
'สุกำพล'ไม่ยุ่งเยียวยาโจรใต้
"สุกำพล" รมว.กลาโหม เผย ไม่ขอยุ่งเยียวยาโจรใต้ โยนรัฐบาลดูรายละเอียดและยึดตามกฎหมาย ด้าน"ศอ.บต."ยันไม่จ่าย 7.5 ล้าน กรณีเยียวยาญาติโจรใต้
วันที่ 14 ก.พ.56 พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า จากเหตุการณ์ผู้ก่อการร้าย ลอบบุกฐานปฏิบัติการหน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส นั้น แสดงว่าทหารปฏิบัติหน้าที่ถูกทางแล้ว ซึ่งการที่ผู้ก่อการร้ายบุกครั้งนี้ อาจเป็นการกู้ศักดิ์ศรีของฝ่ายตนเองเท่านั้น ยืนยัน หากมีจะมีการตอบโต้กลับอีกครั้ง จะไม่มีทางสำเร็จ เพราะทหารได้ข้อมูลทุกอย่างหมดแล้ว ขณะเดียวกัน ยอมรับว่า การทำงานในสถานการณ์เช่นนี้ ย่อมมีความอึดอัดเป็นธรรมดา แต่ขออย่าไปคิดอะไรมาก ส่วนเรื่องการประกาศเคอร์ฟิวก็ไม่ได้มีปัญหา แต่ไม่สามารถบอกแนวทางได้ เพราะเป็นยุทธศาสตร์ทางทหาร พร้อมขอสื่อมวลชนอย่าเขียนข่าวว่าทะเลาะกัน
พล.อ.อ.สุกำพล ยังกล่าวถึงเรื่องเยียวยาผู้หลงผิดว่า ส่วนตัวไม่อยากยุ่งเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ใช่เรื่องของทหาร แต่ถ้าอยู่ในขอบเขตของกฎหมายก็จะไม่ห้าม เพราะถือว่าเป็นการแสดงความมีน้ำใจของรัฐบาล
"ศอ.บต."ยันไม่จ่าย 7.5 ล้าน กรณีเยียวยาญาติโจรใต้
จากกรณีคนร้ายไม่ต่ำกว่า40 คน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร สวมเสื้อเกราะ พร้อมอาวุธปืนสงคราม เข้าโจมตีฐานหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 32 ที่หมู่ 3 บ้านยือรอ ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส แล้วเกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ เป็นเหตุให้มีคนร้ายเสียชีวิต 16 ราย ตรวจยึดอาวุธปืนนับสิบกระบอก รวมทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 01.10 น. ของวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุ มีรายงานข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ดำเนินการเยียวยาญาติของผู้เสียชีวิต ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความถูกต้องกันอย่างกว้างขวาง ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าที่ร้อยตรี เลิศเกียรติ วงศ์โพธิ์พันธ์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยว่า กรณีเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทาง ศอ.บต.ห่วงใย ว่า จะมีการเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ก็จะขอชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ อ.บาเจาะ นราธิวาส และมีผู้เสียชีวิต 16 ราย เมื่อพูดถึงหลักมนุษยธรรม ก็ไม่ได้ไปเยียวยาตามที่ทุกคนเข้าใจ ว่าจะเยียวยา 7.5 ล้าน ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึงตัวเงินแต่อย่างใด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทุกคนก็เสียใจ ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องตัวเอง และสถานที่ แต่หลังจากเกิดเหตุแล้วนั้น ท่านเลขาธิการ ศอ.บต. ก็ได้สั่งการให้ทีมงานเยียวยาลงไปตรวจสอบ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 16 ราย ซึ่งพบว่า หลายครอบครัวมีความเดือดร้อน หลังจากได้สูญเสียผู้นำครอบครัว สูญเสียลูกไปกับเหตุการณ์นี้ ก็จะลงไปดูแลในลักษณะของการฟื้นฟูสภาพจิตใจเพราะถ้าไม่ดำเนินการเช่นนี้ ก็มีกระแสตอบรับค่อนข้างจะรุนแรง ในฐานะที่ทุกคนเป็นคนไทย ก็ควรจะต้องให้อภัย และดูแลคนที่ยังเหลืออยู่
