
ย้อนรอย'พระพายัพ'กับ'หลวงพ่อจิ๋ว'
ย้อนรอยวัดป่าพุทธคยา 'พระพายัพ'กับ'หลวงพ่อจิ๋ว'
กรณี พายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่ประเทศอินเดีย โดยได้รับฉายาว่า "พระพายัพ เขมะคุโณ" นั้น พระครูพุทธบาล หรือ "หลวงพ่อจิ๋ว" (พระอาจารย์พนมศักดิ์ พุทธญาโณ) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธคยา รัฐพิหาร เมืองคยา ทราบเรื่องนี้ดีที่สุด เพราะเขาเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิ
สำหรับประเด็นร้อน พระพายัพได้รับการแต่งตั้งจาก สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ให้เป็นพระฐานานุกรมในตำแหน่งพระครูปลัดสัมพิพัฒน์ญาณจารย์ "หลวงพ่อจิ๋ว" ปฏิเสธจะให้ความเห็นในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของพระชั้นผู้ใหญ่ในเมืองไทย
แต่หลวงพ่อจิ๋วยันยันว่า "พระพายัพ" เป็นนักปฏิบัติธรรมที่มีความมุ่งมั่น และการันตีความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
"เขาเรียนพระพุทธศาสนาค่อนข้างจะใช้ปัญญา พิจารณาแยกแยะเยอะมาก แต่หลวงพ่อเรียนพระพุทธศาสนา หลวงพ่อใช้ความสงบมากกว่าใช้เหตุผล มากกว่าใช้ปัญญา"
ที่สำคัญ วัดป่าพุทธคยา "พระพายัพ" เป็นโยมอุปัฏฐากในการระดมทุนมาสร้างวัดแห่งนี้ เป็นการตอบแทนพุทธโอวาทของพระพุทธเจ้า
"เขาไปทุ่มเทที่วัดป่าพุทธคยา เขาไม่ได้ทุ่มเทเอาวัด เขาทุ่มเทเอาบุญ ถ้าเราเกิดมาเป็นมนุษย์ไม่ทำอะไรไว้บ้าง ไม่ตอบแทนชาติ ไม่ตอบแทนแผ่นดิน ไม่ตอบแทนพระศาสนาบ้างเลยหรือ"
ก่อนที่ "หลวงพ่อจิ๋ว" จะมาอยู่ที่อินเดีย ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าธรรมชาติ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เป็นผู้ก่อตั้งวัดป่าธรรมชาติใน จ.เชียงใหม่ และวัดป่าธรรมชาติในอเมริกาอีก 4 วัด รวมทั้งเป็นผู้สร้างวัดป่าธรรมชาติในพุทธคยา ใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย
"หลวงพ่อจิ๋ว" เป็นชาวสุรินทร์โดยกำเนิด บวชตั้งแต่ยังเป็นเณรน้อย โดยมี "หลวงปู่ดูลย์ อตุโล" วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์
ว่ากันว่า "พระพายัพ" กับ หลวงพ่อจิ๋ว (พระอาจารย์พนมศักดิ์ พุทธญาโณ) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธคยา มีสายสัมพันธ์กันยาวนานมากว่า 30 ปี นับแต่ได้รู้จักกันครั้งแรก เมื่อหลวงพ่อจิ๋วรับนิมนต์ไปสอนกรรมฐานที่สหรัฐอเมริกาแทบทุกรัฐ
"หลวงพ่อไม่เคยรู้จักเขา แต่รู้จักนามสกุลชินวัตรจากคุณป้าเข็มทอง เพราะคุณป้าเลื่อมใสหลวงพ่อโฮม วัดสระปทุม ตอนหลวงพ่อเป็นเณร เคยธุดงค์ไปวัดสระปทุม คุณนายเข็มทองก็ไปทำบุญ เลยรู้จักนามสกุลชินวัตรที่นั่น"
