ข่าว

'เฉลิม'ยัน'นายกฯ'ยังให้ดูไฟใต้

'เฉลิม'ยัน'นายกฯ'ยังให้ดูไฟใต้

18 ก.พ. 2556

'เฉลิม' ยัน 'นายกฯ' ยังให้ดูไฟใต้ รับโดนสั่งห้ามบ่น เล็งลงพื้นที่หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จบ ปัดบินเยือนมาเลย์ 28 ก.พ. อ้างติดปราศรัย

                    18 ก.พ.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและนายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าร่วมประชุมนานกว่า 2.30 ชั่วโมง

                    ร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือกับนายกรัฐมนตรีว่า นายกรัฐมนตรีเรียกหารือเรื่องการเตรียมการที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซียในวันที่ 28 ก.พ.เท่านั้น โดยไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดว่าจะมีการหารือในหัวข้อใดบ้าง ทั้งนี้ไม่ได้หารือเรื่องเหตุการณ์ลอบวางระเบิดหลายจุดที่จังหวัดปัตตานี

                    ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า สำหรับแนวคิดการใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตนได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายหลังการประชุม ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เห็นด้วย ทั้งนี้ กฎหมายพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ต้องประกาศในพื้นที่ที่ประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ซึ่งเป็นแนวคิดของตน แต่ไม่ได้เสนอในที่ประชุมเพราะไม่มีการพูดถึง ทั้งนี้ตนยังเน้นแนวทางการเจรจาเพื่อเป็นการพูดคุยเพื่อหาความเข้าใจซึ่งกันและกัน และตนจะไม่ใช้ความรุนแรงเด็ดขาด

                    ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จากนี้ต่อไปตนต้องรับผิดชอบเต็มที่เพราะนายกรัฐมนตรีสั่งการแล้ว และจะไม่พูดอีกว่าไม่เต็มใจ จะไม่พูดอีกว่ากลัว จะไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น แต่ต้องทำให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนแนวคิดการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง มาตรา 21 เนื่องจากในพื้นที่ที่มีผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิด ซึ่งตนดูข่าวสามมิติพบว่าภรรยาผู้ตายบอกว่า สามีเกรงกลัวกฎหมาย เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ ขณะที่คุณพ่อบอกว่าแค่เรื่องไปเกณฑ์ทหารลูกก็ไม่เข้าใจ แสดงว่าขาดการพูดคุย ซึ่งถ้าใช้มาตรา 21 พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มันเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ลดขั้นตอนได้ แต่ต้องเป็นคนละกรณี แต่ถ้าใช้หมายจับ ป.วิอาญา เป็นกระบวนการยุติธรรมที่ผู้กระทำไม่ต้องการยอมมอบตัว

                    “พ.ร.บ.ความมั่นคงเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาตั้งข้อสงสัยมามอบตัว แล้วกระบวนการมันไม่เข้มข้น มันสามารถผ่อนปรนได้ เช่น รับไว้ ปล่อยตัวไว้ เอาไปอยู่ในสถานที่เหมาะสมระยะหนึ่ง มีการทำความเข้าใจ สุดท้ายทางอัยการเขาจะมีอำนาจ ส่วนการลดพื้นที่พ.ร.ก.ฯอันนั้นก็อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเลขาสมช.บอกว่าบางพื้นที่ที่เป็นพ.ร.กฯ แล้ว ศอ.บต.ก็บอกว่ามันนิ่ง เหตุการณ์ไม่มีแล้ว และบางพื้นที่ที่เป็นพ.ร.บ.ความมั่นคง ก็ดีแล้ว ผมก็บอกไปคิดแต่ผมไม่กล้าพูด พอพูดแล้วไม่เอาด้วย สื่อก็ด่าผม แต่ยังดีที่มติชนยังเชียร์ ไทยรัฐด่าแหลกเลยเมื่อวานนี้” รองนายกฯ กล่าว

                    ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวย้ำแนวคิด “ไม่รบแต่ชนะ” อีกว่า ก็คือการสร้างความเข้าใจ ซึ่งตรงนี้มันยากต้องหารือกับเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 ก่อน แต่จากนี้ต่อไปตนรับผิดชอบเรื่องนี้เต็มที่ เพราะนายกฯสั่งการแล้ว ส่วนที่ เลขาสมช.ระบุว่าจะใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในบางพื้นที่เพื่อลดโทนให้มีแนวร่วมมาร่วมมือกับรัฐมากขึ้นนั้นก็ตรงกันกับที่ตนกำลังทำ เพราะเสนาธิการกองทัพภาคที่4 รอพบตน และตนได้ตั้งนายอัชพร จารุจินดา เลขากฤษฎีกา และผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาคใต้มาเป็นที่ปรึกษากฎหมายของศปก.กปต.ด้วย

                    เมื่อถามว่าการปฏิบัติการทางทหารจะไม่ใช้แล้วใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยังต้องใช้อยู่ เมื่อถามย้ำว่าเมื่อไรจะทำ Operration บนเขาบูโดไม่เช่นนั้นผู้ก่อความไม่สงบก็ยังก่อเหตุอยู่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ใจเย็น ตนเป็นคนนุ่มนวลนายกฯถึงใช้งาน ใจร้อนสุดท้ายจะเป็นการสร้างปัญหาเพิ่ม ถ้าแก้แรงแล้วปรับยาก ถ้าแก้เบาๆก็ค่อยเป็นค่อยไป เมื่อถามว่าจะทำยังไงไม่ให้ดูว่าฝ่ายรัฐเลี้ยงไข้เพราะเสียเงินหลายแสนล้านบาทในการแก้ปัญหา รองนายกฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้เลี้ยงไข้ แต่เป็นการฉีดยาโดสสุดท้ายแล้วหายหมดแหละ

                    เมื่อถามว่าทำไมถึงคิดว่าเปลี่ยนวิธีคิดแล้วมาใช้วิธีของมาตรา 21 ถึงจะแก้ปัญหาได้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เพราะมันง่ายต่อการปฏิบัติและการเจรจา ส่วนจะมีการประกาศยกเลิกพ.ร.ก.หรือไม่นั้นก็ต้องรอให้มีการประชุมก่อน แต่มาตรา21 จะทำให้เกิดความสมัครใจ เมื่อถามว่าจะทำให้ในพื้นที่สับสนในนโยบายหรือไม่เพราะสัปดาห์ก่อนยังพูดเรื่องเคอร์ฟิว แต่สัปดาห์นี้มาพูดเรื่องพ.ร.บ.ความมั่นคง รองนายกฯ กล่าวว่า ก็มันของดี จะประกาศแต่เขาไม่เอาไม่ใช่ว่าตนดื้อ แต่ถ้าใช้มาตรา 21เขาก็ชอบ เพราะอันนี้ฝ่ายทหารเสนอมา

                    “นายกรัฐมนตรีดุผม และบอกว่าท่านไม่ปลดหรอก แต่บอกให้ทำงานหนัก ท่านดุว่าไปพูดได้อย่างไรว่าไปเต็มใจรับที่จะทำงานนี้ เหมือนบ่ายเบี่ยง ท่านเลยย้ำว่าจากนี้ต่อไปให้มอบงานให้เต็มที่ ไปบูรณาการข่าว และทำงาน หากมีข้อเท็จจริงก็ให้รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกระยะ และท่านบังคับอีกให้ลงพื้นที่ภาคใต้บ้าง ผมก็บอกว่าผมจะไปหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ก่อน เพราะคะแนนฝั่งธนฯกำลังดีวันดีคืน ผมจะไม่พูดอีกว่าไม่เต็มใจ จะไม่พูดอีกว่ากลัว ไม่กลัวอะไรแล้วทั้งนั้น แต่ต้องทำตามหลักกฎหมาย” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                    เมื่อถามว่าแสดงว่ากระแสข่าวที่จะให้ปลดท่านออกจากการดูแลปัญหาภาคใต้ก็ไม่มีแล้ว รองนายกฯ กล่าวว่า “ก็นายกฯบอกว่าไม่ปลดนี่ ไม่ปลดแต่บังคับให้ลงปักษ์ใต้บ่อยๆ และห้ามบ่นว่าไม่เต็มใจดูแล ผมก็รับปากท่านเรียบร้อย" เมื่อถามว่าทำไมลงพื้นที่ภาคใต้ต้องรอหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.จบ รองนายกฯ กล่าวว่า “ผมก็มีเรื่องภาระหน้าที่ของผมสิ” เมื่อถามว่าทำไมจะลงไปสักวันหรือไม่กี่ชั่วโมงเอง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ไม่ได้ ต้องไปค้าง ส่วนการไปประเทศมาเลเซียนายกฯก็ชวนผมเหมือนกันวันที่ 28 ก.พ. แต่ผมติดปราศรัย เลยบอกว่าหลังเลือกตั้งก่อน"

