ข่าว

ยุทธการ'บาเจาะ'มวลชนคือผนังทองแดง

ยุทธการ'บาเจาะ'มวลชนคือผนังทองแดง

14 ก.พ. 2556

ยุทธการ'บาเจาะ'มวลชนคือผนังทองแดง : คลุกวงใน โดยเสถียร วิริยะพรรณพงศา

               ปฏิบัติการของหน่วยทหารนาวิกโยธิน 32 อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ที่สามารถป้องกันฐานทหารได้ กลายเป็นภาพที่สังคมไทยไม่ได้เห็นบ่อยนัก เพราะย้อนกลับไป 9 ปีที่ผ่านมา มีการบุกฐานทหารบ่อยครั้ง และทุกครั้งทหารไม่เคยรักษาชีวิตและอาวุธยุทโธปกรณ์เอาไว้ได้เลย ไล่มาตั้งแต่ 4 มกราคม 2547 ที่คนร้ายบุกปล้นปืนที่กองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ตอนนั้นทหารตายไป 4 นาย ปืนโดนปล้นไป 413 กระบอก

               จากนั้น 19 มกราคม 2554 ถูกโจมตีฐานพระองค์ดำ กองร้อยทหารราบที่ 15121 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ปืนโดนปล้นไป 65 กระบอก ทหารเสียชีวิต 4 นาย และเมื่อปีที่แล้ว 17 กรกฎาคม 2555 คนร้ายถล่มฐานทหารสังกัด ร้อย.ร.15123 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 ต.รือเสาะ ทหารและประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก

               เหตุการณ์ที่ฐานปฏิบัติการกองร้อยปืนเล็กที่ 2 อ.บาเจาะ ครั้งนี้ จึงเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่ทหารสามารถรักษาฐานที่มั่นเอาไว้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แถมยังสามารถเด็ดหัวแกนนำคนสำคัญของขบวนการอย่าง มะรอโซ จันทรวดี ที่มีหมายจับติดตัว 11 หมาย และมีส่วนพัวพันกับคดีฆ่าครูชลธี เจริญชล ด้วย

               ชัยชนะในทางยุทธวิธีของนาวิกโยธินครั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าถึงมวลชน ทำให้สามารถมีข่าวที่เชื่อได้จากในพื้นที่ บวกกับหลักฐานที่ได้จากซูไฮดี ตะเห แกนนำอาร์เคเค ที่ถูกวิสามัญฯ ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมีแผนที่ชัดเจนว่าจะบุกตรงไหน ข้อมูลเหล่านี้นำไปสู่การรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากได้ข่าวมาผู้นำหน่วยได้สั่งให้นาวิกทุกนายเตรียมตัว “รับแขก” ที่จะมาเยือนยามวิกาลต่อเนื่อง 10 วัน 10 คืน

               ก่อนวันที่ฝ่ายผู้ก่อการจะบุก ทหารนายหนึ่งบอกกับนักข่าวในพื้นที่ว่า “ผมรออยู่ทุกวัน มาเมื่อไหร่พร้อมเมื่อนั้น”

               ความพร้อมของหน่วยเป็นจุดเริ่มต้นของชัยชนะ!

               “ยุทธการบาเจาะ” ภายใต้การนำของ "น.อ.สมเกียรติ ผลประยูร" จะถูกจดบันทึกไว้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่ฝ่ายทหารสามารถล่วงรู้ข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแม่นยำจนสามารถนำมากำหนดแผนตอบโต้ได้อย่างรัดกุม ไม่ตกเป็นเป้านิ่งให้ถูกโจมตีง่ายๆ เหมือนแต่ก่อน

               หน่วยทหารอื่นๆ ใน 3 จังหวัดควรเรียนรู้จากยุทธการครั้งนี้ว่า เมื่อไหร่ที่เข้าถึงมวลชนได้ รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง