
'อียู'สุ่มตรวจเนื้อหา'ดีเอ็นเอม้า'
สหภาพยุโรปประชุมหารือเรื่องวิกฤติเนื้อม้าปลอมปนในอาหาร โดยขอให้สมาชิกสุ่มตรวจดีเอ็นเอของเนื้อวัวที่ผ่านกระบวนการแปรรูป เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค
14 ก.พ. 56 ผู้แทนจากบรรดาประเทศที่ประสบปัญหาอาหารที่ทำจากเนื้อวัวปลอมปนด้วยเนื้อม้าประชุมฉุกเฉินร่วมกันที่สำนักงานของสหภาพยุโรปหรืออียูในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมเมื่้อวาน หลังมีการตรวจพบแฮมเบอร์เกอร์และอาหารแช่แข็งที่ทำจากเนื้อวัวหลายชนิดมีเนื้อม้าเป็นส่วนผสมมากถึง 60-100% จนต้องเรียกคืนหลายล้านชิ้น และนายไซมอน โคเวนีย์ รัฐมนตรีเกษตรกรรมของไอร์แลนด์ ที่เป็นประธานการประชุม เตือนว่า อาจจะพบอาหารปลอมปนเนื้อม้าในอีกหลายประเทศเพิ่มขึ้น และถึงเวลาที่ต้องตระหนักว่าเป็นปัญหาของอียูโดยรวมจึงต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยสิ่งสำคัญคือจะต้องมีการบังคับใช้กฎเกณฑ์ในการติดฉลากอย่างเข้มงวดเพื่อปกป้องผู้บริโภค
นอกจากนี้ที่ประชุมเสนอว่า การสอบสวนของไอรไแลนด์ ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และอีกหลายชาติเพื่อสืบหาต้นตอของการปลอมปนเนื้อม้าควรประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจยุโรปหรือยูโรโพล
และคณะกรรมาธิการสาธารณสุขของอียู เสนอให้ชาติสมาชิกดำเนินการสุ่มตรวจสอบดีเอ็นเอของเนื้อวัวที่ผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นเวลา 3 เดือนเริ่มจาก 1 มี.ค.นี้ รวมทั้ง ตรวจสอบว่า ในเนื้อม้ามียาเฟนิลบิวตาโซน ยารักษาอาการอักเสบสำหรับม้าหรือไม่ เพราะยาตัวนี้อาจมีผลอันตรายต่อคนที่บริโภคเนื้อม้าเข้าไป และคาดว่าจะประกาศผลการตรวจทดสอบเบื้องต้นก่อนได้ใน 15 เม.ย. แต่ยังต้องสุ่มตรวจต่อไปจนครบ 3 เดือนตามที่กำหนด
จนถึงขณะนี้ตรวจพบการจำหน่ายเนื้อวัวปลอมปนเนื้อม้าใน 16 ชาติทั่วยุโรปแล้ว โดยเริ่มตรวจพบในไอร์แลนด์และอังกฤษ และล่าสุดพบในลาซานญ่าแช่แข็งในเยอรมนีด้วย ขณะที่บริษัทแปรรูปอาหาร คามิเกลของฝรั่งเศส ยอมรับว่า เนื้อวัวที่ส่งไปจำหน่ายในอังกฤษอาจมีส่วนผสมของเนื้อม้า แต่กล่าวโทษว่าซื้อเนื้อวัวแช่แข็งจากบริษัทในไซปรัส และบริษัทในไซปรัส สั่งเนื้อมาจากโรงฆ่าสัตว์สองแห่งในโรมาเนีย
และล่าสุดการตรวจสอบสาวถึง บริษัท แดรป เทรดดิ้ง ในไซปรัส ที่เป็นต้นตอของอาหารปลอมปนเนื้อม้า และพบว่าเจ้าของบริษัทแห่งนี้เคยถูกศาลเนเธอร์แลนด์ตัดสินว่ากระทำผิดคดีหลอกขายเนื้อวัวที่ปลอมปนเนื้อม้าเมื่อปีที่แล้ว
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



