ข่าว

'อภิสิทธิ์'แนะ'รบ.'รอบคอบเคอร์ฟิวใต้

'อภิสิทธิ์'แนะ'รบ.'รอบคอบเคอร์ฟิวใต้

15 ก.พ. 2556

'อภิสิทธิ์' แนะ 'รบ.' รอบคอบประกาศเคอร์ฟิวใต้ เหตุกระทบชีวิตปชช. จี้ 'พงศพัศ' แจงปมก่อสร้างโรงพักฉาว โวแผนหาเสียงไร้ปัญหาโค้งสุดท้าย

                       15 ก.พ.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ออกมาระบุว่าประชาชนไม่เห็นด้วยกับการประกาศเคอร์ฟิวว่า ประชาชนทั่วไปไม่ต้องการให้มีมาตรการจำกัดสิทธิที่กระทบความเป็นอยู่ของตัวเอง แต่ถ้ามีเหตุผลความจำเป็นรัฐต้องไปทำความเข้าใจ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าข้อยุติเป็นอย่างไร แต่มาตรการแบบนี้ก็ไม่ใช่มาตรการที่จะใช้ได้เป็นเวลานานตลอดไป เพราะเคยใช้แล้วแต่ต้องมีการยกเลิกไป

                       ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ก่อความไม่สงบที่เสียชีวิตจากการโจมตีฐานทหารคือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีตากใบ คิดว่าเหตุการณ์ตากใบคือชนวนของปัญหาที่ทำให้ขบวนการก่อความไม่สงบใหญ่โตขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนย้ำมาหลายครั้งแล้วว่าปัญหานับตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมาเป็นตัวสร้างวงจรความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้น จึงต้องปรับแนวทางนโยบายสมัยพรรคไทยรักไทย ความคิดที่ว่าจะใช้กำลังแก้ปัญหาโดยหลายฝ่ายพยายามเปลี่ยนแนวมาทำเรื่องการพัฒนา การศึกษา รัฐบาลก็ต้องจริงจังและมีฝ่ายนโยบายไปทำด้วย โดยรัฐบาลต้องเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของร่วมกัน แต่ถ้าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นวงจรให้เกิดการปลุกระดมให้คนต่างศาสนา หรือต่างกลุ่มขัดแย้งกันนั้นก็เป็นเรื่องยาก จึงจำเป็นต้องมีฝ่ายนโยบายเกาะติดพื้นที่เพื่อลดเงื่อนไขในเรื่องเหล่านี้

                       ส่วนใบปลิวที่ออกมาในลักษณะข่มขู่ชาวพุทธนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องให้ความมั่นใจกับประชาชนเพื่อไม่ให้กระทบกับขวัญและกำลังใจของประชาชน โดยต้องมีแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจน ประชาชนในพื้นที่อยู่กับปัญหานี้มานานรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ประชาชนจะมีกำลังใจก็ต่อเมื่อทิศทางของรัฐมีความชัดเจน ซึ่งหากนายกรัฐมนตรียังมอบให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่เต็มใจที่จะรับผิดชอบปัญหาภาคใต้ดูแลอยู่ปัญหาก็คงแก้ไม่ได้ จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีทบทวนในเรื่องนี้

                       เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรีอาจจะเดินทางไปมาเลเซียด้วยตัวเองเพื่อเจรจาหาแนวทางแก้ปัญหาภาคใต้นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นเรื่องจำเป็น แต่ไปทำอะไร แค่ไหนต้องระวัง ตนย้ำว่าในวันที่ไปทำเนียบได้เตือนแล้ว หากรัฐบาลยังมีนโยบายที่จะแก้ปัญหาจากนอกประเทศเข้ามาตามแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นเรื่องที่อันตรายมากและจะแก้ปัญหาไม่ได้ อีกทั้งจะทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นในบางมิติจึงอยากให้ทบทวน เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ มีวาระของตัวเองในเรื่องนี้ ซึ่งไม่ใช่แนวทางที่จะแก้ปัญหาชาติ

 

'อภิสิทธิ์' จี้ 'พงศพัศ' แจงปมก่อสร้างโรงพัก

 

