ข่าว

'ธาริต'พบ'อดุลย์'ประสานข้อมูลโรงพัก

'ธาริต'พบ'อดุลย์'ประสานข้อมูลโรงพัก

18 ก.พ. 2556

'ธาริต'พบ'อดุลย์' ประสานข้อมูล 396 โรงพัก พร้อมปัดเคลียร์ใจ ย้ำไม่มีปัญหาอะไรประสานงานร่วมกันตลอด

                เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 18 ก.พ. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะเดินทางเข้าพบ เพื่อหารือแลกเปลี่ยนพูดคุยในเรื่องข้อมูลการก่อสร้างสถานีตำรวจ ไม่ได้เป็นการมาขอโทษอะไร และตนก็ไม่ได้ติดใจอะไร

               ต่อมาเวลา 13.20 น. นายธาริต ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.อดุลย์ เพื่อหารือถึงข้อมูลการก่อสร้างสถานีตำรวจ(ทดแทน) 396 แห่ง โดยใช้เวลา 15 นาที จากนั้นนายธาริต ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้หารือถึงข้อมูลในคดีที่ทางดีเอสไอดำเนินการเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงพักทดแทน โดยได้รับความกรุณาจาก ผบ.ตร.และคณะในเรื่องของข้อมูลและวิธีปฏิบัติเรื่องข้อมูลเป็นอย่างดี ซึ่งสองหน่วยงานจะประสานข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด และอาจมีการประชุมร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวนของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อให้การทำงานเป็นไปในมิติเดียวกัน โดยประเด็นหลักที่หารือ คือ เรื่องการฉ้อโกงที่ทางดีเอสไอสอบสวนเบื้องต้นพบว่า บริษัทพีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด อาจจะเข้าข่ายในการฉ้อโกง โดยเรื่องดังกล่าวจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การฉ้อโกงผู้รับเหมารายย่อย ขณะนี้ดีเอสไอกำลังสอบสวนผู้รับเหมารายย่อยหลายสิบรายที่มาร้องทุกข์ และเรื่องงบประมาณที่ใช้ไปแล้วดีเอสไอจะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน รัดกุม เพราะการจะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีอาญากับใครต้องมีพยานหลักฐานพร้อมมูล ส่วนเรื่องสัญญาการก่อสร้าง ดีเอสไอเห็นว่าบริษัทพีซีซีฯ อยู่ในข่ายร่วมสนับสนุนในการกระทำผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือกฎหมายฮั้วประมูล

               “ยันยืนว่าไม่มีอะไรช้า เราทำงานเร็วอยู่แล้ว วันนี้วันจันทร์ผมก็มาพบ ผบ.ตร.ทันที และเป็นเรื่องที่ที่ผู้บังคับบัญชามอบให้ประสานข้อมูลกันในระดับคนทำงานทันทีเช่นกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ จากนี้ไปจะทำงานกันอย่างใกล้ชิด” นายธาริต กล่าว

               ส่วนจะมีข้าราชการมีส่วนร่วมกระทำผิดฉ้อโกงด้วยหรือไม่นั้น นายธาริต กล่าวว่า ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ ต้องดูบริบทก่อนว่าโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจมีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นดีเอสไอเห็นว่าเข้าข่ายผิด แต่ต้องมีการประสานข้อมูลให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นก่อนแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับใคร เพราะการกระทำความผิดต้องพิสูจน์ความจริงในหลายๆ ส่วน จากนั้นจะไปดูว่ามีใครเกี่ยวข้องกับความผิดนั้นบ้าง เพื่อให้มีหลักฐานเพียงพอต่อการแจ้งข้อหา ถ้ายังไม่มีพยานเพียงพอ การแจ้งข้อหากับใครก็ตามจะเป็นการกระทำโดยมิชอบ ที่ผ่านมาดีเอสไอได้ เชิญอดีต ผบ.ตร.ที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูลแล้ว และเนื้อหาแต่ละท่านจะเป็นประโยชน์หรือไม่อยู่ที่พยานหลักฐานว่าจะสอดคล้องหรือโต้แย้งกันอย่างไร ในสัปดาห์นี้จะเชิญผู้แทนจากสำนักงบและกรมบัญชีการ มาให้ความเห็นเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลงบประมาณ

               เมื่อถามว่า ขณะนี้ดีเอสไอมีข้อมูลเรื่องการฉ้อโกง แต่จากการสอบสวนของ ตร.เบื้องต้นไม่พบการฉ้อโกง นายธาริต กล่าวว่า การสอบสวนในชุดของ ตร.เบื้องต้นยังไม่พบการฉ้อโกง แต่ยังไม่มีใครฟันธงได้ว่า ไม่ใช่การฉ้อโกง และพล.ต.อ.เจตน์ มงคลหัตถี ที่ปรึกษา สบ.10 ก็ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า ยังมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง

               เมื่อถามว่า วันนี้ได้มีการเคลียร์ใจกับ ผบ.ตร.หรือไม่ ธาริต กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร เราประสานงานด้วยดีมาโดยตลอด วันนี้จะเดินหน้าทำงานให้เรียบร้อยมากยิ่งขึ้น

               ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวภายหลังนายธาริต เข้าพบว่า นายธาริต มาพูดคุยข้อมูลบางอย่างในประเด็นการสอบสวนเรื่องโรงพัก ซึ่งเรื่องการฉ้อโกงยังไม่มีข้อสรุป ขณะนี้ พล.ต.อ.เจตน์ ดำเนินการอยู่ในทุกประเด็นตั้งแต่การทำสัญญา โดยประเด็นสำคัญคือเรามีความชอบในการยกเลิกสัญญาได้