
เก็บฉาก'แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์'
ไนจีเรียเก็บฉาก 'แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์' : โดย...จิตติ
ศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2013 ที่เพิ่งปิดฉากลงไปด้วยการกลับมาคว้าแชมป์สมัยที่ 3 ของ "อินทรีมรกต" ไนจีเรีย เป็นช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวงการลูกหนังกาฬทวีปในระดับหนึ่ง ตั้งแต่รอบคัดเลือกมาจนถึง 3 สัปดาห์ของการแข่งขันในรอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้
จากรอบคัดเลือกถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์เหมือนกันเมื่อทีมขาดประจำอย่าง "หมอผี" แคเมอรูน แชมป์ 4 สมัย, เซเนกัล หรือแม้กระทั่งแชมป์ 7 สมัยอย่าง "มัมมี" อียิปต์ ไม่ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย และเมื่อมาถึงรอบสุดท้ายมีทีมรองบ่อนหลายๆ ทีมที่ทำผลงานได้ดีอย่าง บูร์กินาฟาโซ ทะลุผ่าน "ดาวดำ" กานา เข้าชิงชนะเลิศได้ และที่พลิกล็อกไม่แพ้กันคือ ไนจีเรีย ที่สร้างทีมขึ้นมาใหม่ผ่านทีมเก๋าๆ อย่าง ไอเวอรี โคสต์ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้
ไนจีเรีย เข้ามาเอาชนะ บูร์กินาฟาโซ ในนัดชิงชนะเลิศ 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศที่โยฮันเนสเบิร์กเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และการเป็นแชมป์ครั้งนี้จัดว่าเป็นการได้แชมป์แบบตามสมควร เมื่อมองกันที่ผลงานในทัวร์นาเมนต์แล้ว ก็เป็นทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดจริงๆ นอกเหนือจากการผ่าน ไอเวอรี โคสต์ มา 2-1 แล้ว ในรอบรองชนะเลิศยังอัดทีมแกร่งอย่าง มาลี ได้ถึง 4-1
แชมป์สมัยที่ 3 ของไนจีเรีย ต้องใช้เวลารอคอยถึง 19 ปีเต็ม ที่ก่อนหน้านี้ถึงจะเป็นทีมชั้นนำของแอฟริกา มาตลอดช่วงเวลาดังกล่าว แต่มักจะพลาดความสำเร็จด้วยความผิดพลาด หรือว่าโชคชะตา แต่ครั้งนี้หลังจาก สเตฟาน เคชี อดีตดาวดังชุดแชมป์เมื่อปี 1994 สร้างทีมขึ้นมาใหม่ ทีมมีความลงตัว เสียประตูน้อย และยิงได้ 11 ประตูตลอดทัวร์นาเมนต์ก็เพียงพอกับความสำเร็จเป็นสมัยที่ 3 และเคชี เป็นคนที่ 2 ที่ได้แชมป์ทั้งการเป็นนักเตะและโค้ชในรายการนี้
การได้แชมป์ในครั้งนี้นอกจากจะเป็นแชมป์สมัยที่ 3 แล้ว ไนจีเรีย ยังสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้น มาใหม่ด้วยการคว้าแชมป์ในเกือบทุกพื้นที่ของทวีปจากการที่คว้าแชมป์ในบ้านตัวเองเมื่อปี 1980 เป็นการได้แชมป์ในแอฟริกาตะวันตก จากนั้นมาได้แชมป์ที่แอฟริกาเหนือที่ตูนิเซียในปี 1994 ก่อนจะมาได้แชมป์ทางตอนใต้ที่แอฟริกาใต้ครั้งนี้ จากนั้นไปก็ต้องรอดูว่าไนจีเรียจะไปได้แชมป์ที่แอฟริกาตะวันออกบ้างหรือไม่
