
'เชลซี'เข้ารอบ5เอฟเอคัพ'เรือ-หงส์'เฮ!
เชลซีเข้ารอบ 5 เอฟเอคัพ หลังพิชิต เบรนท์ฟอร์ด 4-0 ขณะที่แมนฯ ซิตี ถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-0 ทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วนศึกพรีเมียร์ลีกลิเวอร์พูลชนะสวอนซี 5-0
ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 นัดแข่งใหม่วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ พบ เบรนท์ฟอร์ด จากลีกวัน โดยเจ้าถิ่นยังใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามทั้งชุดมีพัก เอดอง ฮาซาร์ด เป็นตัวสำรองเพียงคนเดียว เกมครึ่งแรก เชลซี เดินเกมรุกมีโอกาสยิงอย่างมากมาย แต่ทำได้ดีที่สุดเพียงการยิงชนเสาของ ออสการ์ จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0
เข้าครึ่งหลัง เกมยังเหมือนเดิมก่อน เชลซี ได้ประตูนำนาทีที่ 55 จากการยิงไกลของ ฆวน มาตา จากนั้นนาทีที่ 68 บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ผ่านบอลให้ ออสการ์ ยิงไขว้ที่หน้าประตูเข้าไปเป็น 2-0 ตามด้วยลูกยิงจ่อๆ ของ แฟรงค์ แลมพาร์ด นาทีที่ 71 เป็น 3-0 และปิดท้ายด้วย จอห์น เทอร์รี นาทีที่ 81 จบเกม เชลซี ชนะขาดลอย 4-0 เข้ารอบไปเยือน มิดเดิลสโบรช์ ในรอบ 5 ต่อไป
ขณะที่การแข่งขันรอบ 5 "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี เอาชนะ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-0 จากประตูของ ยาย่า ตูเร นาทีที่ 5, เซร์คิโอ อาเกโร นาทีที่ 15 กับ 74, คาร์ลอส เตเบซ นาทีที่ 52 ทำให้ แมนฯ ซิตี ได้เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปได้
ด้านเกมรอบ 5 วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรตส์ รับการมาเยือนของ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ โดยเกมนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ตัดสินใจพักผู้เล่นหลักอย่าง แจ็ค วิลเชียร์, ซานติ กาซอร์ลา และธีโอ วัลคอตต์ ไว้เป็นตัวสำรอง ก่อนที่จะส่งลงสนามในช่วง 20 นาทีสุดท้าย เนื่องจากทีมยังไม่สามารถเจาะประตูทีมเยือนได้ และเมื่อถึงนาทีที่ 72 เป็น แบล็คเบิร์น ที่มาได้ประตูชัยจาก โคลิน คาซิม ริชาร์ดส ทำให้ แบล็คเบิร์น บุกมาพลิกล็อกชนะไป 1-0
หลังจบการแข่งขัน เวนเกอร์ ยืนยันว่าไม่รู้สึกเสียใจอะไรกับการตัดสินใจเรื่องการจัดทีม แม้จะมีเสียงต่อว่าจาก 2 อดีตนักเตะอย่าง พอล เมอร์สัน และเอียน ไรท์ จากการที่มีการพักผู้เล่นหลักๆ เพื่อเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ เพราะทีมชุดที่ส่งลงสนามก็เป็นกลุ่มนักเตะชั้นดีที่ลงสนามในระดับชาติอยู่แล้ว และเรื่องเกมก็เหนือกว่าอย่างชัดเจน เพียงแต่โชคร้ายที่แบล็คเบิร์น ได้ประตูชัยจากโอกาสยิงประตูเพียงครั้งแรก
"เสียใจกับการจัดทีมหรือไม่ ผมไม่เสียใจหรอก เรามีนักเตะระดับทีมชาติ 11 คนลงเป็นตัวจริง และเราสร้างโอกาสได้ แต่มันยัง 0-0 ผมเข้าใจถึงปฏิกิริยาของแฟนบอล คุณคงไม่อยากให้แฟนบอลมีความสุขกับตอนที่คุณแพ้แบล็คเบิร์นในบอลถ้วยคาบ้าน หลังจากที่พวกเขามีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียว" เวนเกอร์กล่าว
ขณะที่ "ทอฟฟีสีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน ออกไปเยือน "หมูชรา" โอลด์แฮม ที่เพิ่งพลิกล็อกเขี่ย "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ตกรอบในรอบที่แล้ว เป็นเจ้าบ้านที่ออกนำก่อน 1-0 จากประตูของ จอร์แดน โอบิตะ นาทีที่ 13 แต่จากนั้น เอฟเวอร์ตัน มาได้ 2 ประตูรวดจาก วิคเตอร์ อนิเชบี นาทีที่ 24 และฟิล จากิลกา นาทีที่ 48 แต่สุดท้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 5 โอลด์แฮม ตามตีเสมอได้สำเร็จจาก แมตต์ สมิธ ทำให้เสมอกันไป 2-2 ต้องไปเล่นกันใหม่ที่กูดิสัน ปาร์ค
เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมมองว่า โอลด์แฮม เป็นทีมที่อันตรายจริงๆ เมื่อได้เล่นในบ้านตัวเอง และการที่ถูกตีเสมอ 2-2 ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายมากนัก เพราะทีมยังไม่ได้ตกรอบ แต่จริงๆ แล้วทีมก็มีโอกาสปิดเกมด้วยการยิงนำ 3-1 แต่ทำไม่ได้เอง
ศึกพรีเมียร์ลีกลิเวอร์พูลชนะสวอนซี 5-0
ด้านศึกพรีเมียร์ลีก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล หลังแก้ตัวหลังจากที่แพ้ติดต่อกันมาแล้ว 2 นัดด้วยการเปิดแอนฟิลด์พบ "หงส์ขาว" สวอนซี โดยเบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเจ้าถิ่นยังจัดทีมชุดใหญ่ลงได้เต็มที่เหมือนเดิม ซึ่งก็ไม่ทำให้แฟนบอดผิดหวังสามารถเอาชนะไปอย่างท่วมท้น 5-



