
มี'โพลล์เลวมากกว่าดี'ขอยืนยัน
มี'โพลล์เลวมากกว่าดี'ขอยืนยัน : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]
ผมรู้สึกเกรงใจท่านผู้อ่านอย่างมากกับการต้องนำเรื่องราวเกี่ยวกับ "โพลล์" มาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ตรงนี้ขอเรียนด้วยความเคารพว่า เจตนาสำคัญเพื่อสร้างบรรทัดฐานและให้เกิดจิตสำนึกต่อจริยธรรมคุณธรรมในแวดวงวิชาการซึ่งมีหลายจุดที่เป็นปัญหาหากปล่อยไว้จะยิ่งฟอนเฟะ ทำลายเนื้อดีซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ให้พลอยมัวหมองต้องคำครหาของสังคมไปด้วยอย่างไม่บังควร
ผมยืนยันว่า บางสำนักโพลล์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไม่ต้องสงสัยใดๆ เพราะเห็นมากับตาว่า "ใครบ้างไปพบใครที่ไหนเมื่อไรอย่างไร" บางทีฟลุกๆ ไปเจอในร้านอาหาร บางทีไปพบในสำนักงานของคนที่ผมรู้จักคุ้นเคยโดยมิได้ตั้งใจ แต่ทั้งหมดคือความจริงซึ่งคนที่ผมมีโอกาสพบเจอคงทราบแก่ใจของเขาเองดีว่า เป็นใครกันบ้าง แต่คงจะไม่ให้สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไปทำลายความตั้งใจของคนที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมาถูกต้องตามหลักวิชาการ เพราะผมยังเชื่อลึกๆ อยู่ว่า นักวิชาการดีๆ มีคุณธรรมยังพอมีอยู่บ้าง
แต่หลายสิ่งหลายอย่างที่ผมเชื่อถูกพิสูจน์ขึ้นในรายการ "คม ชัด ลึก" เมื่อสัปดาห์ก่อนที่มีการเชื้อเชิญหลายสำนักโพลล์มาให้ความเห็น ผมขอพูดในภาพรวมว่า ข้อคิดเห็นของบางท่านในรายการทำให้ผมเห็นว่า เราต้องปฏิรูปการนำเสนอข่าวสารต่างๆ ออกสู่การรับรู้ของสาธารณะกันขนานใหญ่ คิดเลยถึงขั้นอาจต้องขอร้องให้ "กสทช" พิจารณากลั่นกรองการนำเสนอเรื่องราวในลักษณะเช่นโพลล์นี้อย่างมีกฎเกณฑ์เป็นมาตรฐานมากกว่านี้ ไม่ใช่ใครจะตั้งสำนักโพลล์หรือคิดจะทำโพลล์ก็อ้างสถาบัน อ้างความเป็นนักวิชาการสวมเสื้อนักทำโพลล์ได้แบบไม่รู้สึกขวยเขิน
ที่สำคัญ "โพลล์วันนี้" ยังคงมีการพูดถึงถกเถียงกันตลอดมาก็เพราะ "สื่อแขนงต่างๆ" ยังคงนำอาผลโพลล์บางสำนักมานำเสนออย่างต่อเนื่องโดยไม่กลั่นกรองตรวจสอบความถูกต้องหรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลว่า มีวิธีการได้มาซึ่งข้อมูลและมีวิธีการทำโพลล์อย่างไร แต่เมื่อมีการนำเสนอผ่านสื่อซึ่งมีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับของสังคมจึงมีส่วนหนุนนำให้โพลล์เหล่านั้นถูกเชื่อไปเกือบสนิทใจพร้อมๆ กัน
ต้องเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่า อาชีพนักวิชาการ นอกจากสอนหนังสือตามภาระงานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำคือ "การรับงานวิจัย" ถ้าใครมีสมัครพรรคพวกก็จะรับวนไปเวียนมาอยู่กับคนหน้าเดิมๆ สลับเป็นหัวหน้าโครงการบ้าง เป็นที่ปรึกษาบ้าง เป็นผู้ร่วมวิจัยบ้าง ตัวอย่างแบบนี้มีปรากฏอยู่ในหลายหน่วยงานของราชการ เป็นวิธีการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะโครงการที่ได้รับกันเป็นรุ่นๆ แบบนี้มีงบประมาณสูงมากตั้งแต่หลายล้าน ไปกระทั่งหลายสิบล้าน เรียกว่าถอยรถถอยบ้านออกมาได้เป็นระยะๆ
แต่การทำโพลล์ ซึ่งจะเรียกว่าเป็นรูปแบบวิธีวิจัยอีกรูปแบบหนึ่งก็ไม่ผิด แต่เป็น "การทำวิจัยที่ง่ายไม่สลับซับซ้อน ได้เงินง่ายจ่ายเร็ว" เหตุผลเพราะการทำวิจัยในตัวอย่างที่ผมยกมาข้างต้น ถ้าไม่ใช่สมัครพรรคพวกกันก็มักถูกข้าราชการที่ไม่ใช่พวกกันจะด้วยความริษยาหรืออะไรก็สุดแท้แต่กลั่นแกล้งประวิงเวลาการเบิกจ่าย ตรวจรับนาน ให้แก้ไขโน่นนี่
แต่สำหรับโพลล์นั้น รับจ้างใครมาก็เสร็จเป็นงานๆ ไม่จุกจิกจู้จี้ ทำให้ได้ออกข่าว ทำให้ได้เป็นข่าวดัง ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายของผู้ให้และผู้รับแล้ว จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์โพลล์มั่ว โพลล์จับฉ่าย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปถามกลุ่มตัวอย่างซ้ำไปซ้ำมา หรือถ้ามีมากกันเป็นสิบๆ สำนักโพลล์ รับรองครับ คงไม่ได้รับความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามต่างๆ แน่นอน เพราะวันนี้เวลาเป็นเงินเป็นทอง ผมจึงไม่เชื่อว่าจะมีใครใจเย็นพอมานั่งรับโทรศัพท์หรือทนตอบแบบสอบถามใช้เวลาสิบนาทียี่สิบนาทีได้เลย และโพลล์เหล่านี้จึงไม่กล้ามาถามผม ทั้งที่ท้าทายให้แวะเวียนมาถามความเห็นได้ตลอดเวลา เพราะน่าจะกลัวโดนจับได้ว่าบางสำนักนั้น "นั่งเทียนเขียนโพลล์แถลงข่าวกันล้วนๆ" จึงเป็นประจักษ์พยานอีกประการหนึ่งถึงความไม่โปร่งใส ไม่ตรงไปตรงมาของคนทำโพลล์จำนวนหนึ่ง ซึ่งในวงการวิชาการรู้กันดีว่านำมาซึ่งความเสื่อมเสียและขายหน้าวิชาชีพนักวิชาการเป็นอย่างยิ่ง



