ข่าว

'ภราดร'เผยผลถกไฟใต้จ่อใช้'พรบ.มั่นคง'

'ภราดร'เผยผลถกไฟใต้จ่อใช้'พรบ.มั่นคง'

18 ก.พ. 2556

'เลขาฯสมช.' เผย 'ยิ่งลักษณ์' บิน'มาเลเซีย'28 ก.พ.นี้ ส่วน'ยุทธศาสตร์ดับไฟใต้'ของรัฐชัดเจน เตรียมพิจารณา ประกาศใช้'พรบ.มั่นคง'

               18 ก.พ.56 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวภายหลังการประชุมหน่วยงานความมั่นคงในช่วงเช้าวันนี้ร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องการเตรียมการที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปมาเลเซียวันที่ 28 ก.พ.นี้ ซึ่งตนรับผิดชอบในส่วนความมั่นคง มิติประเด็นคน 2 สัญชาติและการผ่านแดนที่จะต้องข้ามมาประเทศไทย รวมถึงกระบวนการความร่วมมือใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

               ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการหารือถึงสถานการณ์ล่าสุดที่มีการก่อเหตุในวันที่ 16-17 ก.พ.ที่ จ.ปัตตานี ในลักษณะตอบโต้ฝ่ายรัฐหรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า มีการหารือ แต่ทั้งผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังยืนยันว่า ยังอยู่ในสถานการณ์ที่เราควบคุมได้ เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะมีการเสนอ พรบ.มั่นคง มาตรา 21 ในที่ประชุมได้มีการพูดคุยว่า จะบังคับใช้กันอย่างจริงจังหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ถูกต้อง ตอนนี้กำลังจะเพิ่มน้ำหนักการใช้มาตรา 21 คือ ตอนนี้เรากำลังพิสูจน์ทราบว่าในพื้นที่ต่างๆ ยังประกาศ พรก.ฉุกเฉินอยู่ และเราจะลดโทนลงมาใช้ พรบ.มั่นคง ตรงนี้จะนำไปสู่เวทีการพูดคุย และนำไปสู่กระบวนการตามมาตรา 21 ได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ก็มีความเห็นสอดคล้องกัน เพราะเป็นไปตามนโยบาย และเป็นแนวทางที่เราจะแก้ตามกระบวนการสันติวิธี โดยการเปิดเวทีพูดคุยให้พวกเขาเข้ามาสู่ศาลและจะได้หาทางออกร่วมกันได้ และในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม จะเป็นประธานการประชุม ในเรื่องแนวทางที่เราจะดำเนินการให้เป็นรูปธรรมอย่างเต็มที่ โดยมีเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 จะขึ้นมาชี้แจงรายละเอียด

                ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าจะลดบางพื้นที่ที่จะประกาศใช้กฎอัยการศึกเพื่อจะมาใช้ พรบ.ความมั่นคงแทน เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ถูกต้องเพราะตอนนี้ พรก.ฉุกเฉิน มีการประกาศไว้ครอบคลุม แต่ตอนนี้เราจะลดโทนเพราะเดิมเราประกาศพื้นที่ความมั่นคงไว้ 4 พื้นที่ ซึ่งคาดว่าที่ประชุมบ่ายนี้จะได้ข้อยุติในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแนวร่วมกลับใจมาร่วมแล้วประมาณ 90 คนแล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดูไม่สวนทางกันหรือเพราะสถานการณ์ยังแรงอยู่ แต่ก็จะไปลดการใช้ พรก.ฉุกเฉิน มาเป็น พรบ.มั่นคงแทน พล.ท.ภราดร กล่าวว่า "สถานการณ์ดูเหมือนรุนแรง แต่ถ้าดูลึกๆลงไปในรายละเอียด เหตุการณ์ที่ จ.ปัตตานี ที่ผ่านมา เป็นลักษณะระเบิดเพลิง ประกอบกับความร่วมมือกับประชาชนตอนนี้ ฝ่ายผู้ก่อเหตุความรุนแรง ต้องเน้นไปข่มขู่พี่น้องประชาชนเพราะไม่ต้องการร่วมมือกับรัฐ แต่สะท้อนให้เห็นว่าพี่น้องประชาชนมาร่วมมือกับรัฐเขาถึงต้องทำแบบนี้ แต่สุดท้ายเขาจะต้องกลับมาที่เป้าหมาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแต่ตอนนี้เราก็มีความระมัดระวังอยู่แล้วที่เขาจะขยายพื้นที่ในการปฏิบัติการ"

               ผู้สื่อข่าวถามว่า อะไรที่ทำให้รัฐบาลเปลี่ยนใจจากที่จะประกาศเคอร์ฟิว ดูเข้มข้นแต่ตอนนี้โทนจะลดลงทั้งที่สถานการณ์ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องอยู่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ริเริ่ม เป็นแค่แนวคิดริเริ่มของรองนายกรัฐมนตรีว่า จำเป็นจะต้องหรือไม่ ซึ่งเราก็มาหารือให้ตกผลึก เมื่อตกผลึกแล้วเราฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนแล้วว่าเอกฉันท์ 100 % ไม่สมควรที่จะให้ประกาศเคอร์ฟิว ไม่ว่าจะเป็นพลเรือน ตำรวจ ทหาร ภาคประชาชน ผู้นำศาสนา ว่าไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงต่อกัน แต่ต้องมีการเปิดพื้นที่ เพราะถ้าไม่เปิดพื้นที่การพูดคุยกันแล้วก็จะนำไปสู่เป้าหมายความรุนแรง ถ้าเปิดพื้นที่แล้วก็จะลดโทนรุนแรงลงมา

               “แนวทางตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเรื่องการแก้ไขปัญหานั้น ชัดเจนอยู่แล้วเราเน้นหนักเรื่องของกระบวนการสันติวิธี เปิดเวทีพูดคุยเพราะฉะนั้น เพียงแต่ตรงนั้นเป็นการห่วงใยสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นมา แต่เมื่อพิสูจน์ทราบแล้วสถานการณ์นั้นยังอยู่ในภาวะที่เราควบคุมได้ก็ไม่มีปัญหา” เลขาธิการสมช. กล่าว

 

.............................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)