
'เฉลิม'ปัด'แม้ว'ดอดเข้าเชียงราย
'เฉลิม' ปัด 'แม้ว' ดอดเข้าเชียงรายวันวาเลนไทน์ เผยคุยกันยังอยู่ดูไบ ลั่นยอมกราบเท้าโจรใต้ 3 ที วอนหยุดก่อความไม่สงบในพื้นที่
15 ก.พ.56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทามา จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า ยังไม่มา พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ดูไบ เมื่อวานยังคุยกับตนอยู่เลย
'เฉลิม' ลั่นยอมกราบเท้า 3 ที ถ้าโจรใต้หยุดก่อความไม่สงบ
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านความมั่นคง ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน นโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปก.กปต.) กล่าวก่อนการประชุม ถึงการพิจารณาประกาศคอร์ฟิวส์ในบางพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ต้องหารือกันถ้าส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรประกาศ ก็ไม่ประกาศ แต่จะทำอย่างไรให้สถานการณ์ดีขึ้น หรือเตรียมไว้ก่อน ถ้ามีสถานการณ์ในวันข้างหน้าก็ได้ ทั้งนี้ตนเป็นคนทำงานเชิงรุก แต่ต้องรับฟังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บางครั้งมีการไปแปลความหมายกันผิดๆ เมื่อวานตนบอกว่าเห็นใจคนที่ปฏิบัติการหรือคนที่เสียชีวิต เพราะไม่ได้มองเป็นอย่างอื่นมากกว่าคนไทยด้วยกัน และตนบอกว่าต้องหาทางเยียวยา ซึ่งคือการพูดคุยก็ได้ ทำไมไปแปลความว่าต้องจ่ายเงิน 7.5 ล้านบาท ตนโง่ขนาดไม่รู้เชียวหรือมันไม่มีเป็นคนละประเด็นกัน คำว่าเยียวยาทำได้หลายลักษณะเช่น เห็นใจครอบครัวเพราะสามีหลงผิด หรือใน 16 รายมีหมายจับ 12 ราย และทำไมตนไม่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ แต่นิสัยตนไม่ใช่ซ้ำเติมคน ไม่ใช่เริงร่า ให้สัมภาษณ์เยียบย่ำเขา ก็เขาเสียชีวิตไปแล้ว มันจะฟื้นได้เมื่อไหร่ มันไม่เข้าท่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประกาศคอร์ฟิวส์คนในพื้นที่ไม่เห็นด้วย ร.ต.องเฉลิม กล่าวว่า ใครจะไปเห็นด้วย จะให้พวกคนร้ายมาเห็นด้วยอย่างไร คนดีเขาไม่ค่อยพูด ซึ่งในการพิจารณาจะต้องคำนึงถึงความต้องการของคนในพื้นที่เป็นหลักเพราะถือว่าสำคัญที่สุด
"ผมขอกราบเท้าทุกคนว่าให้เลิกก่อเหตุและฟังผมบ้าง กราบเท้าทีเดียวไม่พอ กราบสามทีก็ได้ อย่าก่อเหตุเลยขอให้หันหน้ามาลืมความหลังเริ่มต้นใหม่ รองนายกฯขอกราบเท้าทุกคืนสามทีๆๆ เขาต้องฟังผมบ้าง คิดอะไรต้องมองทุกด้าน ถ้าพูดหาคะแนนมันง่าย " รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องไปหารือกับกลุ่มที่ก่อเหตุหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ต้องไปหารือเขาสูญเสียต้องตอบกลับเป็นของธรรมดา เจ้าหน้าที่พูดไม่ได้เพราะต้องปฏิบัติตามคำสั่ง แต่เราเป็นนักการเมืองต้องคิดเป็น ส่วนตัวชี้วัดจะดีขึ้นหรือไม่ ต้องให้ต่างชาติช่วยถึงจะดีขึ้น รวมทั้งต้องพยายามแก้และความเข้าใจ ซึ่งตนไม่นิยมความรุนแรง
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการพยายามสร้างคลิปที่ทำให้ว่าผู้เสียชีวิตจากเหุตการณ์ครั้งนี้ทุรนทุรายเจ็บปวด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยาก เพราะเหตุเกิดที่ค่ายอยู่ในฐานที่ตั้ง ถ้าไม่ตั้งใจจะไปได้อย่างไร ตนถึงไม่พูดที่บอกต้องเยียวยาเพราะข้อเท็จจริงมันฟ้องอยู่แล้ว คุณคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เพราะคุณเข้าไปในฐานปฏิบัติการ
