ข่าว

'นายกฯ'ชี้ไฟใต้เรื่องละเอียดอ่อน

'นายกฯ'ชี้ไฟใต้เรื่องละเอียดอ่อน

14 ก.พ. 2556

'นายกฯ' ชี้ปัญหาในพื้นที่ 3 จว.ชายแดนใต้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ปัดพูดถึงใบปลิวตอบโต้ สั่งจนท.คุมเข้ม ย้ำ 'รบ.' เร่งพัฒนาควบคู่การดูแล ระบุไม่อยากเห็นการสูญเสีย

                    14 ก.พ.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการก่อเหตุรายวันว่า อยากขอความร่วมมือทางสื่อมวลชนว่า ประเด็นภาคใต้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเชื่อว่าไม่มีใครต้องการอยากเห็นการสูญเสียนี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ขอเรียนกว่าทุกอย่างเราพยายามทำงานในลักษณะของการป้องกัน ไม่อยากเห็นการเกิดความรุนแรง เสียเลือดเนื้อของใครทั้งนั้น

                    ส่วนกรณีที่กลุ่มก่อความไม่สงบออกใบปลิวตอบโต้เจ้าหน้าหลังเกิดเหตุการณ์กลุ่มก่อความไม่สงบบุกฐาน ฉก.นาวิกโยธิน จ.นราธิวาส ทำให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 16 คนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ไม่อยากให้ใครเป็นแบบนั้นหรอก ตรงนี้ต้องขอความร่วมมือเป็นประเด็นละเอียดอ่อน เพราะการที่กล่าวพูดกันไปมา อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด จึงขอเรียนกว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนคงจะต้องพยายามอย่างเต็มที่และระมัดระวังเรื่องต่างๆเหล่านี้ สิ่งที่เราเน้นคือการพัฒนาและป้องกันก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่งานที่ทำกันปลายเหตุ ขณะนี้ทีมงานก็ได้เริ่มทำงานอย่างเต็มที่พร้อมกับการดูแล

 

'นายกฯ' อยากเห็นคนไทยมอบความรักให้กันทุกวัน

 

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมโครงการหลวง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวขอร้องสื่อมวลชนทันทีที่ถูกขอสัมภาษณ์ว่า "วันนี้ถามขอให้ถามในหัวข้อที่เหมาะกับวันแห่งความรัก"

                   โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงผลสำรวจคนไทยที่อยากมอบดอกกุหลาบให้นายกรัฐมนตรีมากที่สุดในวันวาเลนไทน์ว่า "ถือเป็นกำลังใจอย่างดีที่ประชาชนอยากจะมอบความรัก และขอถือโอกาสวันวาเลนไทน์ มอบความรักให้กับประชาชนคนไทยทุกคน และอยากเห็นวันแห่งความรักของเรานี้ เป็นวันแห่งความรักของเราทุกๆวัน"

                   ทั้งนี้ระหว่างให้สัมภาษณ์นายกฯ ได้โชว์ดอกกุหลาบที่หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนีประธานมูลนิธิโครงการหลวงประทานให้ ขณะเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการหลวงพร้อมกล่าวว่า "วันนี้ยังได้ดอกกุหลาบไม่เยอะ เพราะต้องทำงาน แต่ก็ถือว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันแสดงสัญลักษณ์ของความรัก และเชื่อว่า พวกเราทุกคนสิ่งที่คนไทยทุกคนมีต่อกันคือความรัก ที่เราเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ในฐานะความเป็นคนไทย อยากเห็นความรักนี้ เป็นความรักที่ต่อเนื่องทุกๆวัน ซึ่งอยากฝากคนไทยมีความสุข มีความรักสดชื่น ในจิตใจเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ตรงนี้จะเป็นแรงพลังอย่างดี ในการเกื้อหนุนให้เรามีความรักความสามัคคี สำหรับฝ่ายการเมืองทุกฝ่าย สิ่งที่อยากฝากคือ ขอให้มีความรักให้กับประเทศไทยและคนไทย"

 

'นายกฯ' ไม่ตอบกรณี 'สมคิด บุญถนอม'

 

                   น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีปฎิเสธจะตอบคำถามกรณีที่พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ จำเลยร่วมกันคดีอุ้มฆ่านายอัลรู ไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย หายตัวไปตั้งแต่ปี 2533 ร้องเรียนว่าอัยการสำนักคดีพิเศษ พลตำรวจโทสุวิชชัย แก้วผลึก หรือนายเกียรติกรณ์ แก้วเพชรศรี พยานโจทก์คดีอุ้มฆ่า หลบหนีหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี มาดำเนินคดีในไทยหลังจากหนีไป สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า "ขอเถอะค่ะ พอเถอะคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่ขอพูด"

 

'นายกฯ' เยี่ยมมูลนิธิโครงการหลวง-เข้าเฝ้า 'หม่อมเจ้าภีศเดช'

 

                    วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรณ รมว.มหาดไทย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นายนิวัฒน์ ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ มูลนิธิโครงการหลวง จ.เชียงใหม่ โดยเมื่อมาถึง นายกฯและคณะได้เข้าเฝ้าหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวง

                    จากนายกฯและคณะเยี่ยม ได้ชมนิทรรศกาลของมูลนิธิโครงการหลวง อาทิ ต้นแบบการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ไม้ดอกพันธุ์ใหม่ของโครงการหลวง ผลิตผลภายใต้ระบบการผลิตอาหารให้ปลอดภัย โดยโอกาสนี้หม่อมเจ้าภีศเดช ได้ประธานดอกกุหลาบโครงการหลวงสีชมพูให้แก่น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย

                    ทั้งนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทูลถามถึงวิธีการดูแลพืชผักโครงการหลวงหม่อมเจ้าภีศเดช และได้มอบให้นายอำพล กิตติอำพล เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการสนับสนุนโครงการหลวง นำความรู้ไปเผยแพร่แก่ประชาชนด้วย

                    จากนั้นเวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการประสานงานและสนับสนุนงานโครงการหลวง (กปส.) โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า โครงการหลวงเป็นการพัฒนาต่อประชาชนให้อาชีพและรายได้ที่ดีขึ้น ทำให้พืชผลทางการเกษตรมีคุณภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำการเกษตรที่ตรงกับสภาพน้ำและดิน จึงทำให้มีผลผลิตออกมาอย่างเต็มที่ อีกทั้งโครงการหลวงยังมีการวิจัยมากมายกว่า 500 รายการ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนโครงการหลวงและโครงการในพระราชดำริ