เมื่อครั้งฟุตบอลโลกปี 1994 ไนจีเรีย และสเตฟาน เคชี เข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากที่คว้าแชมป์กาฬทวีป และจากนั้นไม่มีใครที่ไม่รู้จักลูกหนังไนจีเรีย แต่กับแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ คราวนี้ไนจีเรียไม่ได้เข้าทัวร์นาเมนต์เมื่อวันที่ 19 มกราคม ด้วยการเป็นทีมเต็ง
เรื่องของชื่อไนจีเรีย แน่นอนว่าพวกเขาคือชื่อที่เป็นทีมชั้นนำของทวีป แต่ทีมของเคชี ชุดนี้เข้ามาด้วยนักเตะดาวรุ่ง และเป็นพวกหน้าใหม่ที่ไม่ค่อยมีใครได้รู้จักมากนัก คงเอาไว้ด้วยตัวหลักๆ เพียงไม่กี่คน เคชี มีความกล้าอย่างมากที่เรียกเอาผู้เล่นหน้าใหม่ถึง 17 คนจากรายชื่อ 23 คนที่ส่งเข้าทัวร์นาเมนต์นี้ ในจำนวนนี้มีนักเตะ 6 รายที่เล่นในไนจีเรียพรีเมียร์ลีกอีกต่างหาก ทั้งๆ ที่หากจะเลือกนักเตะไนจีเรียที่เล่นในต่างแดนก็มีให้เลือกใช้อย่างมากมาย
เมื่อเป็นทีมที่สร้างกันใหม่การเข้าสู่รอบสุดท้ายช่วง 2 นัดแรกจึงออกมาไม่ดีนัก ทำได้แค่เสมอ บูร์กินาฟาโซ และ แซมเบีย แต่หลังจากที่ วิคเตอร์ โมเซส ที่ตัดสินใจเลือกเล่นให้ไนจีเรียแทน "สิงโตคำราม" อังกฤษ ทำ 2 ประตูจาก 2 จุดโทษในรอบแรกนัดสุดท้ายกับ เอธิโอเปีย ชัยชนะในเกมรอบแรกนัดสุดท้ายทำให้ทีมมีความมั่นใจในการชนช้างกับ ไอเวอรี โคสต์ ที่เก็บมา 7 แต้มจากรอบแรก ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ทันทีที่รู้ว่าต้องไปพบไอเวอรี โคสต์ สหพันธ์ฟุตบอลไนจีเรีย ถึงกลับวางแผนซื้อตั๋วขากลับให้บรรดานักเตะทันที เพราะถึงจะยังมีความหวัง แต่โอกาสสูงที่เกมดังกล่าวจะเป็นเกมนัดสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ ก็อย่างว่าในช่วง 7-8 หลัง ไอเวอรี โคสต์ คือทีมอันดับ 1 ของทวีปอย่างแท้จริง มาตรฐานผู้เล่นหลายๆ คนล้วนแต่ อยู่ในลีกใหญ่ๆ ทั้งนั้น
ก่อนหน้านี้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา เคยทำแสบกับไนจีเรีย มาในรอบสุดท้ายที่อียิปต์เมื่อปี 2006 ที่โดนเขี่ยตกรอบรองชนะเลิศ จากนั้นก็เป็น ซาโลมง คาลู ที่กานาเมื่อปี 2008 แต่คราวนี้เป็นทีของไนจีเรีย และเคชี บ้าง เมื่อ เอมมานูเอล เอเมนิเก กับ ซันเดย์ เอ็มบา ยิงประตูส่งพวกไอเวอรี โคสต์ กลับไปเล่นพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และลีกชั้นนำของยุโรปก่อนเวลา
ชัยชนะเหนือไอเวอรี โคสต์ คือการเปิดประตูการลุ้นแชมป์อย่างแท้จริงของทีมชุดนี้ เพราะเมื่อผ่านทีมแกร่งสุดของทัวร์นาเมนต์ได้แล้ว รอบรองชนะเลิศกับมาลี ที่เดอร์บัน ย่อมไม่ใช่ปัญหา ฟอร์มของไนจีเรียดีขึ้นเรื่อยๆ ถล่ม มาลี ไปแบบห่างชั้น 4-1 ขณะที่คู่ชิงชนะเลิศอาจจะผิดคาดไปสักหน่อยเมื่อ บูร์กินาฟาโซ เป็นทีมที่ผ่านอีกหนึ่งทีมเต็งอย่าง "ดาวดำ" กานา เข้ามาได้
