
เปิดพิมพ์เขียว'พัทยา-เกาะล้าน'รับเออีซี
เปิดพิมพ์เขียว 'พัทยา-เกาะล้าน' ปั้นแบรนด์การท่องเที่ยวรับเออีซี : ศุภกร อรรคนันท์ ... รายงาน
หากประเมินถึงการเติบโตทางด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นั่นคือภาพของพัฒนาการที่น่าสนใจ กล่าวคือในปี 2553 มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเมืองพัทยา อยู่ที่ 6.9 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 1.7 ล้านคน และชาวต่างชาติ 5.2 ล้านคน ซึ่งในกลุ่มของต่างชาติ อันดับหนึ่งคือ รัสเซีย ตามมาด้วย จีน ขณะที่ในปี 2554 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามารวม 7.8 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 1.8 ล้านคน ส่วนชาวต่างชาติอยู่ที่ 6 ล้านคน โดยกลุ่มหลักยังคงเป็นรัสเซียและจีน เช่นเดิม
ส่วนในปี 2555 (ตัวเลขเดือนตุลาคม 2555) อยู่ที่ 8.2 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นชาวไทย 2.3 ล้านคน และชาวต่างชาติ 5.8 ล้านคน สามารถสร้างรายได้ให้เมืองพัทยาแล้วกว่า 8.7 หมื่นล้านบาท และถือว่ามีอัตราการเติบโตถึง 12% ซึ่งสถิตินักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาพักผ่อนในพื้นที่เมืองพัทยา แน่นอนว่าอันดับที่ 1 ยังคงเป็นกลุ่มรัสเซีย ที่มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 22.19% จีนเพิ่มขึ้น 0.27% ตะวันออกกลาง เพิ่มขึ้น 66% เกาหลี เพิ่มขึ้น 41.48% ยุโรปตะวันออก เพิ่มขึ้น 49.78% และเป็นที่คาดการณ์ว่ารายได้รวมของภาคการท่องเที่ยวในปี 2556 จะทำรายได้รวมสูงถึง 1 แสนล้านบาท
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากสถานการณ์โดยรวมของประเทศที่ดีขึ้นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง หรือปัญหาภัยธรรมชาติ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในหมู่นักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็ยังคงเกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการในหลายๆ ด้าน การสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมและมหกรรมการท่องเที่ยวและกีฬาระดับนานาชาติตลอดเวลา จึงเกิดแรงกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากขึ้น และในแง่ของการปกครองของเมืองพัทยา ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษ ทำให้หน่วยงาน "เมืองพัทยา" มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาพื้นที่ ด้วยการเชื่อมโยงความร่วมมือกับทางจังหวัดชลบุรีและรัฐบาลกลาง ขณะที่การขับเคลื่อนที่สำคัญก็คือ การตกผลึกแผนแม่บทเพื่อการพัฒนา 2555-2558 ที่ไม่ได้เน้นเพียงพัทยา แต่เป็นการเชื่อมโยงเกาะช้างเข้ามาด้วย
ทั้งนี้ นโยบายสำคัญที่ฝ่ายบริหาร ภายใต้การบริหารของ อิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา วางเอาไว้คือ การขับเคลื่อน 5 หลัก 7 สร้าง 13 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย กลุ่มนโยบายที่ 1 ด้านเศรษฐกิจ ในเชิงกลยุทธ์การท่องเที่ยว ให้ความสำคัญต่อการเพิ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ ที่มีค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อวันสูง ทดแทนการเน้นเชิงปริมาณ สร้างพัทยาให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมนานาชาติ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการจัดนิทรรศการในระดับนานาชาติ อาทิ การแสดงสินค้าและนิทรรศการระดับนานาชาติ (Pattaya Expo) กิจกรรมเพื่อสร้างความเป็นสากล ที่ถูกกำหนดไว้ในปีนี้ เช่น การแข่งขันรถยนต์ Racing Spirit การแข่งขันเรือเร็วสูตร 1 มหกรรมดนตรีบนเกาะกลางแจ้งครั้งแรกในประเทศไทย Pattaya Exclusive Dance Party กิจกรรมเหล่านี้ล้วนมีส่วนต่อการกระตุ้นให้เกิดรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายต่อหัวต่อคนสูง
