แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่มีการรายงานผลต่อสาธารณะ ขณะที่นายบุญทรง เตยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ระบุในวันที่ 19 ธ.ค.55 ว่าข้อมูลเกือบเรียบร้อยแล้วอย่างช้าวันที่ 21 ธ.ค.55 จะมีการแถลงข่าว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการชี้แจงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด
“กระทรวงพาณิชย์จงใจที่จะปกปิดข้อมูล และถึงวันนี้ตัวเลขการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่มีการเสนอต่อสาธารณะเลยแม้แต่ตันเดียว ผมรับไม่ได้ที่รัฐบาลจะทำให้เรื่องนี้หายไปกับสายลมหวังให้หายไปกับประเด็นทางการเมืองหรือการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.จึงขอเรียกร้องให้นายบุญทรงออกมาชี้แจง และขอตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่เปิดเผยไม่ได้เพราะไม่มีการขายข้าวจริง จนทำให้ ธกส.ได้รับผลกระทบเรื่องสภาพคล่องในการนำเงินมาใช้จ่ายโครงการรับจำนำข้าวที่ต้องใช้เงินถึง 4.1 แสนล้านบาท ทำให้สภาพคล่องของ ธกส.ไม่เพียงพอที่จะรับภาระอีกทั้งไม่สามรถขอกู้เพิ่มเติมได้ จึงเรียกร้องให้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการระบายข้าวทั้งหมด “ นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวว่า ส่วนโครงการร้านถูกใจกำลังจะกลายเป็นตำนานเพราะต้องปิดตัวลงในเดือนมีนาคม 2556 เพราะรัฐบาลไม่สนับสนุนงบประมาณให้ร้านค้าแต่จะโยนภาระให้เอกชนเข้ามารับช่วงต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่เอกชนจะเข้ามารับช่วงเพื่อหาสินค้าราคาถูกมาจำหน่าย และเห็นว่าโครงการนี้เป็นตัวอย่างการใช้งบประมาณแบบไม่คุ้มค่า แก้ปัญหาแบบไร้หลักการ ทำงานแบบผักชีโรยหน้า ทำให้งบประมาณกว่า 1,300 ล้านกลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำโดยไม่มีการประเมินผลความคุ้มค่า ที่น่าสนใจคือนโยบายรัฐบาลค่าแรง 300 บาททำให้ร้านถูกใจไม่สามารถประคองตัวเองให้เดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับค่าแรงที่ต้องจ่ายกับลูกจ้างได้ทำให้ต้องปิดตัวลงไป
'ถาวร' หนุนนำ พ.ร.บ.มั่นคง ม.21 ดับไฟใต้
นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็น ผอ.ศอ.บต.และผอ.กอ.รมน.รับผิดชอบ หาคนที่จริงใจในการรับผิดชอบในเรื่องนี้ โดยเห็นว่าจากการที่ภรรยาและแม่ของมะรอโซ ผู้ก่อความไม่สงบซึ่งบุกเข้าโจมตีฐานปฏิบติการทหารที่จังหวัดนราธิวาสและถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุที่หันไปเป็นแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบเพราะการใช้นโยบายกำปั่นเหล็กนำไปสู่ความไม่ยุติธรรมจนหันไปจับปืนสู้อำนาจรัฐ ซึ่งมาจากการใช้นโยบายที่ผิดพลาดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จึงเกิดการแก้แค้นขึ้น และขอเตือนว่าการนับศพเป็นผลงานของรัฐบาลถือเป็นเรื่องผิด
อย่างไรก็ตามการที่เมื่อวานรัฐบาลตัดสินใจใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง มาตรา 21 เป็นวิธีการที่ถูกต้อง เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กลับใจเข้าสู่การฝึกอบรมมาเป็นพลเมืองดี แต่เรื่องนี้มีอุปสรรคในการทำงานคือ เนื้อหาของกฎหมายยังให้ตุลาการและอัยการเข้ามากลั่นกรองจนทำให้เกิดความล่าช้าในการทำงาน เนื่องจากเมื่อมอบตัวแล้วต้องยื่นคำร้องต่อศาลไต่สวน และศาลจะใช้ดุลพินิจว่าคนที่เข้าฝึกอบรมจะอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะดำเนินการตามมาตรา 21 หรือไม่ จึงเสนอให้รัฐบาลแก้มาตรา 21 ตัดขั้นตอนไม่ต้องให้อัยการหรือศาลเข้ามาเกี่ยวข้องโดยให้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารแทน
