ข่าว

'โรดแม็พ'โจรใต้(2)

'โรดแม็พ'โจรใต้(2)

19 ก.พ. 2556

'โรดแม็พ'โจรใต้(2) : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน

                นาวิกโยธินสามารถสกัดการบุกของโจรใต้ได้อย่างเฉียบขาด โดยไม่เกิดความสูญเสีย

                แน่นอนเชื่อว่ากลุ่มนี้ต้องกลับไปเลียแผลและหาทางเอาคืนให้สมน้ำสมเนื้อด้วยเช่นกัน

                หากแต่การโจมตีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหรือการลอบทำร้ายข้าราชการ ชาวบ้าน ก็อาจถูกตอบโต้โดยการรุกขึ้นสู้ของคนในพื้นที่ หลังจากเห็นว่าถ้าเจ้าหน้าที่รัฐมีข้อมูลที่มากพอก็จะตอบโต้ทำลายขวัญผู้ก่อเหตุได้

                "โรดแม็พ" โจรใต้ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้จากตัวนายสุไฮดี ตะเห ซึ่งถูกวิสามัญฯ ไปก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน กลายเป็นข้อมูลชิ้นสำคัญนำไปสู่การจับทิศทางความเคลื่อนไหวขบวนการนี้ได้พอสมควร

                เอกสารที่เขียนด้วยภาษายาวีจำนวน 2 แผ่น เมื่อแปลแล้วพบว่าเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการทางทหาร

                เอกสารแผ่นแรกระบุยุทธศาสตร์ในรอบ 1 ปี ต้องก่อเหตุใหญ่ 1  ครั้ง เป้าหมายคือ ยึดอาวุธปืนให้ได้อย่างน้อย 7 กระบอก แม็กกาซีนและกระสุน ในรอบ 3 เดือน ต้องบุกค่ายทหาร 1 ครั้งพร้อมสังหารบุคคลสำคัญ 1 คน รวมถึงประชาชนอีก 1 คนด้วย

                ส่วนแผนในรอบ 1 เดือน ต้องยึดปืนเจ้าหน้าที่ให้ได้อย่างน้อย 2  กระบอก มีระเบียบคือ ผู้ก่อเหตุเก็บไว้ใช้ได้ 1 กระบอกที่เหลือให้ส่งส่วนกลาง

                สำหรับเอกสารแผ่นที่สองระบุถึงวัตถุประสงค์ในการก่อเหตุเพื่อเปิดพื้นที่การรบให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้แกนนำระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่จัดทำแผนก่อเหตุ โดยจัดหมวดหมู่กองกำลังเป็น "ปาตง" (หมวด)

                ประกอบกำลังกันปาตงละ 3 หมู่ มีหมู่ละ 6-8 คน รวม 1 ปาตงมีประมาณ 18-24 คน

                แต่ละหมู่ต้องมีผู้ชำนาญด้านอิเล็กทรอนิกส์รวมอยู่ด้วย 1 คน และทุกครั้งที่ปฏิบัติงานจะไม่นำกำลังลงปฏิบัติทั้งหมดโดยแต่ละหมู่จะต้องเหลือสมาชิกไว้ 2 คน เพื่อปฏิบัติภารกิจอื่น และให้แกนนำระดับสั่งการจัดฝึกอบรมลูกหลานไว้เป็นกำลังทดแทนรุ่นสู่รุ่น

                เรียกว่ามีทั้งแผนระยะยาว ยุทธการระยะสั้น รวมถึงการจัดเตรียมกำลังคนไว้พร้อมสรรพ

                เอกสารสองแผ่นนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐนำมากำหนดยุทธศาสตร์การต่อสู้ได้ไม่มากก็น้อย สิ่งสำคัญคือ ทำอย่างไรจะดึงชาวบ้านเข้ามาร่วมแก้ปัญา

                เหตุการณ์ปะทะที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส แสดงให้เห็นว่าหากชาวบ้านมายืนอยู่ข้างรัฐ การเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบก็จะลำบาก

                เมื่อเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ก็ต้องรีบเดินไปให้ถึง รัฐบาลและกองทัพต้องมีเอกภาพในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ยังมัวแต่ขัดแย้งปะทะฝีปากกันไปวันๆ