ข่าว

ขอสิทธิ์คืน

ขอสิทธิ์คืน

02 มิ.ย. 2552

ดิฉันเป็นพนักงานขายและพนักงานเก็บเงินของ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับเอกสารจากบริษัทซิงเกอร์เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2552 สรุปใจความได้ว่า สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 4 ได้พิจารณาและมีคำวินิจฉัยว่า ลูกจ้างตำแหน่งพนักงานขายและพนักงานเก็บเงิ

ต่อมาในวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2552 ดิฉันและเพื่อนพนักงานประมาณ 30 กว่าคน เดินทางไปยังสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 4 เพื่อขอความชัดเจนและความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากดิฉันและเพื่อนพนักงานได้รับความเดือดร้อนอย่างมากจากการถูกตัดสิทธิ์การเป็นผู้ประกันตน ทั้งๆ ที่บางรายส่งเงินสมทบมาแล้วกว่า 20 ปี แต่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เหมือนผู้ประกันตนทั่วไป ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตที่ดี บั่นทอนสภาพจิตใจ รวมถึงขาดความมั่นคงและหลักประกันในชีวิต
 ดิฉันและเพื่อนพนักงานทั่วประเทศกว่า 3,000 คน ไม่เคยทราบข้อมูลข่าวสารใดๆ จากบริษัทเลย จึงทำให้พนักงานขาดโอกาสที่จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด
 ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา ที่ดิฉันและเพื่อนพนักงานได้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมอย่างถูกต้องครบถ้วน และมีความเข้าใจว่าตนเองเป็นผู้ประกันตน ดังนั้นดิฉันและเพื่อนพนักงานซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำวินิจฉัยนี้ ขอความเป็นธรรม ดังนี้
 1.พนักงานขายและพนักงานเก็บเงินของบริษัทซิงเกอร์ ต้องการสิทธิ์ผู้ประกันตนดังเช่นเมื่อ 16 ปีที่ผ่านมา
 2.การวินิจฉัยว่าพนักงานขายและพนักงานเก็บเงินมิใช่ผู้ประกันตนตั้งแต่ ปี พ.ศ.2533 ไม่ควรมีผลย้อนหลัง
 3.เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ประกันสังคมควรหามาตรการเยียวยา โดยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถใช้สิทธิ์ตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ได้
ผู้แทนพนักงาน
ตอบ
 นายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ชี้แจงว่า ได้รับรายงานจากกองนิติการของ สปส.ว่าเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 4 ได้วินิจฉัยว่า ลูกจ้างตำแหน่งพนักงานขายและพนักงานเก็บเงินของบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ไม่มีนิติสัมพันธ์ความเป็นลูกจ้างกับบริษัท จึงไม่ใช่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม
 โดยได้พิจารณาดูแล้วว่าพนักงานส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอาชีพเดิมอยู่แล้ว และเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของซิงเกอร์ เมื่อพิจารณาแล้วลักษณะการทำงานไม่เข้าข่ายนิติสัมพันธ์ คือ "ไม่เข้าข่ายของการเป็นลูกจ้าง นายจ้าง" คือ นายจ้างไม่สามารถให้คุณให้โทษในเรื่องความก้าวหน้าในตำแหน่ง เงินเดือน ไม่มีวันหยุดวันลา เข้าทำงานเป็นเวลา จึงเห็นว่าไม่เข้าข่ายกรณีลูกจ้าง นายจ้าง และไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33
 ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ สปส.เขต 3 ดินแดง รับเรื่องอุทธรณ์จากลูกจ้าง และสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยคณะกรรมการอุทธรณ์จะเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด ซึ่งถ้าผลการอุทธรณ์ออกมาอย่างไร หากลูกจ้างไม่พอใจก็สามารถไปฟ้องร้องต่อศาลแรงงานได้ และหากพนักงานต้องการเป็นผู้ประกันตน สปส.ก็ยินดีรับเข้าสู่ระบบ
 เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม บอกว่า ไม่เคยพบกรณีเช่นนี้ ส่วนใหญ่จะมีแต่นายจ้างที่ส่งเงินให้ตัวเอง เพราะอยากเป็นผู้ประกันตนด้วย แต่กรณีนี้ยังต้องมีการตีความ
 ด้าน น.ส.ดวงพร พรพิทักษ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 4 ชี้แจงว่า  เรื่องนี้ต้องไปสอบถามกับบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เพราะทางประกันสังคมได้วินิจฉัยไปแล้วว่าลูกจ้างตำแหน่งพนักงานขายและพนักงานเก็บเงินกลุ่มนี้มีลักษณะการจ้างงานที่ไม่เข้าข่ายการเป็นลูกจ้างของบริษัท
 ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 4 บอกว่า กรณีที่ลูกจ้างกลุ่มนี้สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้ มาตลอดกว่า 16 ปี นั้น ประกันสังคมเองก็เพิ่งมาตรวจสอบเจอ
 นายโกวิท สัจจวิเศษ ผู้อำนวยการกองนิติการ ชี้แจงว่า คำว่า "ไม่มีนิติสัมพันธ์" หมายถึง ไม่มีความผูกผันกันทางกฎหมาย ลูกจ้างกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นลูกจ้างโดยลักษณะทั่วๆ ไป เพราะได้มีการตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่ได้เป็นลูกจ้างหรือพนักงานของบริษัทโดยแท้จริง เพราะลูกจ้างส่วนใหญ่มีอาชีพอยู่แล้ว และทำงานโดยไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาหรือกฎระเบียบของบริษัท และไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของแรงงาน
 โดยมีลักษณะการทำงานแบบอิสระหรือฟรีแลนด์ ไม่มีรายได้ประจำ แต่จะได้รับคอมมิชชั่นในการขายสินค้าหรือเก็บเงิน ซึ่งบางคนในบางเดือนก็ไม่มีรายได้เลย  
  ผู้อำนวยการกองนิติการ บอกว่า เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ลูกจ้างยังสามารถอุทธรณ์ได้ ถึงแม้จะหมดอายุการขออุทธรณ์แล้วก็ตาม เนื่องจากในทางกฎหมายต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการขออุทธรณ์เอาไว้ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย
ลุงแจ่ม