นายถาวร กล่าวว่า การที่นายกฯและ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไม่ลงพื้นที่ภาคใต้ ฟังแต่รายงานจาก ศปก.กปต. ในขณะที่พี่น้องคนไทยตายทุกวันในพื้นที่ภาคใต้ แต่ ร.ต.อ.เฉลิม กลับบอกว่ารอให้การเลือกตั้งผู้ว่ากทม.เสร็จสิ้นก่อน เป็นการให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.มากกว่าชีวิตของพี่น้องภาคใต้ ทั้งที่วาระการแก้ปัญหาภาคใต้เป็นวาระสำคัญ แต่ถ้าขาด ร.ต.อ.เฉลิมในการหาเสียงไม่น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.พรรคเพื่อไทย สอบได้หรือสอบตก ทั้งที่ร.ต.อ.เฉลิมควรต้องลงพื้นที่โดยเร็ว นอกจากนี้ขอฝากเตือนถึงนายก ฯที่จะเดินทางไปมาเลเซียให้ระมัดระวังกริยา เพราะสุภาพสตรีของรัฐอิสลามจะต้องระมัดระวังเรื่องการแต่งตัวจึงขอให้อยู่ในกรอบ เพื่อให้เกียรติกับรัฐอิสลาม รวมทั้งการเจรจาต้องไม่เอาเงินมาเป็นตัวตั้ง แต่ต้องหารือกับทุกฝ่ายอย่างรอบคอบ จะได้เกิดประโยชน์ในการเจรจา และกลุ่มที่จะไปพูดคุยด้วยอย่าให้เกิดผลกระทบเหมือนที่ พ.ต.ท.ทักษิณเคยไปคุยจนเกิดผลกระทบตามมาในพื้นที่อ.หาดใหญ่
นายถาวร กล่าวว่าการที่ ร.ต.อ.เฉลิม จะเอากลุ่มวาดะห์มาเป็นที่ปรึกษาในการแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้นั้น ก็ขอว่าอย่าเอาการเมืองเป็นตัวตั้ง เพราะวาดะห์บางคนเป็นมะเร็งร้าย เช่นบางคนเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการในช่วงที่ระบอบทักษิณเข่นฆ่าประชาชนมากที่สุด ซึ่งตนคิดว่าสาเหตุที่มีการดึงกลุ่มดังกล่าวเข้ามาเพราะอยู่ใกล้ชิดกับมวลชนจึงต้องการสร้างความเข้าใจแต่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์
'ถาวร' ไม่หวั่น 'ชัจจ์' ฟ้องหมิ่นแฉทุจริตขุดลอกร่องน้ำ 1,125 ล.
นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาด ไทย แจ้งความกองปราบดำเนินคดีกับตนและสื่อมวลชนในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่แถลงข่าวถึงพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตในการใช้วิธีพิเศษในโครงการขุดลอกร่องน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและป้องกันน้ำท่วม 1 โครงการ 26 รายการ งบประมาณ 1,215 ล้านบาท ว่า เป็นความพยายามที่จะเบรกเกมแต่ช้าเกินไป เนื่องจากตนได้ยื่นเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช.ไต่สวนแล้ว และได้เข้าให้ปากคำไปแล้วด้วย ซึ่งในวันนี้ ป.ป.ช.ก็เรียก นายธนิตพล ชัยนันทน์ ส.ส.ตาก พรรตประชาธิปัตย์ ไปให้การเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 พ.ย.55 ตนได้ทำหนังสือถึง รมว.คมนาคมให้บอกเลิกสัญญาเพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดของพล.ต.ท.ชัจจ์ ในขณะดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย และเจ้าหน้าที่รัฐที่ส่อทุจริตทำผิดกฎหมาย
โดยก่อนยื่นหนังสือดังกล่าวตนได้แถลงข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ แต่พล.ต.ท.ชัจจ์ ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตนและสื่อมวลชนว่ากระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาที่ตำรวจกองปราบโดยตำรวจกองปราบได้เข้าไปสอบสวนบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาที่หนังสือพิมพ์หลายฉบับและมีแนวโน้มจะไปสอบสวนถึงสื่อโทรทัศน์ และสื่ออื่นๆ เพราะในการแถลงข่าวได้ชี้ให้เห็นว่างบประมาณ 1,215 ล้านบาท เป็นงบกลางที่ตรวจสอบยากซึ่งตนได้นำเอกสารราชการมาแถลงเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการขออนุมัติจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ เชิญชวน 14 บริษัทเสนอราคาโดยทั้งหมดก็ได้งานและเป็นผู้ได้งานผลัดกันเสนอประกบตามที่ตนแถลง อีกทั้งกรณีที่ตนแถลงว่าพล.ต.ท.ชัจจ์ ลงนามในสัญญา 16 สัญญา ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องจริง จึงไม่ใช่การใส่ความ ดังนั้นขอให้สื่อมวลชนที่ถูกสอบอย่าเพิ่งตกใจ แต่ถ้าถูกข่มขู่คุกคามในการทำหน้าที่เป็นสื่อขอให้แจ้ง โดยขณะนี้มีการต่อรองให้ทุกสื่อยืนยันว่าเป็นคำให้สัมภาษณ์ของตนแล้วจะกันไว้เป็นพยาน
“ผมขอให้ยืนยันไปว่าเป็นคำสัมภาษณ์ของผม ที่ระบุว่าส่อทุจริตและผิดกฎหมาย ขอเตือนพล.ต.ท.ชัจจ์ ว่า หากยังจ้างทนายความที่ต้องการเอาใจเพราะจะทำให้ผิดพลาด โดยขอให้ดูคดีที่พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ฟ้องพล.ต.ท.ชัจจ์กับภรรยา จนมีการไต่สวนเกี่ยวกับเงินที่ภรรยาเอาไปปล่อยกู้ สิ่งที่พล.ต.ท.ชัจจ์ควรทำคือไปให้ปากคำกับ ป.ป.ช. เบรกตนไม่สำเร็จขอให้ต่างคนต่างทำหน้าที่ การใช้กองปราบที่เอาไว้ทำคดีสำคัญมาทำคดีนี้เสมือนเป็นการใช้กองปราบมาคุกคามฝ่ายตรงกันข้าม เพราะคดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่กองปราบรับดำเนินคดีหมิ่นประมาท “นายถาวร กล่าว



