ข่าว

ทำไมต้องไปเรียนไมโครไฟแนนซ์ที่โคราช

ทำไมต้องไปเรียนไมโครไฟแนนซ์ที่โคราช

19 ก.พ. 2556

ทำไมต้องไปเรียนไมโครไฟแนนซ์ที่โคราช : แลกคนละหมัด โดยชินสัคค สุวรรณอัจฉริย [email protected]

               หากไม่ประสบด้วยตนเอง หลายๆ คนคงจะแปลกใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิทยาการความรู้ในยุคใหม่ว่าการเรียนและองค์ความรู้บางด้านที่ภาครัฐและมหาวิทยาลัยต่างก็ให้การสนับสนุนเพื่อการพัฒนาศักยภาพของอาจารย์โดยการส่งเสริมให้บุคลากรไปศึกษาต่อเพื่อที่จะปรับความรู้ความสามารถของตนเอง และหน่วยงานมักจะให้เหตุผลกับการไปเรียนต่อต่างประเทศว่า “ที่นั่นคือศูนย์กลางอารยธรรมและการเพิ่มพูนความรู้” อย่างเช่น ในกรณีที่คนไทยนิยมไปเรียนในกลุ่มของประเทศแองโกลแซกซอน แต่นั่นอาจจะผิดพลาดหากเลือกเรียนไมโครไฟแนนซ์ เนื่องจากจะว่าไปแล้ววิชาการด้านนี้เกิดขึ้นมาจากแนวปฏิบัติของคนรากหญ้าหรือคนหาเช้ากินค่ำ ประกอบกับความรู้ด้านนี้เกิดจากการพัฒนางานด้านประสบการณ์และการแก้ไขปัญหาหน้างานเป็นหลัก อย่างเช่น งานด้านการกำหนดกติกาความเป็นสถาบันที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมชีวิตประจำวันของการหาเช้ากินค่ำ การกำหนดข้อผูกพันและความรับผิดชอบต่อสิทธิและหน้าที่ด้วยกัน ซึ่งตรงนี้ต้องค้นหาสูตรหรือความลับเชิงพาณิชย์ของตนเองขึ้นเพื่อทำให้กิจกรรมด้านไมโครไฟแนนซ์สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

               ไมโครไฟแนนซ์ของสหกรณ์เคหสถานแห่งเมืองโคราชซึ่งต้องยอมรับว่าเขาเป็นเทพด้านนี้จริงๆ เนื่องมาจากว่าเป็นแนวคิดที่เขาสามารถระดมเงินออมวันละ 40 บาท เพื่อตอบคำถามในเรื่องของการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยแก่คนที่หาเช้ากินค่ำให้มีโอกาสและอนาคตของตนเองในสังคมโดยสามารถระดมเงินทุนด้วยกัน จนสามารถสร้างเคหสถานให้แก่ผู้คน และที่น่าทึ่งคือเขาเข้าไปรับผิดชอบในด้านของการแก้ไขปัญหาโลกร้อนโดยตรง อย่างเช่น การนำเอาแนวคิดของการใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้า การใช้น้ำแบบประหยัดร่วมกันและการบำบัดมลภาวะเพื่อสุขอนามัยและอื่นๆ อีกมากที่ไม่สามารถพรรณนาได้ ไม่น่าเชื่อว่านี่คือแนวคิดของ ประธานประวิง รอดทะเล คนที่จบระดับ ป.6 ซึ่งไม่ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ แต่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านแนวคิดและปฏิบัติ เหตุผลก็คือเขายึดสมาชิกคือทุนลูกค้าที่สำคัญ เพราะที่นี่มีการตรวจสอบภายใน ควบคุมระบบภายในองค์กรซึ่งเป็นเรื่องที่ใหม่มากว่าความน่าเชื่อถือนั้นต้องมาจากการตรวจสอบไม่ใช่มาจากความหมายว่าเป็นคนดีอย่างที่เราเข้าใจกัน

               การผสมผสานความรู้เชิงปฏิบัติบวกกับความคิดองค์กรยุคใหม่ช่วยให้สหกรณ์นี้เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้หน้างาน การบันทึกและออกแบบสินค้าจนเป็นทรัพย์สินทางปัญญาในองค์กร การทำบัญชีทรัพย์สินทางปัญญาและการวิเคราะห์จัดการโครงการประกันความเสี่ยง ช่วยให้องค์กรสามารถปรับตนเองได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการแข่งขันทุกวัน ปัจจุบันที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงความรู้และประสบการณ์ การให้การศึกษาคอร์สระยะสั้นด้านไมโครไฟแนนซ์ ตั้งแต่ ก-ฮ ซึ่งสามารถเอาไปปฏิบัติการได้โดยไม่ต้องเรียนหลักสูตร 5 ปีอย่างที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเรียนกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการทุ่มเททางด้านเวลาที่มีผลตอบแทนต่ำแล้ว ยังไม่สามารถที่จะนำเอามาปฏิบัติในสังคมได้ เนื่องจากขาดการศึกษาด้านสไตล์ความคิดและความผูกพันในความเป็นสถาบันของคนรากหญ้า

               การลงทุนการศึกษาแบบขาดการสำรวจพรมแดนทางความรู้ในด้านนี้เมื่อทำไปอาจจะส่งผลให้บุคลากรเอ๋อและป่วยไข้ได้ ซึ่งก็จะเป็นภาระทางสังคมต่อไป โดยเฉพาะกับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่เป็นสถานซึ่งขาดการตรวจสอบภายใน และก็คงจะเป็นเรื่องของปริญญาแบบประชานิยมต่อไปๆๆๆๆๆๆๆๆๆ