“ท่านเลขา ศอ.บต. ก็ได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานในการลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เพื่อที่จะดูว่าจะสามารถให้การช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพจิตใจ ซึ่งบางรายก็อาจจะต้องช่วยเหลือทางด้านอาชีพ ที่ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป อยู่ที่กรรมการที่กำลังดำเนินการตรวจสอบ โดยตนเองในวันนี้(14กพ) จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ในเรื่องของทรัพย์สินที่เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน สวนยาง ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่ทาง ศอ.บต. จะต้องดำเนินการอยู่แล้วตามระเบียบ กรณีนี้ถือเป็นเงินเยียวยาชัดเจน ส่วนอีกกรณีคือการเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องของมนุษยธรรม ครอบครัวของผู้ที่สูญเสียซึ่งไม่ใช่การช่วยเหลือเป็นตัวเงิน เป็นการดูแลเรื่องสภาพจิตใจ ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาในขณะนี้ โดยท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ท่านก็ห่วงใยในเรื่องนี้ ให้เข้าไปดูช่วยเหลือทางด้านสภาพจิตใจ ไม่ได้หมายถึงให้ไปช่วยเหลือเป็นเงินเยียวยา อย่างเช่นกรณีตากใบ กรือเซ๊ะ ตนยืนยันว่า ศอ.บต. ไม่ได้จ่ายเงินเยียวยา 3 ล้าน หรือ 7.5 ล้าน ให้แต่อย่างใด” ว่าที่ร้อยตรี เลิศเกียรติ กล่าว
"พงศ์เทพ"ชี้เยียวยาป่วนใต้ตามหลักมนุษยธรรม ครูขอปิดโรงเรียนเพิ่ม-รปภ. ยึดหลักความปลอดภัย
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการดูแลให้ความปลอดภัยครูหลังเกิดเหตุการณ์ปะทะที่ฐานนาวิกโยธิน ฉก.นราธิวาส 32 เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 16 ศพ ว่า เมื่อมีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องเตรียมตัวและระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะต้องระวังว่า อาจเกิดเหตุการณ์อะไรตามมาอย่างที่เคยมีมาในอดีต ทางกระทรวงศึกษาธิการได้หารือกับฝ่ายความมั่นคงอยู่ตลอด เพื่อเตรียมการในเรื่องครูอย่างที่เราเคยดำเนินการมา ส่วนการปิดโรงเรียนในพื้นที่นั้นเพราะเราไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อการเรียนการสอนของครู นักเรียนในพื้นที่ ดังนั้นบางพื้นที่ที่มีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการใดๆก็ให้อำนาจในพื้นที่ที่จะตัดสินใจได้ แล้วแต่สถานการณ์ในพื้นที่ต้องเห็นใจทั้งคนในพื้นที่ ผู้อำนวยการ ครู และนักเรียน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่รัฐมีแนวคิดที่จะเยียวยาครอบครัวผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิต จะทำในรูปแบบใด รองนายกฯ กล่าวว่า“เรื่องการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมนั้นมีกติกากลไกอยู่ แต่คำว่าเยียวยานั้นในความหมายคนอาจจะเข้าใจแตกต่างกัน ในการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียไม่ว่าเกิดจากเหตุอะไร เพื่อที่จะทำให้ความรู้สึกดีขึ้นนั้นตามกลไกก็เคยทำอยู่ ไม่ได้หมายความว่า กรณีการเยียวยานี้จะเป็นการชดใช้กันในแบบที่คนที่ไม่ได้ทำความผิด การเยียวยากรณีผู้เสียชีวิตจะมีกฎหมายต่างๆที่ระบุว่าจะมีการชดเชยอย่างไร กฎหมายเปิดช่องอยู่ว่าจะดูแลอย่างไร แต่กรณีผู้กระทำความผิดจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ได้ทำเหมือนกัน การช่วยเหลือครอบครัวของเขา ไม่ได้หมายความว่าช่วยผู้กระทำความผิด”
“การเยียวยามีวิธีการหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นการนำเงินไปให้อย่างเดียว ส่วนกรณีจากเหตุปะทะครั้งนี้เป็นเรื่องของศอ.บต.จะพิจารณา ไม่ใช่เยียวยา เป็นการให้ความช่วยเหลือ เช่น สมมติว่าคนที่ทำความผิดเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวแล้วครอบครัวเขามีลูกเล็กๆ 2 คน แล้วมีแม่ที่อายุมากป่วย ทำมาหากินไม่ได้ กรณีอย่างนี้ก็ต้องดูแลครอบครัวของเขาที่อยู่เพื่อให้อยู่ให้ได้ตามปกติ กรณีที่เขาขาดคนทำมาหากินไปถึงแม้ว่าคนนั้นเป็นผู้กระทำความผิดรัฐก็ต้องพิจารณาดูแล แต่จะแตกต่างกันกับการเยียวยาผู้ชุมนุมทางการเมือง จะมาเทียบกันไม่ได้ อันนี้เป็นการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม” รองนายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า แต่จะเป็นการสวนทางของความรู้สึกของประชาชนทั่วไปหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า เชื่อทำความเข้าใจกับสังคมได้ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของครูในพื้นที่ต่อกรณีการประกาศเคอร์ฟิว รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การประกาศขึ้นอยู่กับความจำเป็นในแต่ละพื้นที่แต่ละจุด แต่คงไม่ใช่ในวงกว้าง ขอให้เรื่องนี้ ปล่อยให้พื้นที่เป็นผู้พิจารณาก่อน ว่าตรงไหนมีความจำเป็นในเวลาไหน ช่วงไหน และแน่นอนว่าต้องฟังความเห็นจากทุกฝ่ายทั้ง สส.พื้นที่ สื่อมวลชน เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องฟัง ส่วนความเห็นของครูเองก็มีความหลากหลาย บางพื้นที่บางเวลาหากทหารต้องประกาศก็ต้องมีเหตุผล เพราะหากมีบางกรณีในบางพื้นที่ที่อาจต้องประกาศเวลาสั้นๆก็เชื่อว่าคนเข้าใจได้ ขึ้นกับสถานการณ์แต่ละพื้นที่เหมือนกรณีที่เกิดขึ้น
"ผวจ.นราธิวาส"ยืนยัน16ศพ ไม่เข้าข่ายได้รับการเยียวยา
นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยถึงการเสียชีวิตของคนร้ายที่บุกเข้าโจมตีฐานปฎิบัติการร้อยปืนเล็กที่ 2 จำนวน 16 คน ว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 16 คน ไม่อยู่ในระเบียบที่จะเยียวยาได้ เนื่องจากระบบการเยียวยาเราไม่สามารถช่วยเขาได้ โดยประเด็นที่ไม่เข้าเงื่อนไขการเยียวยา คือ เป็นคนร้ายที่มุ่งเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่
"ผู้ที่เข้าเงื่อนไขเยียวยาคือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุรุนแรง เช่น ชาวบ้าน หรือเจ้าหน้าที่ๆถูกคนร้ายทำร้ายก็จะได้รับการเยียว แต่กรณีนี้จากพฤติการเป็นลักษณะการเข้ามาโจมตีทหารแล้วทหารป้องกันตัวจนทำให้เกิดการเสียชีวิต ซึ่งมันไม่เข้าข่าย" นายอภินันท์ กล่าว
นายอภินันท์ กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่ทางราชการจะช่วยได้คืออการดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตตามสมควร ถ้าครอบครัวของผู้เสียชีวิตเดือดร้อนอะไรเราก็จะเข้าไปช่วยเหลือครอบครัวเขาตามสมควร เรื่องครอบครัวก็เป็นเรื่องครอบครัวก็ดูแลในฐานะพี่ น้อง ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอะไร เราก็จะช่วยเหลือ แต่จะให้เป็นรูแบบเหมือนกับกรณี ตากใบ กรือแซะ หรือสะบ้าย้อยไม่เข้าข่าย สำหรับศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 16 คน ตอนนี้ทางญาติ พี่ น้อง มารับศพไปหมดแล้ว



