ข่าว

โชคร้ายมาก!

โชคร้ายมาก!

16 ก.พ. 2556

โชคร้ายมาก! : ทางข่าว โดยศรายุทธ สายคำมี [email protected]

              ถึงวันนี้ยังไม่เห็นสัญญาณใดๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงคำว่า "ลอยแพ" ไปได้เลย หลังจากเมื่อวันพุธที่ผ่านมาบรรดาแกนนำ นปช. เปิดฉากแตกหักกับคนเสื้อแดงอย่าง ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ไปแล้ว

              แกนนำ นปช. นำโดย ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. สมหวัง อัสราษี รองประธาน นปช. จตุพร พรหมพันธุ์ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และ วรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช. ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถล่ม ขวัญชัย เมื่อวันพุธ นั่นย่อมมองได้ชัดแล้วว่า นปช.ก็รับรู้ว่า เงาที่ทอทาบอยู่ด้านหลังของ ขวัญชัย นั้นเป็นใคร แต่ก็ยังตัดใจสวนหมัดออกมาแลก

              รู้ด้วยว่า หากถึงที่สุดแล้ว มวลชนจะหดลงเหลือแค่ไหนหากจำเป็นต้องออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อขับเคลื่อนแนวทางที่ตนมุ่งหวังเอาไว้

              เพราะยิ่งนานวันยิ่งชัดเจนว่า ที่เคยพูดเคยคุย เคยได้รับความหวังนั้นมันลางเลือนลงไปทุกที

              ในยามที่ข้าศึกยังไม่เผชิญหน้า ตัวตนของ นปช.ที่เคยได้รับความสำคัญในวันที่ต่อสู้ก็หดลีบลงอย่างน่าใจหาย

              ถ้อยแถลงของ ขวัญชัย ที่จะเดินหน้าสร้างมวลชนคนเสื้อแดง จะเดินสาย 20 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อผนึกแน่นคนเสื้อแดงให้ภักดีต่อพรรคเพื่อไทย และจะไม่สังฆกรรมกับ นปช. ยิ่งทำให้ทางเดินของ นปช. ภายใต้แกนนำชุดปัจจุบันแคบลงเข้าไปอีก

              จะไปหวังมวลชนจากภาคเหนือก็คงไม่ง่ายนัก ในเมื่อที่นั่นมีคนดูแลอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ภายใต้ปีกของ "เจ๊" ที่กางโอบผ่านสายการเมืองเอาไว้นั้นยากที่จะฝ่าเข้าไป

              จะพอมีเหลือก็บางส่วนในภาคกลางและภาคตะวันออก โดยเฉพาะ ชลบุรี

              แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ระยะยาว เมื่อถึงคราวที่ นปช.ต้องเติบใหญ่ด้วยสองขาตนเอง แยกตัวออกมาชัดเจนแล้ว มวลชนเหล่านี้จะเคียงคู่ เคียงข้างออกไปด้วย

              สิ่งที่วาดเอาไว้ว่า ถ้าถึงคราวแตกหัก "คนแดนไกล" ไม่รักษาสัจจะ จะหอบหิ้วไพร่พลคนเสื้อแดงไปตั้งพรรคใหม่ ตอนนี้เลยต้องคิดใหม่ แล้วก็ต้องคิดให้หนักกว่าเดิม

              ที่จะไปร้องแรกแหกกระเชอว่าถูกเบี้ยว ถูกทิ้ง ถูกลอยแพ แบบที่เคยทำก็ชัดเจนแล้วว่า ทำได้แค่ สะกิดให้ผู้คนในสังคมหันมามองแวบเดียวเท่านั้น

              "นปช.โชคร้ายมาก อยู่ในสถานการณ์ลำบาก ไม่มีงบประมาณ" คือบทสรุปของ จตุพร ในสถานการณ์ล่าสุด

              สถานการณ์เช่นนี้มีทางเดียวคือ ผ่อนเชือกที่เขม็งตึงให้คลายออก แล้วรอจนกว่ารัฐบาลจะรอดผ่านสถานการณ์วิกฤติ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจไปเสียก่อน แล้วไปลุ้นอีกครั้งหลังจากนั้น

              วิธีนี้คือวิธีที่จะทำให้ความเสียหายน้อยที่สุด