กลุ่มนโยบายที่ 2 ด้านสังคม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพประชากร พัทยา-เกาะล้าน ที่มีมากกว่า 108,804 คน โดยจะมีการเปิดโครงการ Pattaya 1 class เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่จะสื่อสารได้ 2 ภาษา เพื่อเตรียมพร้อมในการเป็นสังคมอาเซียน ให้ความสำคัญกับสาขาการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาทิ ผลักดันให้เกิดศูนย์กลางกีฬาภาคตะวันออก กลุ่มนโยบายที่ 3 ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ วางแนวทางจะนำเมืองพัทยา-เกาะล้าน สู่การเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เพิ่มขีดความสามารถบำบัดน้ำเสียจากวันละ 65,000 ลบ.ม.เป็น 137,500 ลบ.ม. และกลุ่มนโยบายที่ 4 ด้านวัฒนธรรม เน้นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมสร้างสรรค์ สนับสนุนให้เกิดศูนย์กลางอุตสาหกรรมการผลิตและถ่ายทำภาพยนตร์ ผลักดันพัทยา เป็นเครือข่ายของเมืองสร้างสรรค์
"ผมมองว่าการเปิดเออีซีในอนาคตอันใกล้นี้ การเดินทางมาเยือนของนักท่องเที่ยวน่าจะสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 10% เนื่องจากพัทยาได้เน้นพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว รองรับการเปิดเออีซี ล่าสุดมีนักลงทุนสนใจจะเข้ามาเปิดสวนน้ำระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น สวนน้ำของการ์ตูนเน็ตเวิร์ก, สวนน้ำรามายณะ สวนน้ำ Grand Water Park และสวนน้ำพัทยาปาร์ค การลงทุนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ อควาเรียม การจัดทำท่าเรือท่องเที่ยว นี่คือภาพการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ ที่ทำให้เราต้องวางแนวทางการพัฒนาเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในระดับสากล" อิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าว
ทั้งนี้ ในการวางกลยุทธ์ของเมืองพัทยาเพื่อรองรับเออีซี คือการให้ความสำคัญกับการจัดทำตราสินค้า เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “พัทยามีมากกว่าที่คุณคิด” Pattaya City Definitely More มีการประชาสัมพันธ์และสื่อสารภาพลักษณ์เพื่อให้เกิดการรับรู้และประทับใจต่อกลุ่มเป้าหมายทั้งภายในและต่างประเทศ ในปีนี้ จึงเป็นการตอกย้ำตราสินค้าและภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวไปยังกลุ่มประเทศเป้าหมาย ที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง ผ่านช่องทางและกิจกรรมต่างๆ ทั้งจากผู้ประกอบการ ตัวแทนท่องเที่ยวในพื้นที่และต่างประเทศ ช่องทางผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การร่วมมือกับผู้ประกอบการและพันธมิตรต่างๆ การจัดทำข้อตกลงร่วมกันกับเมืองท่องเที่ยวและเมืองชั้นนำในภูมิภาคและระดับโลก เพื่อกระตุ้นและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ให้ตัดสินใจมาเยือน รวมไปถึงความร่วมมือในการพัฒนาสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน
"ในการนำเมืองพัทยา-เกาะล้าน ให้ก้าวไปข้างหน้า แน่นอนว่าเราให้ความสำคัญต่อการให้คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา และการน้อมนำหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง" เพื่อทำให้พัทยา-เกาะล้าน เป็นเมืองต้นแบบแห่งความพอเพียง สร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการปรับตัวรับภาวะเศรษฐกิจ และปัจจัยเสี่ยงจากประชาคมอาเซียนในปี 2558 ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน" นายกเมืองพัทยา กล่าว
นี่จึงเป็นยุทธศาสต์การพัฒนาเมืองที่สำคัญทั้งต่อพัทยาและเกาะล้าน ที่ถูกกำหนดไว้
--------------------
(เปิดพิมพ์เขียว 'พัทยา-เกาะล้าน' ปั้นแบรนด์การท่องเที่ยวรับเออีซี : ศุภกร อรรคนันท์ ... รายงาน)



