ข่าว

เปิดศูนย์พันธุ์ว่าน'อีสานบน'

เปิดศูนย์พันธุ์ว่าน'อีสานบน'

17 ก.พ. 2556

เปิดศูนย์พันธุ์ว่าน'อีสานบน' แหล่งอนุรักษ์ฯก่อนสูญพันธุ์ : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...กวินทรา ใจซื่อ

                "ว่าน” ถือเป็นสมุนไพรที่ขึ้นอยู่ตามหัวไร่ปลายนา หมอยาพื้นบ้านชาวอีสานนิยมนำมาใช้เป็นยารักษาโรค เป็นการนำพันธุ์พืชที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ปัจจุบันพบว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การบุกรุกผืนป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวทำให้ว่านรักษาโรคหลายชนิดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติลดน้อยลง ว่านบางชนิดมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ไปจากภาคอีสาน สรรพคุณและประโยชน์ของว่านที่สามารถนำมาทำเป็นยารักษาโรคได้ รวมถึงเกรงว่าสายพันธุ์ว่านในอีสานจะสูญหาย 

                เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ผศ.พิเชษฐ เวชวิฐาน หัวหน้าสาขาวิชาการแพทย์แผนไทย คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.สกลนคร เก็บรวบรวมสายพันธุ์ว่านใน 4 จังหวัดอีสานตอนบน คือสกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และอุดรธานี นำมาเพาะปลูก ขยายพันธุ์ และนำไปใช้ประโยชน์ ซึ่งการรวบรวมสายพันธุ์ว่านอยู่ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมากจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  

                ว่านกว่า 120 ชนิด เก็บรวบรวมมาจากพื้นี่ชนบทห่างไกล และเครือข่ายหมอยาพื้นบ้าน ที่ได้ช่วยกันอนุรักษ์สายพันธุ์ว่านเด่นๆ จากการรวบรวมภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านทำให้รู้สรรพคุณทางยา องค์ความรู้ในการใช้ประโยชน์  จำแนกชนิดการรักษาโรคแบ่งได้ 29 กลุ่ม   เช่น ว่านริดสีดวง ว่านขับปัสสาวะ ผักคราดหัวแหวนแก้ปวดฟัน เถาเอ็นอ่อนใช้คลายเส้น เส้นจม ว่านเอ็นเหลืองใช้รักษาข้อ ภูมิแพ้ ขับลม  กลอยจืดใช้ถอนพิษสารเคมีตกค้าง เป็นต้น

                นอกจากนี้ยังนำมาปลูกอนุรักษ์ในพื้นที่มหาวิทยาลัย และเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลทางวิชาการให้เป็นคลังภูมิปัญญาการใช้ว่านรักษาโรคให้คนรุ่นหลังได้สืบทอดความรู้ไม่ให้สูญหายไปพร้อมกับหมอยาพื้นบ้านอีสาน

                “การรวบรวมสายพันธุ์ว่านในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเริ่มต้นเมื่อปี 2538 จากนั้นได้หยุดโครงการไประยะหนึ่ง เนื่องจากอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักได้โยกย้าย จนได้พูดคุยกับเครือข่ายหมอยาพื้นบ้านในอีสานทราบว่าว่านเริ่มหายากขึ้น หลายชนิดสุ่มเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ จึงนำโครงการกลับมาฟื้นใหม่เมื่อปี 2555" ผศ.พิเชษฐ แจง

                ด้วย ผศ.พิเชษฐ ย้ำว่า เริ่มจากวางแผนรวบรวมพันธุ์ว่านเพิ่มเติม พร้อมจัดทำข้อมูลแต่ละชนิดให้ชัดเจนขึ้น ทำให้รู้ว่าบางชนิดมีลักษณะต้นและใบเหมือนกัน แต่ดอกและสรรพคุณทางยาต่างกัน บางชนิดชื่อพ้องกันสรรพคุณเหมือนกัน แต่ลักษณะต้นต่างกัน จึงต้องศึกษารายละเอียดให้แม่นยำมากที่สุด เพราะหากนำไปใช้ผิดก็รักษาโรคไม่หาย และอาจจะส่งผลข้างเคียงได้