ไนจีเรีย มีโชคเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน เพราะไม่ต้องเจอกับ กานา ยังไม่พอ บูร์กินาฟาโซ ยังต้องขาด อแลง ตราโอเร ที่ยิงตีเสมอ 1-1 พวกเขาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของรอบแรกไปอีกจากปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ เกมนัดชิงชนะเลิศ ไนจีเรียลงสนามในฐานะทีมเต็ง จากชื่อชั้นที่เป็นแชมป์มาแล้ว 2 สมัย และยังติดอันดับ 1-3 มากกว่าชาติใดๆ ในทวีป
เรื่องของรูปเกม ไนจีเรียก็เป็นต่อพอสมควรแม้ว่าจะไม่มี เอมมานูเอล อเมนิเก หัวหอกจากสปาร์ตัค มอสโก ที่เจ็บไปพอดี ในเกมไนจีเรียมีโอกาสทำประตูอย่างมากมาย แต่ก็ไม่คม สุดท้ายเป็น ซันเดย์ เอ็มบา ดาวรุ่งที่ยิงทุกวันอาทิตย์ในทัวร์นาเมนต์นี้ เป็นคนยิงประตูชัยให้ทีมได้ก่อนช่วงจบครึ่งแรก นั่นคือแชมป์สมัยที่ 3 ของไนจีเรียแบบพลิกความคาดหมายเล็กๆ
ขณะที่บรรดาดาวดับของทัวร์นาเมนต์นอกจากไอเวอรี โคสต์ ที่เสร็จให้ไนจีเรีย ทีมอย่าง กานา ก็ถือว่าน่าผิดหวัง ก่อนเข้าทัวร์นาเมนต์เกมอุ่นเครื่องที่ชนะอียิปต์ 4-2 เป็นเกมที่ทำให้ กานา ถูกมองเป็นตัวเต็งขึ้นมา กลุ่มนักเตะของทีมก็ยังมีทั้งพวก จอห์น เมนซาห์, ซุนเลย์ มุนทารี, จอห์น แพนซิล, อซาโมอาห์ ชียาน และ ควัดโว อซาโมอา แต่กกลับตกรอบเพราะบูร์กินาฟาโซ หน้าตาเฉย
ทัวร์นาเมนต์นี้จึงเหมือนการเปิดตัวของบรรดานักเตะหน้าใหม่อยู่พอสมควร อย่าง ซันเดย์ เอ็มบา ของไนจีเรีย ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้จักเท่าไรเมื่อเล่นให้ เอนูกู เรนเจอร์ส แต่มาถึงตอนนี้คงมีอย่างน้อย 170 ล้านคนทั่วโลกที่รู้จักนักเตะรายนี้ไปแล้ว
ทีมเล็กๆ หลายๆ ทีมก็มีหน้ามีตาสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ขึ้นมา นอกจากบูร์กินาฟาโซ ที่ทะลุเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศแล้ว ทีมเล็กที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นและน่าติดตามยังมีอีกหลายทีมไม่ว่าจะเป็น เคปเวิร์ด, เอธิโอเปีย และ ไนเจอร์ อย่าง เคปเวิร์ด ทะลุเข้ามาถึงรอบ 2 และเล่นเอา กานา เหนื่อยหนักเหมือนกัน
เมื่อผ่านแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2013 ไปแล้ว จากนี้ไปฟุตบอลโลก 2014 จะเริ่มขึ้นในเดือนมีนาคม คราวนี้พวกทีมใหญ่ๆ คงประมาทบรรดาทีมเล็กๆ ไม่ได้อีกแล้ว หรือแม้กระทั่งแชมป์อย่างไนจีเรียเอง ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าพวกเขาจะไปฟุตบอลโลก
--------------------
(ไนจีเรียเก็บฉาก 'แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์' : โดย...จิตติ)