ส่วนมาตรการป้องกันในอนาคตจะมีการปรับเปลี่ยนวิธีอย่างไร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใจของตนต้องทำให้คนร้ายหวาดระแวงบาง คนดีปลอดภัย ถ้าอะไรก็ทำไม มันถึงเป็นอย่างนี้ แล้วไปให้สัมภาษณ์ว่าเหตุคนร้ายบุกฐานเพราะตนไปมาเลเซีย ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันแล้วที่มันบุกบ่อยๆใครไป และประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล 2 ปี 6 เดือน มี ส.ส. เต็มพื้นที่ทำอะไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า การดูแลระดับชั้นนอกชั้นในต้องปรับปรุงทั้งหมดหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องมีปรับในส่วนรายภาค เพราะตนสนิทส่วนตัวกับผู้บัญชาการ ศจต.และผู้บัญชาการภาค 9 และระดับผู้บังคับการก็สนิทกันหมดในสายตำรวจ แต่ทางทหารตนไม่มีความรู้ อย่างเมื่อวานตนได้บอก ผู้บังคับการภาค 9 อย่าไปตั้งด่านเฉพาะผู้ที่มาจาก จ.ปัตตานี ต้องด่านจาก จ.พัทลุง ไปด้วย ดังนั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้าง และต้องมีการประเมินสถานการณ์ตลอดแลกเปลี่ยนข้อมูลได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามตนมั่นใจว่าคนในพื้นที่พร้อมที่จะมาเป็นชุดรักษาความปลอกภัยหมู่บ้านหรือ ชรบ. เพราะแต่ละจังหวัดมีจังหวัดละหมื่นกว่าคนพร้อมอยู่แล้ว ถ้าไม่มอบเขาจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความไว้วางใจและไม่มีเกียรติ
เมื่อถามว่า จะมีการเร่งรัดให้กองทัพต้องเตรียมพร้อมกองพลทหารราบให้เสร็จเรียบร้อยเพื่อให้รับผิดชอบพื้นที่เสียที รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องให้ พล.อ.กำพล สุวรรณฑัต รมว.กลาโหม ดำเนินการตนไม่ยุ่ง
'เฉลิม' กร้าวคดีโรงพักฉาวให้ฟังตนคนเดียว
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการก่อสร้างโรงพักที่สำนักตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ระบุว่าไม่มีความผิดในเรื่องนี้ แต่ผลักภาระให้ผู้รับเหมารับผิดชอบทั้งหมดว่า สัญญาที่ทำไว้และมีบริษัทไปรับช่วงต่อมาก็ผิดแล้ว และสัญญาที่ทำไว้มันกว้างเพราะโรงพักมีถึง 396 แห่ง แห่งไหนที่ยังไม่มอบพื้นที่ให้ ก็ถือว่าสัญญายังไม่เริ่มต้น รวมทั้งความเป็นไปได้ที่จะเสร็จนั้นยังไม่มี ถ้า สตช. ไปยกเลิกสัญญาต้องเป็นคู่กรณี เพราะเหลือระยะเวลาแค่ 14 มีนาคมนี้ เสร็จก็จบ เรื่องทั้งหมดเริ่มเมื่อ 9 มิถุนายน ปี 52 ฝ่ายการเมืองอนุมัติรายภาคแล้วมา 30 พฤศจิกายน 52 ระยะห่างกัน 6 เดือนทำไมมารวมเป็นรายเดียว นั่นแหละปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า การมาพูดคนละทีทำให้ประชาชนสับสน เพราะตำรวจระบุว่ายังไม่มีข้อมูลจะฟ้องได้ แต่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ระบุว่าไปต่อสัญญาทำไม เพราะผิดก็ยังไปต่อสัญญาอีก รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่สับสน อย่าไปฟังเขาเลย เอาตามตนนี้แหละชัดเจน