                "ว่านชนิดเด่นๆที่อนุรักษ์มีจำพวกว่านรักษาโรคริดสีดวง 20 ชนิด ว่านนิ่วที่แบ่งสรรพคุณในการรักษา เช่น รักษานิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในไต โดยข้อมูลที่ได้จะนำมารวบรวมเป็นงานวิชาการ คลังภูมิปัญญาการรักษาโรคด้วยว่าน เพื่อให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ทั้ง หมอยาพื้นบ้าน นักศึกษาแพทย์แผนไทย และบุคคลทั่วไปที่สนใจในการนำสมุนไพรรักษาโรค”

                ขณะที่การรวบรวมพันธุ์ว่านจะเก็บในพื้นที่ชนบทห่างไกล ป่าตามธรรมชาติ และกลุ่มหมอยาพื้นบ้านที่ปลูกใช้รักษาโรค ซึ่งยังมีสายพันธุ์ที่หลงเหลืออยู่ เมื่อรวบรวมได้จะนำไปเพาะอนุรักษ์ทั้งในกระถาง และพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ในมหาวิทยาลัย โดยวงจรการปลูกตลอดปี ช่วงที่เหมาะนั้นคือเดือนเมษายนซึ่งว่านจะเริ่มแทงหน่อ เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนเริ่มลงหัวและใบเหลือง ถึงเดือนธันวาคม เก็บหัวว่านไว้ใช้ในรักษาโรค และขยายพันธุ์ ซึ่งช่วงนี้ถือว่ามีสรรพคุณทางยามาก

                           “หลังรวบรวมสายพันธุ์ว่าน ทำให้ประเมินได้ว่าว่านอยู่ในภาวะเสี่ยงในการสูญพันธุ์หลายชนิด ที่น่าเป็นห่วง เช่น ว่านกระบูนเลือด  เป็นยาบำรุงโลหิต และละลายลิ่มเลือด ว่านชนิดนี้จะขึ้นอยู่ตามป่าริมน้ำ แต่ปัจจุบันพบว่าป่าริมน้ำถูกทำลายแผ้วถางแทนที่ด้วยปลูกยางฯปาล์มน้ำมัน ขณะที่หมอยาพื้นบ้านก็มีอายุมากขึ้น ไม่มีลูกหลานสืบทอดต่อ หากไม่เริ่มอนุรักษ์และศึกษาอย่างจริงจังคาดในอีก 20 ปี ว่านหลายชนิดจะสูญพันธุ์ ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องนำมาศึกษาอย่างละเอียด”
 
           โดยปัญหาที่พบในการรวบรวมว่านคือ เมื่อนำมาปลูกใกล้กัน หากไม่ถอนหัวขึ้นมาเก็บไว้ จะทำให้หัวว่านผสมกัน ไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นชนิดใด ซึ่งจะทำให้เสียเวลาจำแนกรายละเอียด นอกจากจะอนุรักษ์สายพันธุ์ว่านแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเห็นประโยชน์ ความสำคัญในการรักษาอาการป่วยด้วยแพทย์แผนไทย อีกทั้ง การนำว่านมาใช้ประโยชน์จริงในชีวิตประจำวันด้วย  

                           ทางคณะยังรวบรวม เพาะขยายว่านชนิดอื่นๆอย่างต่อเนื่อง ลงพื้นที่พูดคุย สำรวจองค์ความรู้กับเครือข่ายหมอพื้นบ้าน สนับสนุนให้หมอยาพื้นบ้านรุ่นใหม่ปลูกว่านนำมาทำยา พร้อมต่อยอดงานทางวิชาการผลิตเป็นเวชภัณฑ์ในรูปของแคปซูล สารสกัดจากว่าน นำไปใช้ในโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยที่ดูแลอยู่

                ทั้งนี้ ด้วยเป้าหมายอนาคตหากท้องถิ่นเห็นความสำคัญ ก็จะหันมาร่วมอนุรักษ์พืชสมุนไพรกันมากขึ้น     

 

................................................

(เปิดศูนย์พันธุ์ว่าน'อีสานบน' แหล่งอนุรักษ์ฯก่อนสูญพันธุ์ : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...กวินทรา ใจซื่อ)