หลวงพ่อจิ๋ว พระป่ากรรมฐานลูกศิษย์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล เล่าย้อนถึงสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างครูกับศิษย์ อันมิอาจลืมเลือนมาจนทุกวันนี้
"ตอนนั้นอยู่อเมริกา มีพระหลายรูปทะเลาะกันเรื่องไม่ฉันเช้า เวลามีโยมมาถวายอาหารเช้าก็ถามมีพระกี่รูป 9 รูป แต่มีรูปหนึ่งไม่ฉันตอนเช้า วันหนึ่งมีโยมชื่ออุไร ซื้อเทปภาษาอังกฤษให้หัดฟัง แล้วพอดีวันนั้นคุณพายัพไปที่วัด เขาชอบทำบุญ ก็ไปตามพระมาฉัน หลวงพ่อกำลังฟังซาวนด์อะเบาท์อยู่ เขาเห็นเข้าก็บอกว่า พระเฮงซวย ไม่ต้องฉันก็ได้ว่ะ เขาไม่ชอบ เห็นพระอะไรมานั่งฟังเพลงอย่างนี้ หลังจากนั้นไม่นาน วันหนึ่งมีโยมมานิมนต์หลวงพ่อไปสอนกรรมฐาน ข่าวดังไปจนถึงโยมคนนี้ เขาไปดู ไปถึงบอก..พระที่เราด่านั่นเอง"
หลวงพ่อให้แง่คิดชีวิตแก่พายัพ ชินวัตร ซึ่งเป็นโยมอุปัฏฐากท่านมากว่าครึ่งชีวิตว่า ชีวิตของโยมก็ดี ของพระก็ดี ส่วนใหญ่มักจะสายเกินไปกว่าที่จะได้มาประพฤติปฏิบัติ
"เพราะเป็นคนไม่ประมาทในชีวิต สร้างบารมีด้วยการตามหลวงพ่อไปนอนป่าช้าไหนก็ไปทั้งนั้น หลวงพ่ออยู่บนเขาลูกไหนก็ไปทั้งนั้น แต่ไปแล้วขอภาวนาแบบนอน คนอื่นเขานั่งหมด แต่คุณพายัพเอาแบบนอน แล้วเวลาไปป่าเขามันลำบาก หลวงพ่อก็สอนว่า เวลาเดินทางก็ให้มีสติกำหนดรู้ แล้วก็ปล่อยวาง มีสติกำหนดรู้แล้วก็รักษาไว้ มีสติกำหนดรู้แล้วก็ทำใจ เขาก็ปฏิบัติตามมาเรื่อย"
ครั้งหนึ่ง พระพายัพป่วยเป็นโรคตับ เกือบเอาชีวิตไม่รอด หลวงพ่อจิ๋วนี่แหละได้ใช้พลังช่วยเหลือจนรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์นอกเหนือจากการเปลี่ยนตับในชั่วเสี้ยววินาทีที่เขาเองก็บอกว่า คิดว่าตนเองตายไปแล้ว และเหมือนเกิดใหม่ หลังจากนั้นชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาเป็นเช่นไร และอยู่เพื่ออะไร
"ผมเชื่อมั่นในการทำบุญ ก่อนที่จะทำเต็มใจที่จะทำ เวลาทำเต็มใจที่จะทำ หลังทำ ภูมิใจที่ได้ทำ แล้วบุญจะเกิดขึ้นเป็นความสุขในใจ เวลาเรามีภาวะคับขัน เราไม่ละอายแก่ใจ เป็นความภาคภูมิใจ นี่คือบุญ ส่วนอานิสงส์เป็นอีกเรื่อง ถ้าปลูกข้าวในดินดี ข้าวก็งอกงามดี ผมจึงเลือกที่พุทธคยา" พระพายัพ เคยกล่าวกับผู้สื่อข่าวพิเศษในวันหนึ่งที่วัดป่าพุทธคยา
ด้านการปฏิบัติธรรมส่วนตัว พระพายัพมีหลักคิดที่ว่า "การปฏิบัติธรรม เหมือนค้าขาย ทำทุกวัน ปรับปรุงทุกวัน ไม่สิ้นสุด จากเงินล้านก็ต้องเป็นสิบล้าน เป็นร้อยล้าน ปัจจุบันเรามีเวลาสักสองชั่วโมงในการพิจารณาชีวิตและจิตใจไหม มันเป็นเรื่องของชั่วโมงบินในการปฏิบัติ"



