ข่าว

'ปชป.'บี้'ปู'ยึดพาสปอร์ต'แม้ว'

'ปชป.'บี้'ปู'ยึดพาสปอร์ต'แม้ว'

15 ก.พ. 2556

'ปชป.' จี้ 'ปู' ยึดพาสปอร์ต 'แม้ว' หลังผู้ตรวจการฯฟัน 'กต.' ออกหนังสือเดินทางโดยมิชอบ ชี้ประกาศเคอร์ฟิวใต้ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ซัด 'เฉลิม-ธาริต' ร้อนตัวปมโรงพักฉาว

                    15 ก.พ.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นไปยังน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการออกหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรว่า ไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศข้อ 21 ว่าตนได้ย้ำหลายครั้งแล้วในเรื่องนี้แต่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.ต่างประเทศก็แถไปข้างๆ คูๆ เพราะการเพิกถอนใช้ข้อ 23 แต่การออกหนังสือเดินทางต้องใช้ระเบียบข้อ 21 โดยพ.ต.ท.ทักษิณเข้าข่ายที่จะไม่ได้รับการออกหนังสือเดินทาง เพราะเป็นผู้ที่ศาลไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศ

                    นายชวนนท์กล่าวว่า ดังนั้นเมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเพิกถอนหนังสือเดินทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ภายใน 30 วันนั้นจะมีการดำเนินการเพิกถอนหนังสือเดินทางที่ออกโดยมิชอบจากพี่ชายตัวเองหรือไม่ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า เป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงของประเทศไทยหรือไม่ แต่หากไม่กล้าทำ ไม่รับรู้และปฏิเสธที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกฯ แล้วนอกจากจะถูกกล่าวหาว่าเป็นนายกฯแสตนอิน นายกฯ ตัดริบบิ้น แล้วนายกฯจะถูกข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เช่นเดียวกัน และตนขอเตือนข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศว่า หากฟังนักการเมืองมากไปก็จะตกเป็นเหยื่อและหนีไม่พ้นความรับผิดชอบ ทั้งนี้พรรคจะมีการประสานผู้ตรวจการแผ่นดินว่ามีส่วนใดสามารถมอบให้ทางพรรคเพิ่มเติมดำเนินคดีกับ รมว.ต่างประเทศที่อยู่ในการไต่สวนของป.ป.ช.ได้บ้าง

 

'โฆษกฯ ปชป.' ชี้ประกาศเคอร์ฟิวใต้ไม่ใช่ทางแก้ปัญหา

 

                    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต กล่าวถึงการพิจารณาประกาศเคอร์ฟิวของรัฐบาลในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนใต้ว่า การประกาศเคอร์ฟิวอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบที่จะแก้ปัญหา ในทางตรงกันข้ามอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น สิ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ควรพิจารณาคือ เริ่มต้นจากการหาผู้รับผิดชอบที่เต็มใจทำงานนี้ และรัฐบาลต้องเห็นว่า พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นของประเทศไทย รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนในพื้นที่เหมือนกับส่วนอื่นของประเทศไทย นอกจากนี้ต้องยุติความไม่เป็นเอกภาพในระดับนโยบายจากการขัดแย้งกันของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีและ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ด้วย

                    นายชวนนท์ กล่าวว่า สำหรับการปะทะกันที่มีผู้ก่อความไม่สงบเสียชีวิต 16 ศพนั้น ตนขอเตือนรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องการเยียวยาช่วยเหลือว่า ให้ระมัดระวังคำพูดที่กระทบจิตใจกับผู้บริสุทธิ์ที่ต้องสูญเสียจากฝีมือของโจรใต้โดยรับไม่เคยพูดว่าจะเยียวยา แตกต่างจากกรณีนี้ จึงเห็นว่ารัฐบาลต้องเยียวยาผู้บริสุทธิ์อย่างเต็มที่ก่อนที่จะพูดเรื่องการเยียวยาผู้ก่อความไม่สงบ เพราะข้อเรียกร้องของสมาพันธ์ครูภาคใต้รัฐบาลก็ไม่ได้

 

'ชวนนท์' ซัด 'เฉลิม-ธาริต' ร้อนตัวปมโรงพักฉาว

 

                    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์ทุกประการ เมื่อพรรคสามารถนำเอกสารข้อเท็จจริงมาหักล้างข้อกล่าวหาของทางรัฐบาลทั้งของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ทำให้ทั้งรัฐบาลและดีเอสไอ ดูเหมือนที่จะหลีกเลี่ยงพูดในประเด็นดังกล่าว พยายามทำให้เรื่องนี้เงียบหายไปกับสายลม เพราะเปิดเผยแล้วเข้าตัว พล.ต.อ.พงศพัศ  พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคเพื่อไทย แต่พรรคต้องการให้รัฐบาลเดินหน้าสอบสวนหาผู้กระทำความผิดที่หละหลวมสร้างความเสียหายทางราชการ ไม่อยากให้เป็นการหวังผลตีกินทางการเมืองในช่วงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

                    นายชวนนท์กล่าวว่า และเรียกร้องไปยังพล.ต.อ.พงศพัศ ในฐานะผู้ชายด้วยกันให้ออกมาชี้แจงความจริงเพราะอยู่ในส่วนสำคัญในการพิจารณาและเสนอผู้บังคับบัญชาให้ความเห็นชอบคัดเลือก บ.พีซีซีฯให้เข้ามาดูแลโครงการ แต่พล.ต.อ.พงศพัศกลับใช้ผลงานของตัวเองในช่วงรับราชการมาใส่ร้ายคู่แข่งทางการเมือง การกระทำเช่นนี้ไม่ได้ทำร้ายเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทำร้ายคนหลายกลุ่ม คือ 1 .อดีตผู้บังคับบัญชาคือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี 2. ผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.พงศพัศและข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อย 3. พรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรม จึงอยากเรียกร้องให้พล.ต.อ.พงศพัศทำความกระจ่างชี้แจงให้ชัดเจนอย่าให้คนทั้งสามกลุ่มนี้ต้องมารับภาระแทนพล.ต.อ.พงศพัศ

                    นายชวนนท์ กล่าวว่า สำหรับกรณีนายธาริตนั้นไม่ได้หมดความน่าเชื่อถือเฉพาะตัวเองเท่านั้น แต่รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย ซึ่งไม่รู้ต้องใช้เวลาอีกกี่สิบปีเพื่อฟื้นฟูศักดิ์ศรีให้กลับมาได้ ส่วนนายธาริตก็หมดศักดิ์ศรีของข้าราชการเพราะมีพฤติกรรมจงใจปกปิดข้อมูลบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลและปกป้องคนที่อยู่ในฝ่ายรัฐบาล ในกรณีนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมข้อมูลที่นายธาริตเคยให้สัมภาษณ์รวมถึงเอกสารที่เคยแถลงข่าวเพื่อดำเนินคดีกับนายธาริตในหลายความผิด ทั้งในส่วนที่นายธาริตเปิดดีเอสไอในวันอาทิตย์ที่10ก.พ.ให้ผู้สมัครพรรคการเมืองหนึ่งติดเบอร์บนหน้าอกเสื้อชี้แจงและนายธาริตรับประกันความบริสุทธิ์ให้พล.ต.อ.พงศพัศ โดยจะร้องไปยัง ก.ก.ต.ให้พิจารณาบทบาทของนายธาริต และกำลังพิจารณาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ว่านายธาริตปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

                    นายชวนนท์ ยังตั้งข้อสังเกตความไม่ชอบมาพากลที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่พาตัวพยานในคดีฆ่านายอัลลูไวลี่คือ พ.ต.ท. สุวิชัย แก้วผลึก ไปสืบพยานที่ดูไบโดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอมีความผิดหรือไม่ และที่น่าสนใจคือเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ดำเนินการเรื่องนี้เป็นกลุ่มเดียวกับที่ทำคดีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คือ ร.ต.อ.ปิยะ รักษ์สกุล จึงต้องถามนายธาริตว่าจงใจที่จะเก็บคนเหล่านี้ไว้เล่นงานฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามกับรัฐบาลหรือไม่