
เปิด'รหัส4563'สู่ยุทธการ16ศพ
กองทัพปรับแผนก่อนโดนถล่ม 'รหัส4563'สู่ยุทธการ16ศพ
ความสำเร็จของยุทธการ 16 ศพ ที่หน่วยกองร้อยปืนเล็กที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจนาธิวาสที่ 32 (ฉก.32) อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นอกจากความร่วมมือของประชาชนที่แจ้งข่าวให้เจ้าหน้าที่ รวมทั้งผลจากการจับกุมขยายผล และวางยุทธวิธีตั้งรับอย่างยอดเยี่ยมของเจ้าหน้าที่แล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งก็เกิดจากการปรับแผน "ยุทธวิธี" ที่เหมาะสม ทันต่อสถานการณ์ด้วย
การปรับแผนดังกล่าวเกิดหลังจากความสูญเสียอย่างต่อเนื่องของกำลังเจ้าหน้าที่ ตลอดจนครู และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอ จากนั้นจึงมีการทบทวนยุทธวิธี และปรับทิศทางการข่าวให้มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานมากขึ้น
เดิม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ใช้แผน "ยุทธการ 5354" ในช่วงเดือนตุลาคม 2555 โดยแผนดังกล่าวจะเน้นดูแลพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นเป้าหมายของฝ่ายตรงข้าม หรือเน้นการดูแล "พื้นที่อ่อนแอ" เป็นหลัก
แต่หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงบ่อยครั้งขึ้น โดยเฉพาะการเลือก "เป้าหมายอ่อนแอ" เช่น ครู และประชาชนทั่วไป จึงมีการปรับมาใช้แผน "ยุทธการ 4563" โดยเน้นการดูแลเป้าหมายอ่อนแอ และเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ความรุนแรง สร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน
"กลุ่มที่เสียชีวิตครั้งนี้เป็นเป้าหมายหลักที่หน่วยข่าวของกองทัพได้ติดตามมาตลอด โดยเป้าหมายหลัก 3 คนที่เสียชีวิต คือ นายมะรอโซ จันทรวดี นายมะนัง บือราเฮง และนายอาหะมะ โซะกุนิง เป็นหัวหน้าระดับสำคัญในการปฏิบัติการ โดยเฉพาะนายมะรอโซ ซึ่งเป็นหัวหน้าระดับกองร้อยควบคุมกองกำลังของหน่วยรบพิเศษของกลุ่มก่อความไม่สงบ"
หน่วยข่าวความมั่นคงเผยว่า ปัจจุบันรูปแบบการก่อเหตุของฝ่ายตรงข้ามจะจัดกำลังแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรง เช่น ถ้าเป็นเหตุป่วนเมืองทั่วๆ ไปก็จะใช้แค่แนวร่วมที่ไม่ต้องชำนาญด้านจรยุทธ์มากนัก
ส่วนปฏิบัติการที่ต้องใช้ความชำนาญ และกองกำลังที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะการจู่โจมฐานที่มั่นทางทหารจะมีการระดมกำลัง "คอมมานโด" ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีประมาณ 70-80 คน ซึ่งกำลังส่วนนี้จะต้องเชี่ยวชาญทั้งด้านการใช้อาวุธ ตลอดจนยุทธวิธีการรบ และงานด้านจรยุทธ์
กำลังพลเหล่านี้จะต้องผ่านการฝึกทางยุทธวิธีนานประมาณ 30-60 วัน โดยใช้ "เทือกเขาสูง" ในพื้นที่เป็นสถานที่ฝึก และที่หลบซ่อนตัว
ทั้งนี้ จากการพิสูจน์ทราบเบื้องต้นพบว่า แนวร่วมส่วนใหญ่ที่เข้าโจมตีฐาน ฉก.นราธิวาส 32 มีคดีติดตัวเกือบทั้งหมด และบางคนมีคดีติดตัวยาวเป็นหางว่าว ซึ่งบุคคลเหล่านี้ถูกทางการหมายหัวและเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง
"กลุ่มโจรที่ออกมาปฏิบัติการครั้งนี้ได้รวมตัวกันมาจากหลายพื้นที่ โดยแต่งตัว และใช้สัญลักษณ์คล้ายทหาร เช่น การใช้ผ้าพันคอ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ และเพื่ออำพรางในการหลบหนีหลังจากปฏิบัติการเสร็จ ซึ่งหากไม่สังเกตให้ดีก็จะไม่รู้ทราบนี่คือฝ่ายตรงข้าม ขณะที่สีของผ้าพันคอที่ใช้ก็จะเป็นสัญลักษณ์บอกฝ่ายของกลุ่มโจรในระหว่างบุกเข้าโจมตี"
สำหรับปฏิบัติการแต่ละครั้งของฝ่ายตรงข้ามจะมีการกำหนดเป้าหมายเอาไว้ล่วงหน้า และตรวจสอบการเคลื่อนไหวของหน่วยเป้าหมายเป็นอย่างดี รวมถึงความเป็นไปได้ในการเข้าโจมตี ซึ่งเมื่อเป้าหมายชัด โอกาสดี และมีทางหนีทีไล่พร้อม ก็จะออกปฏิบัติการทันที แต่ยุทธวิธีเหล่านี้เจ้าหน้าที่ก็ทราบ และทบทวนจากบทเรียนที่ผ่านมาโดยตลอด จึงสามารถหายุทธวิธีตั้งรับได้อย่างเหมาะสม
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในกองทัพระบุว่า ผบ.ทบ.เน้นย้ำให้ใช้นโยบายจากเบาไปหาหนัก และเน้นงานด้านการเมือง และสันติวิธี แต่หากฝ่ายตรงข้ามดำเนินการรุนแรงก็จะต้องตอบโต้ตามกฎหมาย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ให้ได้มากที่สุด โดยขณะนี้กองทัพได้ติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้หน่วยทุกพื้นที่ระมัดระวัง และเตรียมแผนเผชิญเหตุ 24 ชั่วโมง
................
(หมายเหตุ : กองทัพปรับแผนก่อนโดนถล่ม 'รหัส4563'สู่ยุทธการ16ศพ)



