
ตร.รวบ'เบลด รันเนอร์'ยิงแฟนดับ
ตำรวจแอฟริกาใต้รวบ 'ออสการ์ พิสโตริอุส' นักวิ่งลมกรดขาพิการชาวแอฟริกาใต้ เจ้าของฉายา 'เบลด รันเนอร์' หลังก่อเหตุยิงแฟนสาวดับ อ้างเข้าใจผิดคิดว่าเป็นขโมย
สื่อแอฟริกาใต้ รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (14 ก.พ.) ว่า นายออสการ์ พิสโตริอุส หรือ “เบลด รันเนอร์” นักวิ่งลมกรดเจ้าของแชมป์โอลิมปิกและพาราลิมปิกชาวแอฟริกาใต้ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักกีฬาที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลกในการต่อสู้กับชะตาชีวิตที่โหดร้าย ถูกตำรวจจับกุมตัว ภายหลังพบศพแฟนสาวถูกยิงเสียชีวิตในบ้านพักของเขาเมื่อเช้ามืดวันพฤหัสบดี ในย่านผู้มีอันจะกินในเขตซิลเวอร์เลค ใกล้กรุงพริทอเรีย เมืองหลวงแอฟริกาใต้
ในตอนแรก สื่อท้องถิ่นกระพือข่าวว่า นายพิสโตริอุสเข้าใจผิดว่า รีนา สทีนแคมป์ ผู้ตายซึ่งเป็นนางแบบวัย 30 ปี ตั้งใจทำเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มในวันวาเลนไทน์ แต่อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเป็นผู้บุกรุกเข้าบ้าน จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรม
แต่ต่อมา โฆษกตำรวจแอฟริกาใต้ ยืนยันว่า นายพิสโตริอุส วัย 26 ปี กำลังถูกสอบปากคำที่สถานีตำรวจจริง พร้อมเผยว่า มีเหตุการใช้ความรุนแรงในบ้านก่อนหน้าเกิดเหตุเศร้าสลด ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆาตกรรม และจะดำเนินคดีนักกีฬาดังเหมือนกับบุคคลปกติ โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว แต่ไม่ได้ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างผู้ตายกับผู้ต้องหา
ตำรวจกล่าวว่า จากคำบอกเล่าของเพื่อนบ้าน ทราบว่า ได้ยินเสียงกรีดร้องและตะโกนดังมาจากบ้านที่เกิดเหตุช่วงค่ำวันพุธ และก่อนหน้านี้ มีหลายครั้งที่ตำรวจถูกเรียกมายังบ้านหลังดังกล่าว เนื่องจากได้รับแจ้งเหตุการใช้ความรุนแรง
ตำรวจเปิดเผยด้วยว่า ผู้ตายถูกยิง 4 นัด และพบปืนสั้น 9 มม. จำนวน 1 กระบอกในที่เกิดเหตุ
สำหรับการตกเป็นผู้ต้องหาครั้งนี้ ถือว่า ทำให้ชาวแอฟริกาใต้ช็อกทั้งประเทศ เนื่องจากนายพิสโตริอุสได้ชื่อว่า เป็นวีรบุรุษคนหนึ่งในวงการกีฬาของประเทศและระดับโลก ฉายา “เบลด รันเนอร์” ของนายพิสโตริอุส ได้มาจากการที่เขาใช้ขาเทียมทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ขึ้นรูปเป็นแผ่นโค้งแทนฝ่าเท้าในการลงแข่งขันกรีฑาในกีฬาโอลิมปิกคนพิการ หรือพาราลิมปิก ปี 2555 และนับเป็นผู้พิการขาทั้งสองข้างคนแรกที่ลงแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก
นายพิสโตริอุสเอาชนะคู่แข่งในการแข่งขันวิ่งผลัดชาย 4x100 เมตร และวิ่ง 400 เมตรในกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อปีที่แล้ว และก่อนหน้านั้น ยังคว้าเหรียญทอง 3 เหรียญจากการลงแข่งขันวิ่ง 100 200 และ 400 เมตร ในกีฬาโอลิมปิกคนพิการในกรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2551
ในปีที่แล้วนายพิสโตริอุสได้รับการยกย่องจากนิตยสารไทม์ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และเคยให้สัมภาษณ์นิตยสารแอธลีธ ในปี 2554 ว่า “คนเราไม่ได้พิการเพราะความพิการของร่างกาย แต่คนเรานั้นเพาะความสามารถได้จากความมุ่งมั่น”
นายพิสโตริอุสเกิดมาพร้อมกับความพิการไร้กระดูกส่วนขาล่าง และต้องถูกตัดขาทั้งสองข้างเมื่อมีอายุเพียง 11 เดือน แต่เป็นนักกีฬาที่เล่นกีฬาได้ดี ฉายแววการเป็นนักกีฬาชั้นยอดตั้งแต่อยู่ในโรงเรียนมัธยมปลาย และเริ่มหันเข้ามาฝึกซ้อมกรีฑาเมื่อประสบเหตุกระดูกเข่าแตกระหว่างเล่นรักบี้
อย่างไรก็ตาม พิสโตริอุสต้องเผชิญอุปสรรคในการลงแข่งขันกรีฑาในกีฬาโอลิมปิก ณ กรุงปักกิ่ง เนื่องจากสมาพันธ์กรีฑาระหว่างประเทศ (ไอเอเอเอฟ) ประเมินว่าเขาได้เปรียบคู่แข่งจากการใช้ขาเทียมแบบคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งสองข้าง จึงไม่ให้สิทธิ์ลงแข่งขันในครั้งแรก
ต่อมานายพิสโตริอุสได้ยื่นอุทธรณ์ต่ออนุญาโตตุลาการกีฬา (ซีเอเอส) ซึ่งได้กลับคำตัดสินของไอเอเอเอฟ และเกือบไม่ทันเวลาในการลงแข่งขันเข้าคัดเลือกตัวแทนประเทศไปลงแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
ทั้งนี้ นอกสนามกรีฑา นายพิสโตริอุส ถือเป็นคนที่รักความท้าทายและชื่นชอบความเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขี่มอเตอร์ไซค์ และเมื่อ 4 ปีก่อน เคยประสบอุบัติเหตุขับเรือชนจนล่มในแม่น้ำสายหนึ่งในนครโจฮันเนสเบิร์ก



