ข่าว

มติ'ศปก.กปต.'ไม่ประกาศเคอร์ฟิวใต้

มติ'ศปก.กปต.'ไม่ประกาศเคอร์ฟิวใต้

15 ก.พ. 2556

'ศปก.กปต.'ไม่ประกาศเคอร์ฟิวใต้ ชี้ยังไม่มีความจำเป็น เชื่อเจ้าหน้าที่รัฐยังดูแลสถานการณ์ได้

               15 ก.พ. 56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศปก.กปต.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ศปก.กปต. โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาหารือกว่า 2 ชั่วโมง

               จากนั้นเวลา 15.45 น. พล.ท.ภราดร แถลงภายหลังการประชุมว่า จากการประเมินพี่น้องประชาชน สถานการณ์ วัน เวลา และสถานที่ ซึ่งเมื่อพิจารณาในทุกมิติแล้ว ทั้งเหตุผลของฝ่ายทหาร ฝ่ายพลเรือน ฝ่ายกระทรวงมหาดไทย และภาคประชาชน เห็นพ้องต้องกันว่าสถานการณ์ ยังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิว ยังเชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่รัฐยังดูแลสถานการณ์ได้

               พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ขณะเดียวกันมาตรการปัจจุบันที่รองรับเจ้าหน้าที่ถือว่าได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนอยู่แล้ว ในด้านการข่าวก็เพิ่มความเข้มข้นขึ้น ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการในพื้นที่ก็มีเพียงพอ ดังนั้น รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศปก.กปต.ก็ได้ให้ระมัดระวังต่อไป และระบุว่าการประกาศเคอร์ฟิวเป็นแนวคิดริเริ่มของท่านเท่านั้น แต่เมื่อได้ฟังข้อมูลจากหลายภาคส่วนแล้วก็ถือว่ารับฟังได้และยอมรับ

               ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อไม่มีการประกาศเคอร์ฟิวแล้ว จะต้องมีการปรับแผนหรือเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ เลขาธิการสมช. กล่าวว่า ไม่ต้อง เป็นไปตามปกติ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ยังควบคุมสถานการณ์ได้ จึงคงต้องดูต่อไป การพิจารณายังยึดหลักของการฟังเสียงพี่น้องประชาชนเป็นหลัก

               เมื่อถามว่า พูดได้หรือไม่ว่าหน่วยในพื้นที่ ค่อนข้างเป็นเอกฉันท์ว่าไม่ควรประกาศเคอร์ฟิว พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เป็นเอกฉันท์ และหลังจากนี้จะมีการประเมินตามขั้นตอนต่อไปตลอด เชื่อมั่นว่าแนวโน้มยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องประกาศอย่างแน่นอน

               เลขาธิการสมช. กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมยังได้มีการประเมินสถานการณ์ ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น แต่การประเมินเราก็สะท้อนให้เห็นว่า จากความร่วมมือของพี่น้องประชาชน จึงเป็นจุดสุดท้ายที่ทำให้เราสามารถแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ ส่วนสถานการณ์จะรุนแรงขึ้นหรือไม่ตรงนี้อาจจะมีความกังวลบ้างแต่ก็ไม่หนักใจ เพราะเรายังประเมินว่าตอนนี้พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมและให้ข่าวสารกับภาครัฐได้ดีพอสมควร จึงเชื่อมั่นว่าเหตุการณ์จะยังไม่มีอะไรน่าหนักใจ เพราะฝ่ายปฏิบัติการไม่ต้องการเสียมวลชนเช่นเดียวกัน

               พล.ท.ภราดร กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของการขยายความร่วมมือจากภาคประชาชน เราจะดำรงความต่อเนื่อง โดยจะมีการจัดและเปิดเวทีพูดคุยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้มีการหยิบยกเรื่องแนวคิดการเพิ่มอาวุธให้กับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านมาหารือด้วย แต่บทสรุปตอนนี้ยังถือว่าไม่มีความจำเป็น ซึ่งต้องการพัฒนาขีดความสามารถก่อน และคิดว่าอาวุธที่มีอยู่ในปัจจุบันน่าจะเป็นน้ำหนักเพียงพอต่อกำนัน- ผู้ใหญ่บ้านแล้ว ไม่ต้องยกระดับให้เป็นถึงอาวุธสงคราม

               "ในส่วนของการเยียวยาครอบครัวผู้ก่อเหตุ ที่ประชุมให้พูดคุยทำความเข้าใจและแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิต ส่วนการเยียวยาเป็นตัวเงินยังไม่ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์ เบื้องต้นเป็นการเยียวยาด้านมนุษยธรรมเท่านั้น" เลขาธิการสมช. กล่าว

 

..........................

(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)