                       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ระบุว่าการสอบสวนเรื่องคดีสร้างโรงพักทดแทนทั่วประเทศไม่พบการช่อโกงนั้น ว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง เพราะที่ผ่านมาทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี หรือนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็มีการเปลี่ยนข้อหาอยู่เรื่อยเมื่อข้อเท็จจริงไม่สอดคล้อง และพอพบว่าพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย เป็นคนเสนอเรื่องก็มีการเปลี่ยนท่าทีไปอีก ซึ่งชัดเจนแล้วว่าเป็นเรื่องการเมือง ทั้งที่เรื่องนี้ทำเป็นเรื่องการเมืองไม่ได้ หากผิดก็ต้องเอาผิดแต่หากไม่มีความผิดก็ต้องบอกว่าไม่ผิด ควรดำเนินการตามข้อเท็จจริง ทั้งนี้ตนข้องใจว่าทำไม พล.ต.อ.พงศพัศไม่ชี้แจงในเมื่อมีส่วนเกี่ยวข้อง หากมั่นใจว่าตัวเองสุจริตก็ควรพูดไม่ใช่ทำเรื่องให้คลุมเครือแล้วมาเอาผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งพล.ต.อ.พงศพัศสนับสนุนการเมืองแบบนี้ใช่หรือไม่ หากไม่สนับสนุนก็ควรมีความรับผิดชอบในเรื่องนี้ ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิมก็ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องการส่งพื้นที่ล่าช้านั้น ก็เป็นการจำนนต่อหลักฐาน แต่ที่อ้างว่านายสุเทพเซ็นทั้งที่รู้ว่าผิดนั้น นายสุเทพไม่รู้ว่าเรื่องนี้ผิด เพราะไม่ได้ไปก้าวก่ายแทรกแซงหน่วยงาน แต่การที่ร.ต.อ.เฉลิมบอกว่า พล.ต.อ.พงศพัศร่างที่โออาร์แบบแรก และรู้ว่าทีโออาร์แบบใหม่มีปัญหาอย่างนี้จึงผิด เพราะทั้งที่รู้ว่ามีปัญหาแต่ก็ยังเห็นชอบ

                       ส่วนสตช.มีแนวทางจะยกเลิกสัญญานั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากยกเลิกไปแล้วมีความเสียหายต่อราชการคนที่ทำให้เกิดความเสียหายต้องรับผิดชอบ ซึ่งในส่วนของการขยายเวลานั้นก็ต้องให้ผบ.ตร.ทุกคนไปชี้แจงรายละเอียด ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ออกมาเปิดเผยว่าการขยายสัญญาในสมัยของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว มีการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมานั้น ก็ต้องไปตรวจสอบว่าเอื้อในระยะใด และใครเอื้อ ซึ่งตนเองก็ยืนยันว่าต้องทำอย่างตรงไปตรงมา ส่วนพล.ต.อ.อดุลย์ก็ต้องชี้แจง

                       “เมื่อสตช.มีข้อสรุปในคดีสร้างโรงพักทดแทนว่าไม่มีความผิดแล้ว ก็ต้องไปดูว่าดีเอสไอมีความพยายามกลั่นแกล้งใครหรือไม่ ซึ่งดีเอสไอก็จะมีความผิด แต่หากดีเอสไอยังยืนยันว่าเรื่องนี้มีความผิดอยู่ก็ต้องตรวจสอบ สตช. ว่าทำไมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ผิด ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่ผิด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

'อภิสิทธิ์' เมินโพลล์ชี้คะแนนนิยม 'สุขุมพันธ์' ลดลง

 

                       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลโพลล์ ว่า คนที่เคยเลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 22.0 เปลี่ยนใจเลือกพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยนั้นว่า เป็นเรื่องของตัวเลข ที่ไปดูว่ามีการเปลี่ยนใจของคนกทม.หรือไม่ ซึ่งในส่วนของคะแนนพรรคเพื่อไทยที่เคยเลือกนายยุรนันท์ ภมรมนตรี อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ไม่เลือก พล.ต.อ.พงศพัศก็มีเหมือนกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ซึ่งขณะนี้คณะทำงานยังมีความมั่นใจในแนวทางและแผนที่เตรียมไว้ 2 สัปดาห์สุดท้ายชัดเจน ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีการพูดถึงเรื่องการใช้อำนาจรัฐในการช่วยหาเสียงผู้สมัครบางรายนั้น ต้องมีการตรวจสอบรวบรวมหลักฐานตามข้อเท็จจริง ส่วนจะยื่นร้องเรียนกกต.หรือไม่นั้น ตนก็ยังไม่ทราบ ส่วนจะซ้ำรอยการเลือกตั้งใหญ่ปี 2548 หรือไม่นั้น ตนเชื่อว่ามีความพยายามทำให้เป็นอย่างนั้น แต่ประชาชนจำนวนมากก็มีบทเรียนแล้วว่าหากปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นไปเหมือนกับปี 2548สุดท้ายก็จะนำมาสู่ความขัดแย้งอย่างในปัจจุบัน

                       ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ระบุว่าจะยึดกทม.ให้ได้ทำให้การใช้อำนาจรัฐเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นการส่งสัญญาณ ซึ่งพวกตนก็ทำได้เพียงขอให้คนที่ไม่อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณยึดกทม.มาช่วยพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่มีการจับตา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ว่าวางตัวไม่เป็นกลางนั้นตนเห็นว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะผู้บัญชาการก็ต้องเตือนกัน ซึ่งกฎหมายก็เขียนชัด และควรรักษากฎหมาย