                    เมื่อถามว่าทำไมเลือกที่จะอยู่ปราศรัยแต่ไม่ไปมาเลเซีย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็ท่านนายกฯเป็นหัวหน้าทีม ตนไปกับไม่ไปก็เหมือนกัน เมื่อถามว่าแล้วฤกษ์ดีวันไหนที่จะลงใต้ ร.ต.อ.เฉลิม หัวเราะเสียงดังแล้วกล่าวว่า “บอกก่อนก็มีระเบิดรับเลย”

 

'สุริยะใส' จับพิรุธ 'เฉลิม' ทิ้งไฟใต้

 

                     นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายดูแลรับผิดชอบการแก้ปัญหา 3 จ.ชายแดนภาคใต้ ออกมาบอกว่าจะลงไปดูพื้นที่หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.แล้ว ว่า สะท้อนถึงความไม่รับผิดชอบของ ร.ต.อ.เฉลิม และฝ่ายการเมืองที่มีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลและแก้ไขปัญหา แม้คนไทยจะไม่คาดหวังมากว่า ร.ต.อ.เฉลิม และรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะมีความรู้ ความสามารถเพียงพอและมีความใส่ใจต่อการแก้ไขปัญหานี้ก็ตาม แต่รัฐบาลในฐานะที่กำกับงานด้านนโยบายต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างปฏิเสธไม่ได้ ถ้า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่พร้อม รัฐบาลก็ต้องหาคนรับผิดชอบมาแทน ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ตายกันรายวันแบบนี้

                      "ในวันที่นาวิกโยธินสังหารโจรใต้ได้ 17 ศพ ทั้งนายกฯยิ่งลักษณ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาประสานเสียงว่าเป็นความสำเร็จของรัฐบาล เพราะทำงานกันอย่างบูรนณาการ มีเอกภาพ แต่วันนี้ทั้ง 2 คนแข่งกันหนีปัญหา ข้ออ้างของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่บอกว่าจะลงพื้นที่หลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ไม่ใช่ กกต.ที่ต้องไปจัดการเลือกตั้ง ทำให้เคลือบแคลงสงสัยว่า ร.ต.อ.เฉลิม กำลังวางแผนช่วยผู้สมัครของพรรค พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ให้ชนะการเลือกตั้ง จนไม่สนใจงานและหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างอื่น" นายสุริยะใส กล่าว

                       นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า แผนเอาชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. คงเป็นแผนลึกล้ำชนิดที่ ร.ต.อ.เฉลิม และทีมงาน ต้องเฝ้าดู 24 ชั่วโมง ปลีกตัวไปทำอย่างอื่นไม่ได้อย่างนั้นหรือ หรือว่าวางแผนยึด กทม.ตามบัญชาของนายใหญ่ ส่วน 3 จ.ชายแดนภาคใต้ใครจะยึดก็ไม่สนใจอย่างนั้นหรือ คำพูดของ ร.ต.อ.เฉลิม เช่นนี้มีนัยพอๆ กับที่ ร.ต.อ.เฉลิม หลุดปากพูดว่าพร้อมเยียวยาโจรใต้ 17 ศพ ทันทีหลังเหตุการณ์